CRG ประกาศทุ่มงบ 1,200 ล้านบาท รุกตลาดปี 68 ด้วยการขยายสาขาเพิ่ม รีโนเวทร้านให้ดึงดูดใจ และนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยให้การบริการดียิ่งขึ้น พร้อมชู Delicious Lab ทีมนักพัฒนาสร้างสรรค์ความอร่อยของอาหารและเครื่องดื่มตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าโกยรายได้ 17,900 ล้านบาท
ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เผยถึงภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในปี 2567 ที่ผ่านมา ซีอาร์จีมีการเติบโต 9% ปิดรายได้ทะลุ 15,800 ล้านบาท มีจำนวนสาขามากกว่า 1,300 สาขาทั่วประเทศ และยังเปิดแบรนด์น้องใหม่ 2 แบรนด์ ได้แก่ NAMA Japanese and Seafood Buffet และ Katsu Midori Sushi พร้อมทั้งปรับโฉม Katsuya Flagship @ Central World ที่ช่วยหนุนยอดขายเพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี

“ปี 67 เราสร้างความสำเร็จ เป็นที่น่าจดจำและถูกพูดถึงในวงกว้างจากกลยุทธ์ที่หลากหลาย เริ่มจากแบรนด์ MISTER DONUT เปิดตัว White Pon De Ring สร้างปรากฏการณ์ยอดขายทะลุ 3.6 ล้านชิ้น สร้างรายได้แตะ 70 ล้านบาท, มีการปรับโฉมร้าน KFC สาขาแรกของไทยที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ด้วยการพาย้อนความทรงจำในวันวาน ท่ามกลางความล้ำนำสมัยของจุดคีออสสั่งอาหาร รวมถึงการสร้างบรรยากาศ Japanese style ผสานความดั้งเดิมแบบโมเดิร์นได้อย่างลงตัวของ KATSUYA Flagship Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ จนสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังสร้างกระแสไวรัลจากวิดีโอคลิป How To Cook โดยแบรนด์ PEPPER LUNCH จนเกิดเป็นกระแสอยากลองทำตาม ต่อด้วย AUNTIE ANNE’S Meet & Eat Wish Gulf การดึงศิลปินวัยรุ่น กลัฟ - คณาวุฒิ เป็นพรีเซ็นเตอร์ สื่อสารเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Gen Z อย่างได้ผล“

ทั้งนี้ ในส่วนของภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยปี 2568 ผู้บริหารของ CRG มีแผนทุ่มงบ 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนขยายสาขา 800 ล้านบาท, รีโนเวทสาขา 200 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นรวมถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีอีก 200 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้เพิ่ม 13% หรือคิดเป็น 17,900 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่เพิ่ม 120-140 สาขา พร้อมคาดการณ์ออกมาเป็น 8 เทรนด์สำคัญ ได้แก่
1. ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2568 จะเติบโตอยู่ที่ราว 5 - 7% มูลค่ารวม 572,000 ล้านบาท
2. แบรนด์ร้านอาหารหน้าใหม่ยังคงตบเท้าเข้าสู่ตลาดอีกเป็นจำนวนมาก แต่จะอยู่รอดในตลาดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งและการบริหารจัดการในระยะยาว
3. การวางแผนรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์เกิดใหม่ และแบรนด์จากต่างประเทศ
4. แนวโน้มความนิยมสินค้าหรือการบริการในระดับพรีเมี่ยมที่เพิ่มสูงขึ้น ลูกค้ายอมจ่ายแพงเพื่อแลกกับคุณภาพที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ หรือ แพคเกจจิ้ง
5. วงจรของแบรนด์สินค้าจะมีอายุที่สั้นลง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เบื่อง่าย เปิดใจทดลองอาหารหรือการบริการใหม่อยู่ตลอดเวลา
6. แบรนด์ต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ ทันกระแส และวางแผนการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกแพลตฟอร์ม
7. ทางรอดของแบรนด์คือการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
8. ความท้าทายในเรื่องการบริหารจัดการค่าแรงพนักงาน ต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อน

สำหรับในปี 2568 ซีอาร์จีได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ผลักดันการเติบโตตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย
1. GROW : วางแผนต่อยอดธุรกิจ สร้างการเติบโตจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ พร้อมขยายสาขาในแบรนด์ที่มีกำไร อาทิ เคเอฟซี, มิสเตอร์ โดนัท, อานตี้ แอนส์, โอโตยะ, คัตสึยะ, ส้มตำนัว, สลัดแฟคทอรี่, ชินคันเซ็น ซูชิ และนักล่าหมูกระทะ เป็นต้น ซึ่งในปี 67 ที่ผ่านมา ทีม “Delicious lab” ได้พัฒนาสินค้าใหม่ ออกจำหน่ายกว่า 500 เมนู คิดเป็นสัดส่วน 15% ของยอดขาย สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกระแสการบริโภคใหม่ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ
2. DRIVE : ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย ภายใต้ 3C Actions ได้แก่ Cost บริหารจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด Capex เน้นการลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ Cash Flow การบริหารกระแสเงินสด ตลอดจน การลงทุน ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการร้านอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและบริการ
3. BUILD : เติมเต็มความแข็งแกร่ง ร่วมพัฒนาธุรกิจ และให้ความสำคัญในกลุ่ม JV Partner โดยตั้งเป้าขยายมากกว่า 25 สาขา พร้อมเฟ้นหาแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อเสริมความแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ ซึ่งตามแผนงานบริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มอีก 2 - 3 แบรนด์ในปีนี้ ในกลุ่มชาบู และปิ้งย่าง ภายใต้ CRG Ecosystem ให้พันธมิตรร่วมกันเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
4. SUSTAIN : ผลักดันความยั่งยืนทุกมิติ : หนึ่งในพันธกิจสำคัญด้านความยั่งยืนด้วย “CRG” STRATEGY
CARE for People & Partner การดูแลบุคลากร และ พันธมิตรด้านธุรกิจ พร้อมเปิดกว้างรับความหลากหลาย สร้างความเท่าเทียม และสร้างสมดุลในการทำงานเพื่อให้พนักงานมีความสุข ตลอดจนการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรอย่างมีธรรมาภิบาล
REDUCE Greenhouse Gases ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม ด้วยการประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานทดแทน โดยตั้งเป้าลดการใช้พลังงานลง 2% ซึ่งในปี 2567 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 481.66 tCO2e
GREEN Waste & Environment ลดปริมาณขยะอาหารที่เกิดจากการใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหาร
ด้าน กณพ ศรีอาวุธ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่าย Food Innovation บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้นำทีม Delicious Lab กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากสื่อโซเชียล โดยทีมทำหน้าที่ในการพัฒนาสินค้าจากการสำรวจตลาด ศึกษาลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล โดยทำงานร่วมกับฝ่ายการตลาด จนไปถึง Partner และ Supplier จนกว่าจะเป็นสินค้าใหม่ออกมา ซึ่งจะโฟกัสกลยุทธ์ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่
1. Quality = Delicious จากปีที่ผ่านมาเราสร้างการเติบโตด้วยวิธีการรับประทานใหม่ ๆ เช่นการรับประทาน Tonkatsu Nabe ทั้งแบบ Sukiyaki, Cheese sauce โดยปีนี้ จะชูจุดแข็งของคุณภาพวัตถุดิบ ซึ่งลูกค้าหลาย ๆ ท่านยังไม่ทราบว่าร้าน Katsuya และ Ootoya เราใช้หมูสด ไม่แช่แข็ง เกล็ดขนมปังชั้นดี ซอสที่คัดสรร และปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้งนี้ เราจะยังพัฒนาคุณภาพต่อในส่วนของกลุ่ม Bakery cuisine ทั้งความนุ่ม ความสดใหม่ของการผลิต
2. Premium Affordable การที่แบรนด์ของเราเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง การนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่า การใช้วัตถุดิบพรีเมี่ยม หรือนำเข้า โดยเป็นรสชาติ และ Taste profile ที่ลูกค้ารับรู้อยู่แล้วว่าเป็นของดี ของแพง แต่ราคาเข้าถึงได้ง่าย เช่น อานตี้ แอนส์ เราประสบความสำเร็จทุกๆ ครั้ง ที่ออกโปรโมชั่นเกี่ยวกับทรัฟเฟิล แฮมชีส หรือล่าสุดการเติมไข่กุ้ง (เอบิโกะ) ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้เรายังใช้กลยุทธ์นี้ในแบรนด์อื่นๆ
3. Innovation คือการตอกย้ำการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม แป้งโดนัทชนิดใหม่ ๆ เช่นในปีที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จอย่างมากจากโดนัท ไวท์พอนเดอริง และแป้งข้าวญี่ปุ่นคุมาโมโต้ ซึ่งนำเสนอเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบที่คนไทยชื่นชอบ

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เรายังต่อยอดจากความสำเร็จด้วย โดนัท ไวท์ พอนเดอริง สตรอเบอรี่ ที่มีไอเดียจากความนิยมในการทานสตรอเบอรี่คู่กับนมข้นหวานของชาวญี่ปุ่น แต่เรามาปรับการนำเสนอเป็น โดนัท ไวท์ พอนเดอริง ที่มีสีชมพูสดใสของรสชาติสตรอเบอรี่ พร้อมขับเคลื่อน 21 แบรนด์ที่มีอยู่ รวมถึงแบรนด์ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเสริมทัพ รวมความยิ่งใหญ่กับสาขากว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ
ภาพ : CRG
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เนสท์เล่ ไอศกรีม เตรียมเจาะตลาดผ่านร้านอาหาร หลังธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มปี 68 มีมูลค่าสูงถึง 657,000 ล้าน
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine