ซีอีโอป้ายแดง "ทีวี ไดเร็ค" โชว์วิสัยทัศน์ 2563 กับเป้าหมายหลัก ดันกำไรเพิ่มขึ้น - Forbes Thailand

ซีอีโอป้ายแดง "ทีวี ไดเร็ค" โชว์วิสัยทัศน์ 2563 กับเป้าหมายหลัก ดันกำไรเพิ่มขึ้น

กนกวรรณ มากเมฆ / FORMER ONLINE CONTENT CREATOR
08 Jan 2020 | 07:20 PM
READ 4306

บมจ. ทีวี ไดเร็ค เปิดตัวซีอีโอคนใหม่ธนะบุล มัทธุรนนท์วางกลยุทธ์ 2563 เตรียมปรับโครงสร้างลดพนักงาน ลดต้นทุน ดันกำไรเพิ่ม

หลังขยับทรงพล ชัญมาตรกิจไปดำรงตำแหน่งกรุ๊ป ซีอีโอซึ่งจะดูหลังบ้านและงานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า B2B ของกรุ๊ป บอร์ดบริหารก็ได้มีมติแต่งตั้งลูกหม้อคนสำคัญธนะบุล มัทธุรนนท์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD และยังรับผิดชอบบริหารบริษัท ทีวีดี ช้อปปิ้ง จำกัด โดยเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา

ล่าสุด TVD ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวซีอีโอคนใหม่ป้ายแดง พร้อมแถลงถึงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปี 2563

ธนะบุล ฉายภาพให้เห็นว่า ภารกิจของปี 2563 ที่บอร์ดบริหารมอบหมายคือการผลักดันการเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไรของบริษัทเติบโตขึ้นจากปีก่อน ซึ่งกลยุทธ์หลักที่เขาวางไว้คือการปรับโครงสร้างลดพนักงานส่วนโอเปอเรชั่น นอกจากนี้ ยังมุ่งเป้าเพิ่มรายได้และกำไรโดยอาศัยโมเดล Omni Channel คือเพิ่มช่องทีวี, เพิ่มพนักงานขายผ่านคอลเซ็นเตอร์ outbound (โทรหาลูกค้า), รุกช่องทางออนไลน์ และรักษายอดขายผ่านทางร้านค้าปลีก (TVD Shop) และสื่อแคตตาล็อก

[caption id="attachment_25687" align="alignnone" width="720"] ธนะบุล มัทธุรนนท์ ซีอีโอ บมจ.ทีวี ไดเร็ค[/caption]

ผลประกอบการ 9 เดือนของปีที่ผ่านมา เราเติบโตทั้งในแง่ของรายได้และกำไร ซึ่งเป็นผลมาจากการหามีเดียใหม่ๆ เข้ามาเสริม ส่งให้ยอดขายและกำไรทั้งช่องทางทีวีและออนไลน์มีการเติบโต

ธนะบุล ระบุว่า รายได้ 9 เดือนของ TVD ในปีที่ผ่านมาโตในระดับ single digit สอดรับกับภาพรวมของตลาดทีวีช็อปปิ้งที่ปีที่ผ่านมามีมูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปี 2561 ที่มีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดช่องทีวีดิจิทัลที่กระทบต่อภาพรวมของตลาดทีวีช็อปปิ้ง

 

4 กลยุทธ์หลักของซีอีโอคนใหม่

ธนะบุล เปิดเผยถึงกลยุทธ์สำหรับการบริหารเพื่อสร้างการเติบโตให้กับ ทีวี ไดเร็ค ในปี 2563 โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้

1.การปรับเพิ่มช่องทีวี จากปัจจุบันที่ทีวี ไดเร็ค มีการออกอากาศอยู่ใน 3 ช่อง คาดว่าจะเช่าช่องทีวีดาวเทียมอีก 3 ช่อง ซึ่งจะเป็นการออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ในปีนี้จะเพิ่มจำนวนพนักงานคอลเซ็นเตอร์ Outbound (โทรหาลูกค้า) ซึ่งเพิ่มจำนวนไปแล้ว 150 คนในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และยังมีแผนเพิ่มจำนวนอีก เพื่อสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าที่ TVD มีอยู่ 6 ล้านคน ต่อยอดไปสู่โอกาสในการขาย

2.การรุกช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น ซึ่งเป็นช่องทางที่บอร์ดบริหารให้ความสำคัญ โดยปีที่ผ่านมาช่องทางนี้มีอัตราการเติบโต 30-40% ส่วนหนึ่งมาจากช่องทางออนไลน์ของ TVD ยังไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ทำให้การเติบโตมีอัตราสูงมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้มองว่า TVD ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

3.ปรับปรุงร้านขายปลีกและแคตตาล็อก ปัจจุบัน TVD มีหน้าร้านอยู่ราว 30-40 สาขา ซึ่งปีนี้ยังไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่ม แต่จะสร้างความแตกต่างด้วยการสร้างแอปพลิเคชั่นที่ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าที่ไม่ได้มีอยู่ที่หน้าร้านได้ เป็นการเพิ่มสินค้าโดยที่ไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ ทั้งยังสร้างประสบการณ์ที่ให้กับลูกค้าด้วย

4.ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการทำงาน โดยมุ่งลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ซึ่งจะทำให้เกิดการลดพนักงานในส่วนโอเปอเรชั่น ทั้งนี้ ปัจจุบัน TVD มีพนักงานอยู่ 1,044 คน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น

ธนะบุล กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ TVD ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 5-7% แต่ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างเห็นได้ชัดคือกำไร เนื่องจากค่าใช้จ่ายมีเดียลดลง ส่วนช่องทางออนไลน์คาดว่าปีนี้เติบโตขึ้นจนสามารถครองสัดส่วน 15-20% ของรายได้รวม จากเดิมที่ในปีก่อนมีสัดส่วนราว 10%

ขณะที่ภาพรวมตลาดธุรกิจทีวีช็อปปิ้ง คาดว่าในปีนี้จะมีการเติบโตราว 3-5% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงปัจจัยลบอื่นๆ เช่น กำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งเราเองก็ปรับตัวทั้งในแง่ของการจัดกรุ๊ปสินค้าให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และอีกส่วนคือการขยายเวลาผ่อนสินค้าให้มากขึ้น

ธนะบุลทิ้งท้ายถึงเป้าหมายของเขานอกเหนือจากการสร้างการเติบโตทั้งรายได้และกำไรแล้ว เขายังอยากมีแพลตฟอร์มการขายตัวเอง และอยากให้ผู้บริโภคนึกถึงทีวี ไดเร็คเป็นอันดับแรกในการซื้อสินค้าหรือบริการ โดยในปีนี้ TVD เตรียมเปิดตัวสินค้ากลุ่มใหม่คือบริการแพคเกจโรงแรมที่พักด้วย

 

Forbes Facts:

  • สัดส่วนรายได้ของ TVD นั้นมาจากทีวี 70%, คอลเซ็นเตอร์ 20% และออนไลน์ 10%
  • ช่องทางออนไลน์แบ่งสัดส่วนรายได้ 60% มาจากเว็บไซต์ของ TVD ขณะที่อีก 40% มาจากมาร์เก็ตเพลซ เช่น ลาซาด้า
  • ปัจจุบัน ทีวี ไดเร็คครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนกว่า 20%
  • สินค้าขายดี 3 อันดับแรกของทีวี ไดเร็ค คือ เครื่องออกกำลังกาย, อาหารเสริม และสินค้าแฟชั่น

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine