กลุ่มธุรกิจ 7.1 ในเครือ BDMS ตั้งเป้าโต 13-17% ‘เอ็น เฮลท์’ ขยายขายเครื่องมือแพทย์ ‘เซฟดรัก’ เปิดเพิ่ม 50 สาขาปี’62 - Forbes Thailand

กลุ่มธุรกิจ 7.1 ในเครือ BDMS ตั้งเป้าโต 13-17% ‘เอ็น เฮลท์’ ขยายขายเครื่องมือแพทย์ ‘เซฟดรัก’ เปิดเพิ่ม 50 สาขาปี’62

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล / FORMER ONLINE BUSINESS WRITER
08 Aug 2018 | 02:57 PM
READ 287

กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล 7.1 ของ BDMS ห้องปฏิบัติการ-วิศวกรรมเครื่องมือแพทย์ เอ็น เฮลท์ ตั้งเป้าโต 17% และร้านขายยา เซฟดรัก โต 13% จำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในบ้านเรือนเพิ่ม ปีหน้าเซฟดรักปูพรมเปิดอีก 50 สาขาทั่วไทย

ณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล 7.1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยถึงเป้าหมายและกลยุทธ์ของกลุ่มช่วงปี 2561-62 

โดยกลุ่มธุรกิจ 7.1 ของ BDMS ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (เอ็น เฮลท์) ซึ่งให้บริการด้านห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ วิศวกรรมทางการแพทย์ เช่น ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาล จำหน่ายเครื่องมือแพทย์ขนาดเล็กสำหรับใช้ในบ้านเรือน ระบบควบคุมการติดเชื้อ เช่น ผ้าปราศจากเชื้อ ศูนย์ล้างเครื่องมือแพทย์ และซัพพลายเชนระบบยา ส่วนอีกบริษัทหนึ่งคือ บริษัท เซฟดรัก เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจเชนร้านขายยา 

ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า ปี 2561 กลุ่มธุรกิจ 7.1 คาดว่ายังคงเติบโตได้ดี โดยเอ็น เฮลท์ตั้งเป้าหมายเติบโต 17% เพิ่มรายได้เป็น 4.2 พันล้านบาท และเซฟดรักหวังโต 13% เป็น 1.1 พันล้านบาท

สำหรับเอ็น เฮลท์ เป็นบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลซึ่งมีมูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ของเอ็น เฮลท์ปัจจุบันมาจากธุรกิจแบบ B2B สัดส่วน 95% และ B2C อีก 5% ซึ่งปีนี้รายได้ของบริษัทสามารถเติบโตได้จากการเพิ่มจำนวนการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ (Lab) การเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ใช้บริการดูแลบำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์ เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 

รวมถึงการขยายการจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ให้ผู้บริโภครายย่อยเพิ่มขึ้น จากเทรนด์รักษาสุขภาพของผู้บริโภคทำให้ต้องการเครื่องมือสำหรับใช้เองที่บ้าน เป็นโอกาสให้เอ็น เฮลท์ขยายยอดขาย และคาดว่าจะทำให้สัดส่วนการขายแบบ B2C เพิ่มจาก 5% เป็น 10% ได้ภายในปี 2563

 

เซฟดรักเตรียมเปิด 50 สาขาปีหน้า

ในขณะที่ฝั่งเซฟดรัก เชนร้านขายยาที่ BDMS เทกโอเวอร์เมื่อปี 2557 ณรงค์ฤทธิ์กล่าวว่า บริษัทได้ขยายร้านเซฟดรักจนปัจจุบันมี 150 สาขา และได้ทยอยปรับโลโก้ รูปลักษณ์ของร้านให้ทันสมัยแล้วเกือบทุกแห่ง โดยชูคอนเซปท์ร้านยาราคาถูกแต่มีคุณภาพดี มียาครบตรงตามอาการ และเข้าถึงง่าย

“เซฟดรัก เราตั้งเป้าให้เป็นมากกว่าร้านยา แต่จะเป็น Health Station มีบริการเพิ่มในร้าน อนาคตจะมีการเก็บข้อมูลเป็นระบบ Big Data เพื่อให้คำปรึกษาลูกค้าได้ดีขึ้น” ณรงค์ฤทธิ์กล่าว

[caption id="" align="alignnone" width="638"] ร้านเซฟดรักหลังปรับโลโก้และรูปลักษณ์ (ขอบคุณภาพจาก Facebook@savedrugofficial)[/caption]

ด้าน มติชน อ่ำดี ผู้อำนวยการด้านการตลาด บริษัท เซฟดรัก เซ็นเตอร์ จำกัด เสริมว่า ปัจจุบันภายในร้านเซฟดรักมีสินค้ายา 70% และสินค้าซัพพลีเมนต์-เวชภัณฑ์ 30%

การแข่งขันของร้านขายยาปัจจุบันจะเน้นราคา โดยเซฟดรักให้ราคาที่ถูกกว่าร้านขายยาเชนต่างประเทศ อาทิ Watsons, Boots ราว 20% และเน้นการจัดโปรโมชันสินค้าซัพพลีเมนต์-เวชภัณฑ์จูงใจลูกค้ากลุ่มที่หันมาดูแลสุขภาพก่อนเจ็บป่วยมากขึ้น รวมไปถึงการบริการจากเภสัชกร-ผู้ขายที่ให้คำปรึกษากับลูกค้า

มติชนกล่าวต่อว่า ส่วนการขยายสาขาเซฟดรัก ในปี 2561 จะยังไม่มีการขยายสาขาเพิ่ม แต่อาจมีการเปิดสาขาทดแทนสาขาเดิมบางแห่งซึ่งมีผลประกอบการไม่น่าพอใจ และจะเริ่มเปิดสาขาเพิ่มปี 2562 ตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 50 สาขา ใช้งบลงทุนเฉลี่ย 5 ล้านบาทต่อสาขา รวมเป็นงบลงทุนราว 200-300 ล้านบาทในปีหน้า

 

เล็งสยายปีกอาเซียน

ณรงค์ฤทธิ์ ยังกล่าวถึงเป้าหมายการขยายสู่ต่างประเทศด้วย โดยปัจจุบันเอ็น เฮลท์มีสาขาอยู่แล้วในเมียนมาและกัมพูชา  ส่วนเซฟดรักมี 1 สาขาในกัมพูชา

ในอนาคต บริษัทกำลังศึกษากฎระเบียบในการลงทุนเพื่อขยายสาขาในประเทศใหม่ๆ ที่สนใจ ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะร้านขายยาเซฟดรักซึ่งจะมีการขยายสาขาเพิ่มในต่างประเทศในปี 2562

 

Forbes Facts

  • กลุ่มธุรกิจ 7.1 ทั้งสองบริษัทมีรายได้รวม 4,575 ล้านบาทในปี 2560 คิดเป็นสัดส่วน 5.93% ของเครือ BDMS
  • ณรงค์ฤทธิ์กล่าวว่า อุตสาหกรรมธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลมีผู้เล่นหลักทั้งหมด 4 ราย โดยเอ็น เฮลท์เป็นผู้นำอันดับ 1
  • เดิมเซฟดรัก เซ็นเตอร์ก่อตั้งและบริหารโดย เภสัชกร พิชัย เกิดสินธ์ชัย ก่อนจะขายให้กับเครือ BDMS