คลังข้อมูลและเครือข่ายของ ‘วีจีไอ’ เพื่อขึ้นเป็นบริษัทสื่อโฆษณา 1 หมื่นล้าน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Marketing
  • News >
  • คลังข้อมูลและเครือข่ายของ ‘วีจีไอ’ เพื่อขึ้นเป็นบริษัทสื่อโฆษณา 1 หมื่นล้าน

คลังข้อมูลและเครือข่ายของ ‘วีจีไอ’ เพื่อขึ้นเป็นบริษัทสื่อโฆษณา 1 หมื่นล้าน

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา วีจีไอ โกลบอล มีเดีย เซอร์ไพรส์วงการด้วยการประกาศเข้าซื้อหุ้น 23% ในเคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) และนั่นคือจิ๊กซอว์ชิ้นล่าสุดของการทำธุรกิจสื่อโฆษณาครบวงจร

บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ในเครือของ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ก่อตั้งเมื่อปี 2541 วีจีไอเริ่มต้นจากการบุกตลาดสื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH media) ไม่ว่าจะเป็นในรถไฟฟ้า สื่อกลางแจ้ง สนามบิน การสาธิตสินค้า ฯลฯ ก่อนจะขยับมาที่ธุรกิจให้บริการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payment) ผ่านแรบบิท กรุ๊ป และล่าสุดคือการลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์อย่างเคอรี่

กวิน กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหารของ วีจีไอ เปิดเผยว่า ปี 2561 นี้วีจีไอจะลงทุนคิดเป็นเม็ดเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนซื้อหุ้นสัดส่วน 23% ใน บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่าราว 5,900 ล้านบาท และอีกราว 6,000 ล้านบาทจะลงทุนด้านดิจิทัลหรือบริษัทที่พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในลักษณะการร่วมทุน (JV: Joint Venture) 

เป้าหมายรายได้ 3 ปีข้างหน้าของวีจีไอ

ทั้งหมดคือการบุกด้านดิจิทัลอย่างเต็มที่เพื่อให้บริษัทมีบริการครบวงจรแบบ Offline-to-Online (O2O) Solutions โดยกวินตั้งเป้าว่า บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 4,000 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 1 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปี ซึ่งเป้าหมายรายได้นี้ ราว 50% จะเป็นรายได้จากการโฆษณา ขณะที่อีก 50% มาจากการโอนเงินในระบบ payment และจากบริษัทร่วมทุนต่างๆ ทั้งนี้ สำหรับปี 2561 คาดว่ารายได้ของวีจีไอจะเติบโตขึ้น 15% จากปีก่อน

 

ฐานข้อมูลคือพลัง

Nelson Leung รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ วีจีไอ อธิบายให้เห็นภาพถึงการเชื่อมต่อของแต่ละกลุ่มภายในองค์กรว่า 

สื่อนอกบ้านของวีจีไอนั้นมียอดเข้าถึงผู้รับชมโฆษณาอยู่แล้ว 40 ล้านคน ขณะที่ระบบดิจิทัลที่แรบบิท (Rabbit) ร่วมกับพันธมิตรทั้ง Line, ธนาคารกรุงเทพ, AIS, อิออน และบริการเปรียบเทียบราคาประกันออนไลน์แรบบิทไฟแนนซ์ มียอดเข้าถึงผู้ใช้ 16 ล้านคน รวมถึงระบบโลจิสติกส์ของเคอรี่ที่ปัจจุบันมีการส่งพัสดุวันละ 7.5 แสนครั้ง

การใช้งานเหล่านี้ โดยเฉพาะในโลกดิจิทัลและโลจิสติกส์ จะเป็นจุดที่วีจีไอใช้เก็บข้อมูลผู้บริโภคและมีระบบ Data Management ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อสื่อโฆษณากับวีจีไอ

“ข้อมูลของเรามีความแม่นยำมากกว่า ตัวอย่างเช่น ผมเป็นคนที่ชื่นชอบรถยนต์ Ferrari มาก ผมกดไลก์ทุกโพสต์บน Facebook แต่จริงๆ แล้วผมไม่มีกำลังซื้อพอจะขับรถ Ferrari แบบนี้ถึงทำ Targeting โฆษณามาที่ผมก็ไม่มีประโยชน์ แต่ข้อมูลที่เราเก็บ มาจากการใช้จ่ายจริง เป็นพฤติกรรมจริงว่าคนๆ นั้นมีกำลังซื้อแค่ไหน” Leung อธิบาย

Nelson Leung รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ วีจีไอ

เขากล่าวต่อว่า บริการครบวงจรของวีจีไอช่วยแก้ปัญหาหลักได้ 3 อย่างคือ การวางเป้าหมายกลุ่มลูกค้า (Targeting) สื่อโฆษณาไม่เชื่อมสัมพันธ์กัน (Disconnected Media) และการวัดผลการลงทุนโฆษณา (ROI)

ดังที่กล่าวข้างต้น การหลอมรวมข้อมูลจากทุกช่องทางที่วีจีไอมี ทำให้รู้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคน เช่น เส้นทางที่ใช้บ่อยจากบ้าน-ที่ทำงาน (ผ่านบัตรบีทีเอสแรบบิท) การส่งของหรือซื้อของจัดส่งถึงบ้าน (ผ่านเคอรี่) ข้อมูลประกันชีวิตหรือประกันภัย (ผ่านแรบบิทไฟแนนซ์) การ Targeting จึงมีข้อมูลประกอบหลายด้านมาประมวลผล

ด้านสื่อโฆษณา เมื่อวีจีไอมีสื่อทั้ง offline และ online และเป็นพันธมิตรร่วมกับ Line ทำให้การทำแคมเปญโฆษณาเชื่อมกันได้หมด

ปิดท้ายคือการวัดผล ROI เนื่องจากวีจีไอมีระบบแรบบิท เพย์ ลูกค้าจึงสามารถวัดผลว่าเมื่อทำโปรโมชันแล้ว การใช้จ่ายสูงขึ้นหรือไม่เพราะผู้บริโภคจะต้องจ่ายผ่านแรบบิท เพย์ ซึ่ง Hester Chew ซีอีโอ บริษัท แมคไทย จำกัด ลูกค้าผู้ทำแคมเปญโฆษณาร่วมกับวีจีไอมานาน 5 ปีกล่าวยืนยันว่า เมื่อทำโปรโมชั่นกับแรบบิท เพย์ทำให้ยอดขายผ่านระบบ payment นี้เพิ่มขึ้น 2 เท่า

Leung สรุปอีกครั้งว่า จากนี้ไปวีจีไอจึงไม่ใช่แค่ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน แต่เป็นโซลูชันส์ครบวงจรให้ลูกค้าที่ต้องการทำแคมเปญโฆษณา

 

เคอรี่ช่วยติดปีกวีจีไอ

ด้านการเข้าถือหุ้นที่เคอรี่ นอกจากจะเป็นการลงทุนของวีจีไอกับบริษัทจัดส่งพัสดุที่แข็งแกร่งในยุคเฟื่องฟูของการค้าขายอี-คอมเมิร์ซแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้ประโยชน์ซึ่งกันและกันด้วย

การเติบโตของเคอรี่ไทย จากปี 2556 ที่มีการจัดส่งพัสดุเพียง 1.5 หมื่นชิ้นต่อวัน ปี 2561 มีการจัดส่งเพิ่มขึ้นเป็น 7.5 แสนชิ้นต่อวัน

Alex Ng ผู้อำนวยการบริหาร เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) กล่าวถึงแผนความร่วมมือหลังวีจีไอเข้าถือหุ้นว่า เคอรี่เตรียมจะขยายจุดบริการส่งพัสดุตามสถานีบีทีเอส และแรบบิท เพย์จะเป็นช่องทางบริการพ่อค้าแม่ค้าที่ส่งสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) สามารถรับเงินคืนได้สะดวกขึ้น

ขณะเดียวกัน สิ่งที่วีจีไอจะได้รับคือขยายช่องทางทำแคมเปญโฆษณา เช่น การให้ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทดลอง (Product Sampling) สามารถพ่วงไปกับกล่องพัสดุของเคอรี่ได้ หรือติดป้ายโฆษณาไปกับรถขนส่งของของเคอรี่ รวมถึงตามจุดบริการเคอรี่ที่มีกว่า 2,500 จุดทั่วประเทศ

น่าติดตามว่าจากนี้วีจีไอจะมีพันธมิตรใดอีก โดยเฉพาะบริษัทระบบ AI ที่คาดว่าจะดึงศักยภาพมาเสริมแกร่งการวิเคราะห์ข้อมูลให้แม่นยำยิ่งขึ้น

 

BACK TO TOP