‘กรีซ’ สวนเทรนด์ Work-Life Balance เพิ่มเวลาทำงานเป็น 6 วันต่อสัปดาห์ ชี้แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน - Forbes Thailand

‘กรีซ’ สวนเทรนด์ Work-Life Balance เพิ่มเวลาทำงานเป็น 6 วันต่อสัปดาห์ ชี้แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

บริษัทและธุรกิจทั่วโลกกำลังพยายามรับมือกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่พุ่งสูงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อบรรเทาความรุนแรงของปัญหาเหล่านี้ องค์กรต่างๆ จึงแสวงหามาตรการเพื่อเพิ่มระดับผลิตภาพ หนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความสนใจคือการปรับเปลี่ยนเวลาทำงาน


    ขณะที่บริษัทหลายแห่งลดเวลางานลง ส่วนใหญ่เลือกปรับให้เหลือเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ กรีซกลับกลายเป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรปที่ประกาศให้เพิ่มการทำงานเป็น 6 วันต่อสัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2024 เป็นต้นมา


ทำงาน 6 วัน แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

    กรีซกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนแรงงานซึ่งเชื่อว่าเป็นผลมาจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2009 ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากอพยพออกนอกประเทศเพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า รัฐบาลกรีซผ่านกฎหมายอนุญาตให้ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ในขั้นต้นเมื่อปีที่ผ่านมาโดยเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ แม้จะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง หลายคนมองว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ถือเป็นการพาประเทศถอยหลัง

    ปัจจุบัน กฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้แล้ว ธุรกิจเอกชนที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงสามารถให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานเพิ่มวันละ 2 ชั่วโมง หรือทำงานเพิ่มอีกกะละ 8 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี Kyriakos Mitsotakis มองว่ากฎหมายนี้จะช่วยยกระดับผลิตภาพและการจ้างงานในประเทศ เพิ่มผลกำไรตลอดจนประสิทธิภาพของบริษัท โดยมุ่งไปยังธุรกิจที่มีการดำเนินงาน 24 ชั่วโมง

    ทั้งนี้ ธุรกิจอย่างกาสิโนออนไลน์ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงต่างก็มีผลกำไรสูงกันอยู่แล้ว คาดการณ์ว่ารายได้จากตลาดกาสิโนออนไลน์ในยุโรปจะแตะ 2.04 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อนสิ้นปี 2024 อุตสาหกรรมการผลิตในสหภาพยุโรปเองก็ได้รับประโยชน์จากชั่วโมงการทำงานมากด้วยเช่นกัน เพราะภูมิภาคนี้กำลังมุ่งเน้นฟื้นฟูและสร้างการเติบโตให้กับการผลิตสินค้าต่างๆ


Kyriakos Mitsotakis นายกรัฐมนตรีประเทศกรีซ


    ตรงกันข้าม ผู้ที่ต่อต้านกฎหมายนี้มองว่า แรงงานในกรีซต้องแบกรับภาระจากชั่วโมงการทำงานอันยาวนานอยู่แล้ว กรีซนับว่ามีเวลางานยาวนานที่สุดหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรป ผลสำรวจโดย OECD ในปี 2022 พบว่าแรงงานในกรีซทำงานเฉลี่ย 1,886 ชั่วโมงต่อปี ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปอยู่ที่ 1,571 ชั่วโมงต่อปี

    นายกรัฐมนตรี Kyriakos Mitsotakis เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนจากการทำงานแบบเดิมที่ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปเป็น 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ‘เป็นมิตรต่อคนทำงาน’ และ ‘นำไปสู่การเติบโต’

    Niki Kerameus รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมกรีซเองก็มองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยแก้ไขสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการแรงงานอย่างเร่งด่วน

    อีกทั้งรัฐบาลกรีซยังชี้ว่ามาตรการใหม่นี้จะช่วยให้พนักงานที่ไม่ได้ค่าจ้างจากการทำงานล่วงเวลามากเท่าที่ควรได้รับความเป็นธรรม และบรรเทาปัญหาแรงงานนอกระบบไม่เพียงแค่ในกรีซเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสหภาพยุโรปทั้งหมด


ทำงาน 4 วัน ยกระดับ Work-Life Balance

    ในขณะเดียวกัน ประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปกกำลังพยายามลดจำนวนชั่วโมงการทำงานลงให้เหลือเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ โดยเริ่มหารือกันมาตั้งแต่ปี 2018 แต่เริ่มได้รับความสำคัญมากขึ้นช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด และเริ่มมีการปรับวันทำงานนับแต่นั้น แรงขับเคลื่อนให้ลดจำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์ลงโดยไม่ลดค่าจ้างเป็นไปเพื่อลดภาวะหมดไฟและเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน

    เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า 45 บริษัทในเยอรมนีซึ่งเป็นประเทศมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปได้นำระบบการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์เข้ามาใช้ได้ราวครึ่งปีแล้ว เพื่อเพิ่มผลิตภาพของพนักงานและบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน นอกเหนือจากเยอรมนี ฟินแลนด์และโปรตุเกสก็เริ่มปรับลดวันทำงานลงให้เหลือเพียง 4 วันในปี 2023 ด้วยเช่นกัน

    สำหรับประเทศที่เป็นผู้บุกเบิกการปรับลดวันทำงานในยุโรปคือไอซ์แลนด์ ที่เริ่มทดลองลดเวลาทำงานเหลือเพียง 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์กับพนักงานราว 2,500 คนในปี 2015 ซึ่งหลังจากนั้นเกือบ 90% ของประชากรในไอซ์แลนด์ก็ลดเวลาทำงานลงตาม กระทั่งปี 2021 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

    ฝั่งสหรัฐอเมริกา ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วุฒิสมาชิก Bernie Sanders ก็ผลักดันให้ลดเวลาทำงานมาตรฐานของประเทศจาก 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ลงมาอยู่ที่ 32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แม้จะผ่านไม่มติของรัฐสภาก็ก่อให้เกิดการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางทั่วสหรัฐฯ

    ส่วนสหราชอาณาจักรมีการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างพนักงาน 2,900 คน ซึ่งเผยว่าการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ช่วยเพิ่มสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) ของพวกเขา ความพึงพอใจในอาชีพการงานก็มีมากขึ้น สวนทางกับระดับความเครียดที่ลดลง อีกทั้งการขาดงานและลาป่วยก็น้อยลงไปด้วย

    เมื่อกรีซยืนกรานที่จะเพิ่มเวลาทำงานเป็น 6 วันต่อสัปดาห์ ก็ได้แต่รอดูว่าปัญหาด้านผลิตภาพและการจ้างงานจะบรรเทาลงดังที่รัฐบาลกรีซคาดหวังไว้หรือไม่


แปลและเรียบเรียงจาก Greece Officially Introduces a Six-Day Working Week


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ซีอีโอ Panasonic เผยผู้บริหารต้อง ‘ตื่นตัวต่อวิกฤต’ หรือไม่ก็ถูกเชิญออก

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine