มือถือซัมซุงแตะขึ้น BTS-BRT-เรือด่วน ได้แล้ว! หลัง Samsung Wallet ให้ผูก Rabbit Virtual Card ได้ เตรียมแตะขึ้น MRT-ARL-ขสมก.ในสิ้นปีนี้

มือถือซัมซุงแตะขึ้น BTS-BRT-เรือด่วน ได้แล้ว! หลัง Samsung Wallet ให้ผูก Rabbit Virtual Card ได้ เตรียมแตะขึ้น MRT-ARL-ขสมก.ในสิ้นปีนี้

ซัมซุง ชูเทคโนโลยีแทนการรอตั๋วร่วม! เปิดให้ผู้ใช้เพิ่ม Rabbit Virtual Card บน Samsung Wallet เพื่อแตะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS รถด่วน BRT และเรือด่วนเจ้าพระยา เริ่มทยอยเปิดใช้งานระหว่างวันที่ 20-26 ต.ค. 2569 พร้อมจัดโปรโมชั่นค่าเดินทางรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จำกัด 10,000 บัตรแรก ตั้งเป้าเพิ่มผู้ใช้ Samsung Wallet เป็น 1 ล้านบัญชีภายในสิ้นปี 2570 และเพิ่มสัดส่วน active users เป็น 80%


    สิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเกิดจากความต้องการยกระดับประสบการณ์การเดินทางของคนกรุงเทพฯ ซึ่งต้องเดินทางผ่านระบบขนส่งหลายรูปแบบในแต่ละวัน โดยปัจจุบันกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์และประชากรแฝงรวมประมาณ 11 ล้านคน และมีการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะกว่า 4.5 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน

    เขาระบุอีกว่า แม้กรุงเทพฯ จะมีรถไฟฟ้าให้บริการมานานกว่า 20 ปี แต่การเดินทางข้ามระบบยังมีข้อจำกัดด้านการชำระเงิน ขณะที่หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง มีระบบบัตรที่สามารถใช้ได้ทั้งกับระบบขนส่งสาธารณะและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

    “ประเทศไทยมีการพูดคุยเรื่องบัตรร่วมกันมานาน แต่ยังติดข้อจำกัดเรื่องสัมปทานของผู้ให้บริการ หากจะรอให้สัมปทานหมดก่อน บัตรร่วมอาจยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ส่วนระบบ EMV ที่เคยพูดถึงกันก็ยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร”

    สิทธิโชคกล่าวว่า ซัมซุงจึงมองว่าเทคโนโลยีเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาความยุ่งยากของการเดินทาง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้โครงสร้างระบบตั๋วร่วมพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ก่อน เพราะสมาร์ทโฟนได้เข้ามารวบรวมการใช้งานหลายอย่างไว้ในอุปกรณ์เดียวแล้ว ตั้งแต่กล้องถ่ายภาพ เครื่องเล่นเพลง สมุดโน้ต นาฬิกา ไปจนถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล

​

สิทธิโชค นพชินบุตร (ภาพ: กนกวรรณ มากเมฆ)


    “มือถือควรเป็นจุดเริ่มต้นของความสะดวกเหล่านี้ ทุกวันนี้เราสามารถใช้มือถือแทนสิ่งของหลายอย่างได้แล้ว แต่เวลาเดินทางเรายังต้องพกบัตรหลายใบ บางครั้งกว่าจะหาบัตรขึ้นรถไฟฟ้าเจอก็เป็นเรื่องยุ่งยาก เราจึงอยากให้มือถือเข้ามาทดแทนความยุ่งยากเหล่านี้ ทำให้สิ่งที่จำเป็นต่อการเดินทางอยู่ในมือถือเครื่องเดียว”


เปิดใช้ Rabbit Virtual Card เชื่อมต่อการเดินทาง

    ความร่วมมือระหว่างซัมซุงและบริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด ผู้ให้บริการบัตร Rabbit ในเครือ BTS Group ทำให้ผู้ใช้ Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับสามารถเพิ่ม Rabbit Virtual Card บน Samsung Wallet และใช้สมาร์ทโฟนแตะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท สายสีลม และสายสีทอง รวมถึงรถ BRT ได้ ขณะที่การเดินทางทางน้ำสามารถใช้บัตรดังกล่าวซื้อตั๋วผ่านตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ณ ท่าเรือที่กำหนด 10 แห่ง เพื่อใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาและเจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท


​

    ทั้งนี้ สมาร์ทโฟนซัมซุงที่รองรับจะต้องเป็นเครื่องที่ซื้อในประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากแต่ละประเทศมีการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง

    บริการดังกล่าวรองรับการใช้งานแบบ Tap and Go โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอหรือใส่รหัสก่อนแตะ และสามารถใช้งานได้แม้แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนหมด พร้อมยกเว้นค่าสมัคร Rabbit Virtual Card ใบแรกตามเงื่อนไขที่กำหนด​

    ก่อนหน้านี้ซัมซุงได้ทยอยเพิ่มฟังก์ชันใน Samsung Wallet เพื่อให้สมาร์ทโฟนทำหน้าที่แทนอุปกรณ์และบัตรประเภทต่างๆ มาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเริ่มเปิดตัว Samsung Wallet ในประเทศไทยตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2568 และเริ่มรองรับ digital car key ในไตรมาส 2 ปีเดียวกัน ก่อนเปิดให้บริการ e-boarding pass ในไตรมาส 3 ซึ่งปัจจุบันมีสายการบินเข้าร่วม 15 แห่ง และเพิ่มการรองรับคีย์การ์ดสำหรับเข้าคอนโดมิเนียมในไตรมาส 4

    สิทธิโชคกล่าวว่า การพัฒนาบริการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการลดจำนวนบัตรและสิ่งของที่ผู้ใช้ต้องพกติดตัว โดยซัมซุงจะขยายการรองรับระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มเติม ทั้ง MRT สายสีม่วง สายสีแดง สายสีน้ำเงิน Airport Rail Link และรถโดยสาร ขสมก. ภายในสิ้นปี 2569

    “ถ้าเราจะรอรัฐบาลมาช่วย เราใช้เทคโนโลยีดีกว่า เทคโนโลยีจะเป็นตัวเปลี่ยนแปลง ทำให้เราไม่จำเป็นต้องพกบัตรต่างๆ ที่หนักกระเป๋า ไม่ต้องพกเหรียญมาหยอดตู้ และท้ายที่สุดทำให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นเพื่อนที่ช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น”


ตั้งเป้า 1 ล้านบัญชีในสิ้นปีหน้า

    สำหรับการเติบโตของ Samsung Wallet ในประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 500,000 บัญชี และมีผู้ใช้งานจริงประมาณ 300,000 บัญชี โดยซัมซุงตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้เป็น 1 ล้านบัญชีภายในสิ้นปี 2570 พร้อมเพิ่มสัดส่วน active users เป็นประมาณ 80%

    บริษัทประเมินว่ามีสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับบริการราว 2.4 ล้านเครื่องในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นฐานผู้ใช้ที่สามารถต่อยอดการใช้งาน Samsung Wallet ได้ โดยในอนาคตยังมีแผนเพิ่มการรองรับบัตรประเภทอื่น เช่น บัตรผู้สูงอายุ จากปัจจุบันที่รองรับบัตรนักเรียนและบัตรบุคคลทั่วไป

​


    นอกจากนี้ ซัมซุงยังมีแผนนำ Samsung Pay ที่รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตกลับมาให้บริการในปี 2570 หลังจากก่อนหน้านี้พบข้อจำกัดด้านความเข้ากันได้ของเครื่องรับชำระเงิน (EDC) ซึ่งมีเทคโนโลยีแตกต่างกันในแต่ละร้านค้า ทำให้ผู้ใช้บางรุ่นไม่สามารถชำระเงินได้อย่างครอบคลุม

    สิทธิโชคกล่าวว่า เทคโนโลยีและความพร้อมของระบบในปัจจุบันมีการพัฒนาไปจากเดิม จึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำบริการกลับมาอีกครั้ง เพื่อขยายบทบาทของ Samsung Wallet จากการเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลไปสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการเดินทาง การชำระเงิน และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน

    สำหรับช่วงแรกนี้ ซัมซุงมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอัตรา 20 บาทตลอดสาย ทุกสาย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้ทดลองประสบการณ์การเดินทางผ่าน Samsung Wallet ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

    สิทธิ์ดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะเที่ยวเดินทางสำหรับรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) สายสีลม (สีเขียวเข้ม) สายสีทอง และสำหรับรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง และสายสีชมพู โดยจำกัดจำนวน 10,000 บัตรแรก ผู้ใช้จะได้รับ 2 สิทธิ์ต่อคนต่อบัตร และเปิดลงทะเบียนก่อนการเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผ่านทาง SMS พิมพ์ SAVE เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร Rabbit Virtual Card 13 หลัก ส่งไปที่ 4694100 ค่าบริการครั้งละ 3 บาท หรือทาง LINE Official Account: SAMSUNG THAILAND โดยพิมพ์ SAVE เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตร Rabbit Virtual Card 13 หลัก

    ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์จะต้องชำระค่าโดยสายตามอัตราค่าโดยสารที่เกิดขึ้นจริงก่อน และจะได้รับเงินคืน (Cashback) สำหรับส่วนต่างระหว่างอัตราค่าโดยสารที่เรียกเก็บตามที่เกิดขึ้นจริงกับจำนวน 20 บาท โดยเงินคืนจะถูกโอนเข้าบัญชี Rabbit Wallet ที่ผูกกับบัตร Rabbit Virtual Card ของผู้ใช้งานในวันถัดไปหลังจากเดินทาง



ภาพ: ซัมซุง และ กนกวรรณ มากเมฆ



​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ชิปขาดแคลน แต่ Lenovo โตแกร่ง ไตรมาสล่าสุดนิวไฮ 2.69 หมื่นล้านเหรียญ เดินหน้าเปิดตัวสินค้า AI ใหม่ รุกตลาดตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปถึงองค์กร

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine