เดอะมอลล์ลุยรามคำแหง! เปิด "1981 Soul & Sold" พื้นที่คนรักวินเทจ-สตรีทแวร์ ชูค่าเช่ายืดหยุ่นหนุนครีเอเตอร์หน้าใหม่

เดอะมอลล์ลุยรามคำแหง! เปิด "1981 Soul & Sold" พื้นที่คนรักวินเทจ-สตรีทแวร์ ชูค่าเช่ายืดหยุ่นหนุนครีเอเตอร์หน้าใหม่

"เดอะมอลล์" ส่ง "1981 Soul & Sold" รุกย่านรามคำแหง เปิดมิติใหม่ของพื้นที่ค้าปลีกเมื่อ 2 ก.ค. 2569 ที่เน้นสร้าง Culture Hub มากกว่าแค่ที่ช็อปปิ้ง เปิดพื้นที่ให้แบรนด์วินเทจและศิลปินรุ่นใหม่ได้ปล่อยของ พร้อมเตรียมแผนเชื่อมโยง Lifestore ฝั่งตรงข้าม เพื่อสร้างย่านนี้ให้เป็นสุดยอดฮับของกรุงเทพฯ ตะวันออก


    เมื่อสมรภูมิศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดินมาถึงจุดอิ่มตัว การสร้างอาณาจักรค้าปลีกด้วยสูตรสำเร็จรูปแบบเดิมอาจไม่ใช่คำตอบของการเติบโตในอนาคต 

    "เดอะมอลล์ กรุ๊ป" ตัดสินใจเดินหน้ากลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาพื้นที่ย่านรามคำแหง ด้วยการเปิดตัวโปรเจกต์ "1981 Soul & Sold" พื้นที่รีเทลแนวใหม่ที่ก้าวข้ามคำว่าช็อปปิ้งมอลล์ สู่การเป็น "Nostalgia & Newstalgia Marketplace" และ "Culture Hub" อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเป้าเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักดนตรี แฟชั่น ของสะสม และวัฒนธรรมวินเทจ

    ซึ่งหากย้อนไปก่อนหน้านี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ทำการศึกษาและวางแผนมาอย่างยาวนาน โดยพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การโหยหา "ประสบการณ์" และ "พื้นที่แสดงความเป็นตัวตน" มากกว่าเพียงการเข้ามาซื้อสินค้า

    ทีมผู้บริหารจึงตกผลึกแนวคิดที่จะสร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ด้วยการไม่พึ่งพาแบรนด์กระแสหลัก แต่ดึงเอาเสน่ห์ของกลุ่มคนรักวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มมาเป็นแกนหลักในการพัฒนา จนก่อเกิดเป็นโปรเจกต์ 1981 ขึ้นมา และได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันแรกไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา


ดึงมนต์เสน่ห์วันวาน ปั้นพื้นที่สไตล์ "Newstalgia"

    อัจฉรา อัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป อธิบายถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ว่า ท่ามกลางทำเลที่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่โดยรอบ การจะพัฒนาพื้นที่ขนาด 100,000 ตารางเมตรแห่งนี้ให้โดดเด่นและดึงดูดผู้คนได้ จำเป็นต้องหลีกหนีจากรูปแบบเดิมๆ และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงเป็นที่มาของการดึงหน้าประวัติศาสตร์ของบริษัทมาใช้ โดยชื่อ "1981" ถูกนำมาใช้เพื่อสื่อถึงปีที่ก่อตั้งศูนย์การค้าเดอะมอลล์แห่งแรกที่ราชดำริ

    "เราทำห้างสรรพสินค้าและช็อปปิ้งเซ็นเตอร์มา 40 ปี ถ้าเรายังทำแบบเดิม มันก็จะกลับไปที่เดิม เพราะฉะนั้นตึกนี้เราต้องทำอะไรที่ท้าทายและแตกต่างขึ้น เพราะเราอยู่ในทำเลที่มีศูนย์การค้าใหญ่กว่าเราเยอะมาก ตึกนี้เลยเป็นตึกที่เราต้องคิดอะไรพิเศษ"

    จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว โปรเจกต์นี้จึงเปรียบเสมือนการปลุกจิตวิญญาณจากวันวานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่กลุ่ม Baby Boomer ที่โหยหากลิ่นอายในอดีต ไปจนถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการนำสไตล์วินเทจมาผสมผสานจนเกิดเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ที่เรียกว่า "Newstalgia" หรือการนำเรื่องราวในอดีตกลับมาเล่าใหม่ในบริบทของยุคปัจจุบัน

โมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Creator และความยืดหยุ่น

    เพื่อให้การสร้าง Culture Hub เกิดขึ้นจริงและเข้าถึงแก่นแท้ของผู้บริโภค โครงสร้างการบริหารของ 1981 Soul & Sold จึงถูกปรับให้เป็นมิติใหม่ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป แม้บริษัทจะเป็นเจ้าของและบริหารจัดการพื้นที่ 100% แต่ในด้านการพัฒนาคอนเซปต์และคัดสรรผู้เช่า ได้ตัดสินใจดึงตัว ชีวา ลาภิณตั้งสุทธิ Retail Curator เข้ามาร่วมงานในรูปแบบ project-based collaboration เพื่อเจาะลึกถึงความต้องการของคอมมูนิตี้อย่างแท้จริง

    นอกจากการดึงผู้เชี่ยวชาญมาร่วมงานแล้ว กลยุทธ์ในการจัดสรรพื้นที่ยังถูกออกแบบมาอย่างรัดกุม โดยสัดส่วนของผู้เช่าในโครงการจะไม่พึ่งพาแบรนด์กระแสหลักระดับแมสเหมือนห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่จะถูกคัดกรองอย่างพิถีพิถันเพื่อให้โครงการมีความลึก ประกอบด้วย

    - Anchor Vendors (15%) ร้านค้าระดับแม่เหล็ก หรือร้านวินเทจที่มีชื่อเสียง ฐานผู้ติดตามแน่น

    - Core Specialists (40%) ร้านค้าเฉพาะทางที่เจาะลึกในหมวดหมู่เดียว เช่น เสื้อผ้ายุค 80s หรือกล้องฟิล์ม

    - Lifestyle Collectibles & Services (20%) สินค้าและบริการที่สะท้อนคุณค่าเดียวกัน เช่น สตรีทแวร์หายาก งานคัสตอม หรือร้านซ่อมแซมเสื้อผ้า

    - Emerging Creators (25%) พื้นที่สำหรับนักออกแบบ ศิลปิน และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทดลองตลาดด้วยสินค้า limited



    จากกลุ่มผู้เช่าที่เน้นรายย่อยและนักสร้างสรรค์หน้าใหม่ กลยุทธ์ด้านราคาและสัญญาก็ถูกปรับให้สอดรับกับการทำธุรกิจของคนกลุ่มนี้ ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นเฉลี่ย 1,200-1,300 บาทต่อตารางเมตร พร้อมระบบสัญญาที่มีความยืดหยุ่น

    ซึ่งจะมีทั้งรูปแบบการเช่าระยะยาวและการเปิดพื้นที่ pop-up ที่หมุนเวียนเปลี่ยนผู้เช่าได้ทุกเดือน เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวที่สดใหม่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

    "คู่ค้าที่เป็นของเราจะไม่เหมือนเดอะมอลล์แล้ว เรามองเขาเป็นพาร์ตเนอร์ เป็นผู้ที่มาร่วมสร้างตึกนี้และเติบโตไปด้วยกัน เปิดโอกาสให้คนตัวกลาง ตัวเล็ก ที่อยากทำธุรกิจแต่มีเงินทุนไม่มากสามารถอยู่ได้ พื้นที่ของเราไม่ได้ฟิกตายตัว แต่ละล็อกสามารถสลับสับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดมูฟเมนต์ที่สนุกและไม่ทำให้คนมาเดินรู้สึกเบื่อ"

8 โซนแห่งประสบการณ์ สู่ศูนย์กลางทางวัฒนธรรม

    ไม่เพียงแค่กลยุทธ์การเช่าที่แตกต่าง แต่ประสบการณ์การเดินชมพื้นที่ภายในอาคารก็ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Cultural Ecosystem ที่เชื่อมโยงแฟชั่น ดนตรี เทคโนโลยี ศิลปะ และอาหารเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

    พร้อมไฮไลต์สำคัญอย่าง “ยานนาล็อก” ลิฟต์สไตล์อนาล็อกที่สะท้อนแนวคิดการเชื่อมต่ออดีตกับปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย การแบ่งโซนภายในตึกจึงถูกจัดวางอย่างมีเอกลักษณ์และเป็นสัดส่วน ได้แก่

    - ชั้น G : โซน 1981 Gourmet Eats แหล่งรวมร้านอาหารชื่อดังและสตรีทฟู้ดกว่า 150 ร้าน ควบคู่กับ พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ต Gourmet Market

    - ชั้น 1 : พื้นที่ป๊อปคัลเจอร์ยุค 80s-90s พบกับร้านไฮไลต์อย่างห้างทองบาร์, DOWNTOWN Store, Bangkok Hot Rod และ LAB LIVE ROOM ห้องสตูดิโอที่เซ็ตระบบไว้พร้อมให้ผู้ค้าหรือครีเอเตอร์หน้าใหม่เข้ามาสตรีมไลฟ์สดขายของออนไลน์ได้อย่างครบวงจร

    - ชั้น 2 และ ชั้น 3 : แหล่งรวมเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานฝีมือ ร้านสัก คาเฟ่ รวมถึงสินค้าสไตล์ workwear และ streetwear

    - ชั้น 4 : พื้นที่จัดกิจกรรมดนตรีและศิลปะแบบอินดอร์ รองรับผู้ร่วมงานได้ 400-500 คน เตรียมพร้อมเป็นพื้นที่ผลักดันศิลปินหน้าใหม่เข้าสู่วงการ


จิ๊กซอว์ตัวแรกของ "Ramkhamhaeng Hub"

    อย่างไรก็ตาม การเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดของ 1981 Soul & Sold ถือเป็นเพียงก้าวแรกของแผนแม่บทในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานย่านรามคำแหง โดย อัจฉรา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พื้นที่เดอะมอลล์ฝั่งตรงข้ามกำลังเตรียมการพัฒนาเป็น "The Mall Lifestore" รูปแบบใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ green ที่เน้นความเป็นธรรมชาติสูง เสมือนยกป่าเข้ามาไว้ในศูนย์การค้า ด้วยงบลงทุนเบื้องต้นกว่า 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีกประมาณ 1 ปีครึ่ง

    "The Mall Lifestore ฝั่งตรงข้ามเราจะให้เป็นสีเขียว สร้างคอนเซปต์ green ขึ้นมาให้เป็นธรรมชาติจริงๆ พอมันเสร็จสมบูรณ์ทั้งสองฝั่ง ทั้งความแตกต่างยูนีคของ 1981 และความครบครันของลานสโตร์ จะมาเอื้อและเกื้อกูลกัน ผลักดันให้พื้นที่ย่านนี้กลายเป็น รามคำแหง ฮับ (Ramkhamhaeng hub) ที่ตอบโจทย์ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าระดับแมส ลักชัวรี่ ไปจนถึงกลุ่มคอมมูนิตี้เฉพาะทาง"

    นอกจากแผนพัฒนาย่านรามคำแหงแล้ว ผู้บริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังได้อัปเดตความคืบหน้าของอภิมหาโปรเจกต์ "แบงค็อก มอลล์" (Bangkok Mall) บนพื้นที่กว่า 1.2 ล้านตารางเมตร ว่างานโครงสร้างหลักจะแล้วเสร็จและพร้อมเข้าตกแต่งภายในช่วงกลางปีหน้า โดยมีเป้าหมายเปิดให้บริการในอีกประมาณ 2 ปีครึ่ง

    "สำหรับ แบงค็อก มอลล์ กลางปีหน้าจะสามารถเข้าพื้นที่ตกแต่งได้แล้ว ที่นั่นจะคนละเรื่อง คนละแบบ ที่นั่นคือโลกใบใหม่ที่เราต้องทำให้สุดและมีครบทุกอย่าง" อัจฉรา กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ : เดอะมอลล์ กรุ๊ป




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เปิดแล้ว! “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” หลัง CPN ทุ่มลงทุน 4.5 พันล้าน ดึง 300 ร้านค้าเอาใจชาวนนทบุเรี่ยน คาดทราฟฟิกเพิ่มสู่ 3 หมื่นคน/วัน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine