DAAT คาดงบโฆษณาดิจิทัลพุ่ง 2.2 หมื่นล้าน - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • DAAT คาดงบโฆษณาดิจิทัลพุ่ง 2.2 หมื่นล้าน

DAAT คาดงบโฆษณาดิจิทัลพุ่ง 2.2 หมื่นล้าน

เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) (DAAT) คาดงบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลพุ่ง 2.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 13 % จับตาผลกระทบโควิด-19 ทำ 3 กลุ่มหลักชะลอใช้เงิน รถยนต์ สินค้าลักชัวรี อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจผันงบบุกอี-คอมเมิร์ซ ค้าออนไลน์

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ The Digital Advertising Association of Thailand (DAAT) ร่วมกับ บริษัท คันทาร์ (ประเทศไทย) จำกัด สำรวจมูลค่าเม็ดเงินลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลเป็นประจำทุกปี ซึ่งในรายงานการวิจัยล่าสุดได้เก็บข้อมูลเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลของปี 2562 พร้อมคาดการณ์เม็ดเงินในปี 2563 จาก 38 เอเจนซี่ โดยแบ่งเป็น 57 ประเภทอุตสาหกรรม และ 14 ประเภทสื่อดิจิทัล

ดร.อาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คันทาร์ (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2563 อาจจะมีมูลค่าสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13% โดยกลุ่มหลักที่มีการใช้เม็ดเงินสูงสุด ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 3.03 พันล้านบาท กลุ่มสกินแคร์ 2.03 พันล้านบาท กลุ่มการสื่อสาร 1.97 พันล้านบาท กลุ่มธุรกิจธนาคาร 1.4 พันล้านบาท และกลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ 1.34 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็น 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ลงเงินในการโฆษณาดิจิทัลมากที่สุดในปี 2563

สำหรับการใช้งบโฆษณาดิจิทัลในปี 2562 เดิมคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 2 หมื่นล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 19% แต่การเติบโตไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยขยายตัวได้ 16% หรือมีมูลค่า 1.96 หมื่นล้านบาท และอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับปี 2561 และ 2560 ที่ขยายตัวปีละ 30%

“อัตราการเติบโตในปี 2562 ตั้งแต่ไตรมาสแรกถึงไตรมาส 3 เป็นไปตามเป้าหมาย แต่พอไตรมาส 4 เริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดของโควิด-19 ทำให้มีการชะลอการใช้งบโฆษณา โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ และสินค้าลักซัวรี รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์” ดร.อาภาภัทรกล่าว

ขณะที่ ดร.อาภาภัทร ยังเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตของสื่อโฆษณาสื่อดิจิทัลในปีนี้ แม้โควิด-19 จะมีผลกับอัตราการเติบโตและส่งผลกระทบในวงกว้างหรือยาวนานกว่าที่คิดไว้ โดยทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทัศนคติและพฤติกรรมการซื้อสินค้า ผู้บริโภคใช้เวลาบนออนไลน์มากขึ้น รวมถึงใช้ชีวิตนอกบ้านน้อยลง

ซึ่งนักการตลาดต้องพยายามเข้าใจการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเหล่านี้ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันการมีกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

ด้าน ศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า สถานการณ์โควิด-19 มีผลอย่างมากต่อเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปีนี้ จากสถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมแตกต่างออกไป เช่น กลุ่มอุปโภคบริโภคคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก

ในขณะที่กลุ่มของรถยนต์ อสังหาริทรัพย์ และการบริการต่างๆ จะได้รับผลกระทบอย่างมากจากเหตุการณ์นี้ ดังนั้น สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลไปที่โลกออนไลน์มากขึ้น เช่น มีการลงทุนในแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีการลงทุนใน performance marketing มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ศิวัตร เชาวรียวงษ์

นอกจากนั้น เมื่อเทียบเม็ดเงินการลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลจากปี 2562 กลุ่มอุตสาหกรรมการสื่อสารจัดว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลสูงเป็นอันดับ 3 และได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มเม็ดเงินถึง 32% ในปี 2563 นับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เนื่องจากการลงทุนระบบ 5G ส่วนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินจะเพิ่มขึ้นถึง 20% เพื่อกระตุ้นความต้องการของลูกค้าในการซื้ออสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มที่มีการใช้งบสูงสุด ได้แก่ Facebook มูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท และ YouTube มูลค่า 3.92 พันล้านบาท ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักที่แบรนด์ต่างๆ เลือกใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภค โดยสมาคมโฆษณาดิจิทัลและคันทาร์ยังร่วมกันคาดการณ์ว่า แพลตฟอร์มที่จะมีการเติบโตค่อนข้างสูงในปี 2563 ได้แก่ Instagram 24% Twitter 28% และ Instant Messaging 71%

 

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP