“Wycombe Abbey” แบรนด์การศึกษา 130 ปีจากอังกฤษ รุกตลาดอินเตอร์ท็อปเทียร์ในไทย เปิดแคมปัส 168 ไร่ย่านบางนา เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูงไทย-ต่างชาติ ชูจุดต่าง “โรงเรียนประจำ” ผสานหลักสูตรอังกฤษและกิจกรรมปั้นทักษะรับยุค AI ประเดิมเทอมแรกด้วยยอดนักเรียน 260 คน ก่อนตั้งเป้าขยายสู่ 1,800 คนใน 5-10 ปี พร้อมอัดทุนดึงเด็กเก่ง ควบแผนลุยขยายสาขาสิงคโปร์-เกาหลีใต้ หวังเชื่อมเครือข่ายการศึกษาระดับภูมิภาค
ปัจจุบันธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ ยังคงมีผู้เล่นรายใหม่ตบเท้าเข้ามาแข่งขันอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากจำนวนโรงเรียนที่พุ่งสูงกว่า 280 แห่ง โดยเฉพาะในทำเลทองอย่างย่านบางนา ที่มีการแข่งขันดุเดือดถึงขั้นมีโรงเรียนเปิดใหม่พร้อมกันถึง 4 แห่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยหนึ่งในผู้เล่นรายใหม่คือ “Wycombe Abbey” (วิคคอมบ์ แอบบี้) สถาบันการศึกษาจากสหราชอาณาจักรที่มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปี ที่ได้เข้ามาเปิดแคมปัสสาขาที่ 6 ในเอเชีย บนพื้นที่กว่า 168 ไร่ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ซึ่งเดิมพื้นที่แห่งนี้คือโรงเรียนนานาชาติ “VERSO” ของกลุ่ม Rabbit Holdings ในเครือ BTS Group ที่ตัดสินใจปรับทัพธุรกิจรับเทรนด์ความนิยมหลักสูตรอังกฤษ โดยหันมาจับมือกับพันธมิตรใหม่ BE Education Group ดึงแบรนด์ Wycombe Abbey เข้ามาลุยตลาดแทน
เจาะช่องว่างตลาดท็อปเทียร์ ชูจุดขาย "โรงเรียนประจำ"
Fiona Angel ผู้อำนวยการและครูใหญ่ Wycombe Abbey International School Bangkok กล่าวว่า การเข้ามาในตลาดที่มีการแข่งขันสูงครั้งนี้ โรงเรียนไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงตัวเลือกใหม่ แต่เห็นโอกาสในตลาดโรงเรียนระดับท็อปเทียร์ที่ยังมีช่องว่าง
โดยเฉพาะรูปแบบ “boarding school” หรือโรงเรียนประจำ ซึ่งยังมีจำนวนไม่มากในกรุงเทพฯ เมื่อเทียบกับโรงเรียนไป-กลับ (day school) ที่มีอยู่เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการมีรูปแบบโรงเรียนประจำ จึงเป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มผู้ปกครองได้กว้างขึ้น ทั้งครอบครัวชาวไทยที่ต้องการทางเลือกด้านการศึกษาที่มีระบบดูแลนักเรียนอย่างครบวงจร และครอบครัวชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกลุ่มกำลังซื้อสูงจากยุโรป รัสเซีย และตะวันออกกลาง ที่เริ่มหันมามองไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาและการอยู่อาศัยมากขึ้น
“กรุงเทพฯ กำลังก้าวสู่การเป็นฮับการศึกษา แม้ตลาดจะแข่งขันสูง แต่การแข่งขันคือแรงผลักดันให้เราต้องหาความเป็นเลิศ สิ่งที่เรามองเห็นคือทำเลของโรงเรียนบวกกับการมีระบบหอพัก ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่แตกต่างและโดดเด่นมากสำหรับทั้งครอบครัวในกรุงเทพฯ และภูมิภาคเอเชีย” Angel กล่าว

โตแบบค่อยเป็นค่อยไป ปูฐานสู่สเกล 1,800 คน
สำหรับผลตอบรับในปีแรก Angel ระบุว่า หลังเปิดภาคเรียนในเดือนสิงหาคม 2569 โรงเรียนมีนักเรียน 260 คน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายระยะแรก ครอบคลุมช่วงอายุตั้งแต่ 2-14 ปี มีนักเรียนไทย 56% และนักเรียนต่างชาติ 44% จากทั้งหมด 17 สัญชาติ อาทิ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และเมียนมา
ซึ่งแม้ยอดตอบรับในช่วงเริ่มต้นจะสะท้อนถึงความสนใจที่สูง แต่โรงเรียนยังคงเลือกขยายจำนวนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจำกัดการรับนักเรียนไว้ที่ 1-2 ห้องต่อระดับชั้น เพื่อให้สามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึงและรักษาคุณภาพการเรียนการสอนในช่วงเริ่มต้น
สอดคล้องกับโครงสร้างบุคลากรของโรงเรียน ที่ประกอบด้วยครู 40 คน และบุคลากรสนับสนุนอีกกว่า 80 คน รวมประมาณ 120 คน เพื่อรองรับการเรียนรู้และการดูแลนักเรียนในแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิด
ส่วนแผนระยะยาว 5-10 ปี โรงเรียนตั้งเป้าขยายจำนวนนักเรียนให้ถึงระดับ 1,800 คน พร้อมเตรียมเปิดสอนในระดับ Year 12 ในปีการศึกษาหน้า เพื่อรองรับเส้นทางการศึกษาต่อเนื่องตามหลักสูตรอังกฤษ ซึ่งประกอบด้วย IGCSE และ A-Level รวมถึงเตรียมขยายพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น
“เราไม่ได้มุ่งขยายจำนวนนักเรียนให้เร็วที่สุด แต่ต้องการวางรากฐานให้แข็งแรงก่อน การมีครูและบุคลากรเพียงพอจะช่วยให้เราดูแลนักเรียนเป็นรายบุคคล เข้าใจความถนัดของแต่ละคน และส่งเสริมให้พวกเขาพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่” Angel กล่าว

ฉีกกรอบวิชาการ ปั้นทักษะชีวิตรับยุค AI
นอกเหนือจากการวางรากฐานด้านบุคลากรและการขยายโรงเรียนแล้ว อีกโจทย์สำคัญคือการเตรียมนักเรียนให้พร้อมกับโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โดยรายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum ระบุว่า ทักษะที่แรงงานใช้อยู่ในปัจจุบันโดยเฉลี่ย 39% มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงหรือกลายเป็นทักษะล้าสมัยในช่วงปี 2568-2573
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ทิศทางการศึกษาของ Wycombe Abbey จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตำรา แต่ได้นำหลักสูตรมาตรฐานอังกฤษมาผสานกับการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างเข้มข้น โดยจัดให้มีวิชาเลือกและชมรมกว่า 80 คลับ รวมถึงกีฬาในระดับ elite เช่น กอล์ฟ เทนนิส และบาสเกตบอล เพื่อฝึกฝนภาวะผู้นำ การคิดวิเคราะห์ และการปรับตัว
ขณะเดียวกันโรงเรียนยังให้ความสำคัญกับอินไซต์ของผู้ปกครองชาวไทย ที่ต้องการให้บุตรหลานมีทักษะระดับโลกแต่ไม่ทิ้งรากเหง้าความเป็นไทย จึงได้จัดตั้งทีมบุคลากรชาวไทยและพื้นที่เฉพาะ เพื่อรักษาความสมดุลด้านภาษาและวัฒนธรรมไทยควบคู่กันไป
“วิชาการที่แข็งแกร่งเป็นเพียงระดับพื้นฐานที่ทุกโรงเรียนต้องมี แต่พันธกิจที่สำคัญกว่าคือการสร้าง ecosystem ที่หล่อหลอมเด็กทั้งระบบ เราต้องสร้างเยาวชนที่มีความยืดหยุ่น คิดวิเคราะห์เป็น รู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และเมื่อไหร่ที่ต้องพึ่งพากระบวนการคิดของตัวเอง” Angel กล่าว

สยายปีก "เอเชีย" สร้างอีโคซิสเต็มคอนเนกชันระดับโลก
ไม่เพียงแค่การยกระดับคุณภาพการศึกษาในไทย แต่ยุทธศาสตร์ของเครือข่าย Wycombe Abbey ยังมองไกลไปถึงการบูรณาการเครือข่ายระดับภูมิภาค
โดย Jo Duncan ผู้อำนวยการโรงเรียน Wycombe Abbey สหราชอาณาจักร ระบุว่า แม้การตั้งสาขาในไทยจะถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวที่ 6 ของเครือข่ายในภูมิภาคเอเชีย ต่อจากฮ่องกง และจีน แต่เป้าหมายที่แท้จริงของการสยายปีกครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนสาขา
แต่คือการขับเคลื่อนโครงการ “Global Horizon Programme” เพื่อเชื่อมโยงนักเรียนและบุคลากรข้ามประเทศเข้าด้วยกัน สะท้อนจากการที่เครือข่าย Wycombe Abbey กำลังเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ในเอเชียอย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2571 เตรียมเปิดตัวแคมปัสที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งใช้เม็ดเงินลงทุนสูงถึง 220 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะเดียวกันได้เตรียมเม็ดเงินอีกราว 100 ล้านเหรียญ เพื่อร่วมทุนกับรัฐบาลเกาหลีใต้ในการเปิดโรงเรียนช่วงปี 2571-2572
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนจะช่วยให้นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้จากเพื่อนต่างประเทศและเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมมากขึ้น โดยในเดือนเมษายน 2570 กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Wycombe Abbey Fair ครั้งแรก ซึ่งจะนำนักเรียนจากโรงเรียนในเครือข่ายมาทำกิจกรรมด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ และการเรียนรู้ร่วมกัน
“เราอยากให้เครือข่ายโรงเรียนเป็นพื้นที่ที่นักเรียนได้พบปะและเรียนรู้จากกันและกัน ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน แต่รวมถึงกิจกรรมที่ทำร่วมกันด้วย ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เด็กเข้าใจผู้คนและวัฒนธรรมที่แตกต่าง และสร้างความสัมพันธ์ที่ต่อยอดได้ในอนาคต” Duncan กล่าว

อัดทุนดึง Talent ต่อยอดเครือข่ายโลก
นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ WASBKK ยังใช้ทุนการศึกษาเป็นอีกแนวทางในการเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความสามารถเข้าถึงการศึกษา โดยประกาศมอบทุน Dove Scholarship Awards ประจำปีการศึกษา 2027-2028 ครอบคลุมค่าเล่าเรียน 25-100% สำหรับผู้มีความโดดเด่นด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ และดนตรี
โดยเบื้องต้นทุนจะแบ่งตามกลุ่มผู้สมัคร ได้แก่ ทุนวิชาการสำหรับ Year 7-10 ทุนด้านกีฬา ดนตรี และศิลปะสำหรับ Year 3-12 และทุน Sixth Form สำหรับ Year 12 โดยกำหนดปิดรับสมัครวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 และประกาศผลในวันที่ 4 และ 18 ธันวาคม 2569 ตามลำดับ
Angel กล่าวว่า ทุนการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนซึ่งมีความสามารถหลากหลายได้เข้ามาเรียนรู้และพัฒนาตนเองร่วมกัน ขณะเดียวกันการเชื่อมโยงกับโรงเรียนในเครือข่ายยังช่วยเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และขยายมุมมองสู่ระดับนานาชาติ
“สิ่งที่เราต้องการสร้างไม่ใช่เพียงโรงเรียนที่มีคุณภาพ แต่เป็นชุมชนการเรียนรู้ที่นักเรียนและบุคลากรสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ข้ามประเทศ เมื่อโรงเรียนในเครือข่ายเชื่อมโยงกัน นักเรียนก็จะมีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ที่กว้างขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในโลกอนาคต”

ภาพ : Wycombe Abbey
ออกแบบภาพปก : ชัยกานต์ มณีจักร์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : มองโลกยุค AI แบบเจ้าสัวธนินท์ AI จะทำให้คนเก่งขึ้น เถ้าแก่เต็มบ้านเต็มเมือง และความเร็วคือผู้ชนะ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


