สรุป 13 ฟีเจอร์ใหม่ ในงาน GrabX 2026 ยกระดับแพลตฟอร์มสู่ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ชูไฮไลต์ GrabStays จองโรงแรมได้

สรุป 13 ฟีเจอร์ใหม่ ในงาน GrabX 2026 ยกระดับแพลตฟอร์มสู่ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ชูไฮไลต์ GrabStays จองโรงแรมได้

​สรุป 13 ฟีเจอร์ใหม่จาก GrabX 2026 ภาพชัดของการยกระดับจาก “ซูเปอร์แอป” สู่ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่อยู่ในทุกโมเมนต์ชีวิต พร้อมไฮไลต์ GrabStays ที่พาแกร็บรุกธุรกิจจองโรงแรมเต็มตัว


    แกร็บจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประจำปี “GrabX 2026” ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เปิดตัว 13 นวัตกรรมและบริการใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “ซูเปอร์แอป” สู่การเป็น “Intelligent Everyday Guide” หรือผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานหลายล้านคนในภูมิภาค

    Antony Tan ผู้ร่วมก่อตั้งและกรุ๊ปซีอีโอ Grab กล่าวบนเวที “GrabX 2026” ว่า บริษัทเดินหน้าผลักดันวิสัยทัศน์การใช้เทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างทั่วถึง โดยย้ำว่า “AI ต้องไม่ใช่เทคโนโลยีสำหรับคนบางกลุ่ม แต่ต้องเข้าถึงได้สำหรับทุกคน” พร้อมยกตัวอย่างการนำ AI ไปช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานในภูมิภาค ตั้งแต่ผู้ค้ารายเล็กไปจนถึงคนขับที่ต้องพึ่งพารายได้รายวัน เพื่อไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในยุคดิจิทัล

    ในด้านเทคโนโลยี แกร็บระบุว่ากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรและห้องปฏิบัติการ AI ระดับโลก เพื่อพัฒนาโมเดลพื้นฐานอย่าง GPT และ Gemini ให้สามารถเข้าใจบริบท ภาษา และพฤติกรรมผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขยายบริการในระดับภูมิภาค

Antony Tan ผู้ร่วมก่อตั้งและกรุ๊ปซีอีโอ Grab


    ขณะเดียวกัน บริษัทยังประกาศแผนขยายธุรกิจนอกภูมิภาค โดยเตรียมรุกตลาด “ไต้หวัน” ในอนาคตอันใกล้ สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตที่มุ่งต่อยอดศักยภาพของแพลตฟอร์ม AI ไปยังตลาดใหม่

    แกร็บยังเดินหน้าผลักดันแนวคิด “AI first with heart” ผ่านการพัฒนาเครื่องมือสำหรับพาร์ทเนอร์ อาทิ ผู้ช่วย AI สำหรับร้านค้าและคนขับ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 500,000 ราย โดยบริษัทเป็นผู้รับภาระต้นทุนด้านการประมวลผลทั้งหมด เพื่อให้การเข้าถึง AI ไม่ถูกจำกัดด้วยต้นทุน

    นอกจากนี้ แกร็บเริ่มขยายการใช้งาน AI จากซอฟต์แวร์สู่ฮาร์ดแวร์ในโลกจริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ Computer Vision ผ่านกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบมาตรฐานร้านอาหาร หรือการพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วย “Carrie” ที่ช่วยลดเวลาการทำงานของคนขับในพื้นที่ซับซ้อน เช่น ศูนย์การค้าหรืออาคารขนาดใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพการรับงานได้มากขึ้น โดยปัจจุบันหุ่นยนต์ Carrie ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา



    “ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา แกร็บถูกมองในฐานะแอปเรียกรถและสั่งอาหาร แต่จากนี้ไป บริษัทกำลังปรับบทบาทสู่การเป็น Intelligent Everyday Guide หรือผู้ช่วยอัจฉริยะในชีวิตประจำวัน ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ เช่น Group Ride และระบบแผนที่สำหรับผู้บริโภค ที่ช่วยให้การเดินทางและการใช้ชีวิตในโลกจริงเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” Antony กล่าว

    Philipp Kandal ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ระบุว่า การพัฒนา AI ของแกร็บมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการในทุกมิติ ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และคนขับ โดยนวัตกรรมที่เปิดตัวในครั้งนี้ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ตั้งแต่การเลือกอาหาร การบริหารจัดการร้าน ไปจนถึงการสนับสนุนการทำงานของคนขับแบบแฮนด์ฟรี

    เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวมาจากโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ต่อยอดจากอินไซต์พฤติกรรมการใช้งานกว่า 20,000 ล้านครั้ง ครอบคลุมทั้งการเดินทางและการสั่งอาหาร โดยแกร็บจัดกลุ่มนวัตกรรมออกเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่ การใช้ชีวิตในเมือง (For Local Life) การเดินทาง (For Effortless Travel) และการเสริมศักยภาพธุรกิจ (For Business Empowerment)

Philipp Kandal ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ Grab


    ในกลุ่ม For Local Life แกร็บเปิดตัว 5 ฟีเจอร์ใหม่ ดังนี้

    -Group Ride บริการเรียกรถสำหรับการเดินทางเป็นกลุ่ม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดค่าโดยสารได้มากถึง 40% เมื่อเดินทางในเส้นทางใกล้เคียงกัน โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกจุดรับ-ส่งได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น รับจากหลายจุดไปส่งยังที่หมายเดียวกัน หรือรับจากจุดเดียวกันไปส่งหลายที่หมาย

    โดย AI ของแกร็บจะทำหน้าที่จัดลำดับการเดินทาง พร้อมคำนวณค่าโดยสารของแต่ละคนโดยวัดจากระยะทาง สภาพการจราจร และเวลาที่ใช้จริง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ แกร็บยังเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ “Waiting Room” เร็วๆ นี้ เพื่อให้ทุกคนสามารถเช็คความพร้อมของผู้ร่วมเดินทาง และติดตามสถานะของรถได้แบบเรียลไทม์

    ปัจจุบันฟีเจอร์ Group Ride ให้บริการในไทยแล้ว

    -Grab More ฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้บริการและคนใกล้ชิดสามารถสั่งอาหารจากร้านที่อยู่ใกล้กันในออเดอร์เดียวกันได้โดยไม่ต้องเสียค่าส่งเพิ่ม ไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อขนาดเล็ก (Small Order Fee) ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเพิ่มออเดอร์ได้ทั้งก่อนหรือหลังชำระเงิน โดยมี AI เป็นตัวช่วยเพื่อให้อาหารจากคนละร้านส่งถึงมือได้ในเวลาเดียวกัน โดยฟีเจอร์นี้ให้บริการในไทยแล้ว

    -Grab AI Assistant เลขาส่วนตัวอัจฉริยะในรูปแบบ AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย เช่น หากผู้ใช้บริการต้องการวางแผนงานเลี้ยงบริษัท ไม่ว่าจะสั่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่หรือการทานที่ร้าน เพียงแค่ระบุจำนวนคน ประเภทอาหาร หรือข้อจำกัดด้านอาหาร (Dietary restrictions) Grab AI Assistant จะช่วยแนะนำร้านอาหารและทำการจองให้เสร็จเรียบร้อยในแชตเดียว

    นอกจากนี้ แกร็บยังมี Grab Shopping Agent ผู้ช่วยคนเก่งที่จะทำให้การเลือกซื้อของเข้าบ้านสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพียงแค่ถ่ายรูป ส่งข้อความเสียง หรือพิมพ์รายการที่ต้องการเข้าไปในระบบ หลังจากนั้น AI จะช่วยค้นหาสินค้าจากหลากหลายร้านค้า เลือกของลงตะกร้า พร้อมนำเสนอสินค้าทดแทนหากสินค้าที่ต้องการหมดให้โดยอัตโนมัติ

    โดยฟีเจอร์นี้คาดว่าจะให้บริการในไทยในสิ้นปีนี้



    -GrabMaps สำหรับบุคคลทั่วไป ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าแผนที่นำทาง แต่เป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจ ทั้งในเรื่องเวลาและวิธีการเดินทางให้กับทุกคน ด้วยฟีเจอร์ “Journey Planner” ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับปฏิทินของผู้ใช้บริการ ทำให้ระบบสามารถคาดการณ์จุดหมายปลายทางได้เองโดยอ้างอิงจากประวัติการเดินทาง พร้อมแนะนำ-เปรียบเทียบทางเลือกระหว่างการเรียกแกร็บและขับรถส่วนตัว

    รวมถึงยังมีการอัพเดตข้อมูลที่จอดรถแบบเรียลไทม์ จุดชาร์จรถไฟฟ้า และตารางเดินรถสาธารณะได้แบบครบจบในที่เดียว หรือหากผู้ใช้ต้องการค้นหาเส้นทางในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าหรือภายในอาคาร ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ “Indoor Navigation” เพื่อบอกวิธีเดินทางไปยังร้านนั้นๆ หรือประตูทางออกที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ

    นอกจากนี้ แกร็บยังได้นำเสนอฟีเจอร์ “Custom Voice” ที่ผู้ใช้บริการสามารถจำลองเสียงของตนเองหรือคนในครอบครัวมาเป็นเสียงนำทาง เพื่อช่วยเติมเต็มความสุขให้กับทุกการเดินทางของทุกคน โดยฟีเจอร์นี้ให้บริการในไทยแล้ว

    -Cash Loan สินเชื่อเงินสดสำหรับบุคคลทั่วไปที่ใช้ข้อมูลของแกร็บและ AI มาช่วยวิเคราะห์และประเมินศักยภาพทางการเงินของผู้สมัคร ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครสินเชื่อได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน Grab โดยไม่ต้องใช้เอกสาร พร้อมสามารถระบุจำนวนเงินและระยะเวลาผ่อนชำระตามที่ต้องการ และทราบผลการอนุมัติภายในเวลาไม่กี่วินาที

    บริการนี้จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการทางด้านการเงินของผู้คนหลายล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบหรือไม่มีประวัติทางการเงิน โดยฟีเจอร์นี้จะเปิดตัวในไทยช่วงกลางปีนี้

    ด้าน For Effortless Travel แกร็บเปิดตัว 4 ฟีเจอร์ใหม่ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยวและการเดินทางที่ไร้รอยต่อ ดังนี้

    -Personalised Travel Experience ที่เปลี่ยนแอปพลิเคชัน Grab ให้กลายเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง” ของผู้ใช้บริการตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวออกจากบ้าน โดยแกร็บจะนำเสนอประสบการณ์การเดินทางเฉพาะบุคคล ด้วยการรวบรวมข้อมูลและตั้งการแจ้งเตือนผู้ใช้ ทั้งในเรื่องพาสปอร์ต ข้อมูลเคาน์เตอร์เช็กอิน ทางออกประตูขึ้นเครื่อง หรือการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน

    นอกจากนี้ ภายในแอปยังมีฟีเจอร์ “Travel Checklist” เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถจัดการเรื่องสำคัญ อาทิ การซื้อซิมการ์ดดิจิทัล eSIM หรือแพ็คเกจส่วนลดแบบครบวงจร Travel pass ได้อย่างง่ายดาย และเมื่อเดินทางไปถึงจุดหมาย ฟีเจอร์ “Indoor Navigation” ยังสามารถพาไปยังสายพานรับกระเป๋าและจุดเรียกรถได้อย่างแม่นยำ

    โดยคาดว่าฟีเจอร์นี้จะให้บริการในไทยในไตรมาส 3 ปีนี้



    -GrabStays บริการจองโรงแรมภายใต้โปรแกรม Partner Apps ที่เกิดจากความร่วมมือกับ Nuitee แพลตฟอร์มท่องเที่ยวและจองโรงแรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งโดดเด่นในการรองรับการจองแบบนาทีสุดท้าย (Last-minute) ด้วยการมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการจองห้องในวันเข้าพัก (Same-day rates) ควบคู่กับสิทธิ์ในการรับ GrabCoin

    ทั้งนี้ ด้วยการบันทึกข้อมูลส่วนตัวและวิธีการชำระเงินของผู้ใช้บริการที่อยู่บนแอป ทำให้การจองโรงแรมกลายเป็นเรื่องง่ายไม่ต่างจากการเรียกรถไป-กลับโรงแรม

    สำหรับฟีเจอร์นี้จะให้บริการที่แรกคือสิงคโปร์ในเดือนพฤษภาคมนี้ ตามด้วยมาเลเซียในไตรมาส 3 ส่วนในไทยยังไม่มีกำหนด

    -Discover by Grab คู่มือแนะนำร้านดังเมนูเด็ดทั่วสารทิศ ที่ให้เหล่าฟู้ดดี้ได้เสพย์คอนเทนต์อาหารที่รีวิวโดยผู้ใช้บริการจริง โดยมี AI เป็นตัวช่วยเรียนรู้พฤติกรรมและคัดสรรร้านที่ตรงใจของแต่ละคน ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถกดเซฟ ไลก์ แชร์ หรือร่วมรีวิวได้ด้วยเช่นกัน หรือหากเจอร้านไหนที่ถูกใจ ก็สามารถเลือกสั่งเดลิเวอรี จองโต๊ะ หรือใช้ดีลสำหรับกินที่ร้าน (DineOut deal) เรียกรถไปที่ร้าน หรือชำระเงินผ่านแอปได้ทันที สำหรับฟีเจอร์นี้ให้บริการในไทยแล้ว

    -GrabPay for Travel ที่ทำให้การจ่ายเงินผ่าน QR Code เมื่อเดินทางไปประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่สแกนจ่ายในร้านที่ร่วมรายการด้วยแอปพลิเคชัน Grab ที่บันทึกข้อมูลบัตรเดบิตหรือเครดิตของผู้ใช้บริการไว้ โดยไม่ต้องงเสียเวลาดาวน์โหลดแอปอื่นๆ หรือเติมเงินเข้า E-Wallet หมดปัญหาการมีเงินตราต่างประเทศเหลือค้างในบัญชีหลังจบการเดินทาง

    โดยฟีเจอร์นี้จะให้บริการในไทยในสิ้นปีนี้

    ในกลุ่ม For Business Empowerment แกร็บเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านเทคโนโลยี AI ผ่าน 4 ฟีเจอร์ใหม่ ดังนี้

    -Virtual Store Manager ที่เปลี่ยนกล้องวงจรปิดให้กลายเป็นผู้ช่วยจัดการร้านอัจฉริยะ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI Computer Vision มาช่วยดูแลร้านค้าทั้งในด้านมาตรฐานสุขอนามัย หรือจำนวนพนักงานประจำร้าน พร้อมส่งการแจ้งเตือนเจ้าของร้านหากมีปัญหาเกิดขึ้น

    ทั้งนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวยังสามารถวิเคราะห์ความยาวของคิว จำนวนลูกค้าที่เข้าร้าน อัตราการซื้อ และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่จะช่วยให้เจ้าของร้านที่มีหลายสาขาสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ไม่อยู่ที่หน้าร้าน สำหรับฟีเจอร์นี้กำลังนำร่องในไทยและมาเลเซีย



    -Cloud Printer เครื่องพิมพ์ใบคำสั่งซื้ออัจฉริยะที่จะช่วยลดปัญหาการส่งต่อคำสั่งซื้อระหว่างหน้าร้านและในครัว โดยแต่ละคำสั่งซื้อที่ร้านได้รับจะถูกพิมพ์ออกมาทันทีที่เข้าสู่ระบบ และเมื่ออาหารปรุงเสร็จ พนักงานในครัวจะสามารถสแกน QR Code บนใบคำสั่งซื้อเพื่อแจ้งเตือนให้ไรเดอร์ให้มารับอาหารได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอหน้าร้าน

    นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์อัจฉริยะนี้ยังสามารถกด “ปิดร้านชั่วคราว” ในแอปพลิเคชัน Grab ได้โดยอัตโนมัติ หากร้านค้าไม่มีความเคลื่อนไหวในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งจะทำให้ร้านค้าหมดกังวลเรื่องคำสั่งซื้อตกค้างเมื่อร้านปิด

    สำหรับฟีเจอร์นี้ให้บริการแล้วในอินโดนีเซียและสิงคโปร์ และทยอยให้บริการในประเทศอื่นๆ ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป

    -Tap to Pay ด้วยการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่มีแอปพลิเคชัน GrabMerchant ให้กลายเป็นเครื่องรับชำระเงินแบบไร้สัมผัส ซึ่งรองรับทั้งบัตรเดบิต-เครดิต หรือ QR Code ได้ทันที โดยไม่ต้องมีเครื่องรูดบัตร (EDC) สำหรับฟีเจอร์นี้คาดว่าจะให้บริการในไทยภายในสิ้นปีนี้

    -Driver AI Assistant เพื่อนคู่ใจบนท้องถนนของเหล่าคนขับและไรเดอร์ ที่ช่วยให้ข้อมูลและคำแนะนำทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ วิธีการเพิ่มรายได้ นโยบายของแกร็บ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น การส่งข้อความหาผู้ใช้บริการ เป็นต้น สำหรับฟีเจอร์นี้คาดว่าจะให้บริการในไทยภายในสิ้นปีนี้

    การเปิดตัวในครั้งนี้สะท้อนทิศทางของแกร็บในการใช้ AI เป็นแกนกลางของแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้ใช้งาน ธุรกิจ และผู้ให้บริการเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายบทบาทจากแพลตฟอร์มเรียกรถและเดลิเวอรี่ สู่การเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกวันอย่างแท้จริง



ภาพ: แกร็บ



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สรุปกลยุทธ์ “แกร็บ” ปี 2026 เดินหน้าเน้น “คุ้มค่า+คุณภาพ” พร้อมเปิดตัวสินเชื่อสำหรับ User เป็นครั้งแรก

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine