CRC ปีนี้ลงทุน 18,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจทั้งในไทย–เวียดนาม ชี้ “ไทวัสดุ” ดาวเด่น รายได้ 43,000 ล้าน พร้อมปั้นเครื่องยนต์เติบโตตัวใหม่ “Auto1”

CRC ปีนี้ลงทุน 18,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจทั้งในไทย–เวียดนาม ชี้ “ไทวัสดุ” ดาวเด่น รายได้ 43,000 ล้าน พร้อมปั้นเครื่องยนต์เติบโตตัวใหม่ “Auto1”

CRC เดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ปีนี้ ทุ่มงบ 18,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจทั้งในไทยและเวียดนาม “ไทวัสดุ” ยังเป็นดาวเด่นของกลุ่ม กวาดรายได้ 43,000 ล้านบาท พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดราว 25% ขณะที่ CRC เร่งปั้นเครื่องยนต์เติบโตตัวใหม่อย่าง Auto 1 เตรียมขยายสาขาแตะ 106 แห่งทั่วประเทศ


    ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่เปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีที่เข้ามาเร่งการแข่งขัน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับตัวรวดเร็ว แต่สำหรับ เซ็นทรัล รีเทล บริษัทกลับยังสามารถรักษาการเติบโตและทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2568 โดยมีรายได้ 253,165 ล้านบาท มี EBITDA ถึง 29,836 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7,432 ล้านบาท

    สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเกิดจากการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ “New Heights, Next Growth” ซึ่งมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก พร้อมสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ และปรับโฟกัสไปยังตลาดสำคัญอย่างประเทศไทยและเวียดนาม ที่ยังมีศักยภาพเติบโตสูง

    ปัจจุบัน CRC มีเครือข่ายธุรกิจในไทยรวม 3,596 ร้านค้า ครอบคลุม 63 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วนยอดขายราว 80% ของทั้งกลุ่ม

    ขณะที่ในเวียดนามมี 127 ร้านค้า ครอบคลุม 26 จังหวัดจากทั้งหมด 34 จังหวัด และสร้างยอดขายอีก 20% นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายฐานสมาชิก The 1 ในเวียดนามอย่างรวดเร็ว จนมีสมาชิกสะสมมากกว่า 4.3 ล้านราย สะท้อนการเติบโตของฐานลูกค้าในตลาดนี้


    หนึ่งในธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดของ CRC ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ “ไทวัสดุ” ซึ่งเติบโตต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีสาขา 89 แห่ง ใน 52 จังหวัดทั่วประเทศ และสามารถผลักดันยอดขายในปี 2568 ขึ้นไปแตะ 43,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 9% พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดราว 25%

    “ยอดขายรวมของทุกค่ายลดลง ทั้งที่ขยายสาขาแต่รายได้ลดลง แต่ไทวัสดุเป็นบวก ทั้งที่ขยายแค่ 2 สาขา” สุทธิสารกล่าว

    ขณะเดียวกัน ธุรกิจใหม่ที่ CRC วางให้เป็น New Growth Engine อย่าง Auto 1 ก็เริ่มเร่งเครื่องชัดเจน โดยในปีที่ผ่านมาเปิดสาขาเพิ่มอีก 13 แห่ง ทำให้มีทั้งหมด 53 สาขา และในปี 2569 บริษัทเตรียมขยายเชิงรุก ตั้งเป้าเพิ่มสาขาอีก 53 แห่ง เพื่อให้เครือข่ายรวมแตะ 106 สาขาทั่วประเทศ รองรับความต้องการด้านบริการรถยนต์แบบครบวงจร

    “ส่วนธุรกิจที่เปิดตัวมาไม่กี่ปีของเราอย่าง GO Wholesale ปีที่ผ่านมาขยายไป 4 สาขา ปัจจุบันมีอยู่ 14 สาขา แม้ภาพรวมผลการดำเนินงานจะยังติดลบอยู่ แต่ก็ติดลบน้อยลง นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี” สุทธิสารกล่าว

    สำหรับปี 2569 CRC มองว่าเป็นปีแห่งทั้ง “ความท้าทายและโอกาส” ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง บริษัทจึงเดินหน้าต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ต่อเนื่อง โดยมุ่งโฟกัสการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในไทยและเวียดนาม โดยเวียดนามนั้นมีประชากรมากกว่า 100 ล้านคน ทำให้ CRC มองว่ายังมีโอกาสอีกมากที่จะสร้างการเติบโตที่นี่

    สำหรับยุทธศาสตร์การเติบโตของ CRC ที่วางไว้นั้นอยู่ภายใต้แนวคิด “Innovation in Action” โดยมี 3 ทิศทางหลัก

    แนวทางแรกคือ ยกระดับประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ หรือ Omnichannel ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยในปี 2568 ยอดขายออนไลน์ของ CRC เติบโต 14% จากปีก่อน บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาทั้งหน้าร้านและแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจุด Self-Checkout การจัดอีเวนต์ร่วมกันของธุรกิจในเครือ การเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์อย่างโซนอาหาร เกม หรือแชมเปญบาร์ รวมถึงการนำ AI มาช่วยค้นหาสินค้า โปรโมชั่น และคูปองให้ตรงกับความต้องการลูกค้า

    ขณะเดียวกัน บริษัทยังเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างโลกออนไลน์กับหน้าร้าน ผ่านบริการอย่าง Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect เพื่อให้ลูกค้าช็อปปิ้งได้สะดวกมากขึ้น

    แนวทางที่สองคือ การปรับโฉมสินค้าและแบรนด์ให้ทันสมัย โดยในเวียดนามจะเน้นพัฒนาสินค้าในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! โดยเฉพาะกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ส่วนในประเทศไทยจะเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์แฟชั่นจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งขยายร้านความงาม KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า Young และ Mainstream มากขึ้น

    แนวทางสุดท้ายคือ การยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานด้วยเทคโนโลยี ตั้งแต่การใช้ AI ในการวิเคราะห์ลูกค้า การทำการตลาด การจัดซื้อสินค้า ไปจนถึงการกำหนดราคาและบริหารหน้าร้าน รวมถึงการพัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทางให้เป็นมุมมองเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกขึ้น และสามารถนำเสนอคูปองหรือโปรโมชันแบบ Omnichannel ได้ตรงใจมากขึ้น

    เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป CRC เตรียมงบลงทุนปี 2569 ไว้ที่ 16,000–18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและขยายสาขาทั้งในไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นสองตลาดยุทธศาสตร์หลัก



    ในไทย บริษัทมีแผนเปิดท็อปส์ 8–10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3–5 สาขา ส่วนในเวียดนามจะขยายศูนย์การค้า GO! 2 สาขา, ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และ Mini go! 6 สาขา นอกจากนี้ยังมีแผนขยายเพาเวอร์บาย, ท็อปส์ เดลี่ รวมถึงออโต้วันดังที่กล่าวไปข้างต้นด้วย พร้อมทั้งมองหาโอกาสขยายธุรกิจในประเทศอาเซียนอื่นอย่างรอบคอบ

    CRC ตั้งเป้าให้รายได้ในปี 2569 เติบโตประมาณ 4–5% และ EBITDA เพิ่มขึ้น 5–7% จากปีก่อน พร้อมรักษาวินัยทางการเงินเพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ และเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต


    “เราระมัดระวังเรื่องการเงินค่อนข้างมาก แต่ถ้ามีโอกาสที่ดี เราก็จะคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ หลังจากที่เราขายกิจการในอิตาลีไป การเงินเรามั่นคงมากขึ้น ซึ่งเรายังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อ และต้องการทำให้มั่นใจว่าในทุกๆ ที่ที่เราจะไป เราจะตอบแทนสังคมได้ดี” สุทธิสารย้ำ

    สุทธิสารทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ CRC ยึดมั่นเสมอคือ “ลูกค้าเป็นหัวใจของธุรกิจ” บริษัทจะยังคงเดินหน้านำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างธุรกิจใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งของไทยและภูมิภาค ภายใต้วิสัยทัศน์ “Retail & Wholesale for All” และแนวคิด “Central to Life” ที่ต้องการให้ธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในทุกวัน



ภาพ: เซ็นทรัล รีเทล



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Go Wholesale ลุยขยาย Own Brand รับดีมานด์ลูกค้า HoReCa โตต่อเนื่อง พร้อมอัดงบ 1.2 พันล้าน เปิด 2 สาขาปีนี้

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine