Tesla เดินเครื่องผลิตรถยนต์ในจีนแล้ว พร้อมเตรียมสร้างโรงงานใหม่ในยุโรป - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • News >
  • Tesla เดินเครื่องผลิตรถยนต์ในจีนแล้ว พร้อมเตรียมสร้างโรงงานใหม่ในยุโรป

Tesla เดินเครื่องผลิตรถยนต์ในจีนแล้ว พร้อมเตรียมสร้างโรงงานใหม่ในยุโรป

กนกวรรณ มากเมฆ

Elon Musk ซีอีโอ Tesla กำลังมุ่งหน้าขยายกิจการของบริษัทไปทั่วโลก หลังขีดเส้นเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนแล้ว

โดยบริษัทจากสหรัฐอเมริการายนี้กล่าวกับนักลงทุนเมื่อวันพุธที่ 23 ..ที่ผ่านมาว่า Gigafactory หรือโรงงานผลิตแบตเตอรี่พลังงานสูงของ Tesla ใน Shanghai ได้เริ่มทดลองการผลิตก่อนกำหนดแล้วในเดือนนี้ และกำลังจะสร้างยานยนต์อย่างเต็มรูปแบบ

Musk กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า บริษัทยังวางแผนประกาศสถานที่สร้างโรงงาน Gigafactory แห่งถัดไปในยุโรปภายในปลายปีนี้ด้วย

การเดินหน้าขยายธุรกิจนี้แสดงให้เห็นว่าโรงงานผลิตในต่างประเทศน่าจะมีความสำคัญต่ออนาคตของ Tesla เพราะจะช่วยให้บริษัทเข้าถึงตลาดรถยนต์หลักๆ ของโลกอย่างจีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ง่ายขึ้น มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ มากกว่า 10 ล้านราย โดยความสำเร็จในจีนและที่อื่นๆ ของบริษัทจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายในการส่งมอบรถพร้อมกับการเติบโตของบริษัท

สำหรับโรงงานใน Shanghai นั้นเรียกได้ว่าสร้างได้อย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง โดยใช้ระยะเวลาในการสร้างเพียง 10 เดือนเท่านั้น และในจดหมายที่ส่งถึงผู้ถือหุ้น บริษัทระบุว่า โรงงานแห่งนี้ใช้งบประมาณน้อยกว่าโรงงานผลิตรถรุ่น Model 3 ในสหรัฐฯ ราว 65%

นอกจากนี้ เรายังปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงาน และการใช้เงินทุนเพื่อไลน์การผลิตใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจดหมายถึงผู้ถือหุ้นระบุ

Musk กล่าวเป็นนัยอีกว่า โรงงานใน Shanghai นี้อาจกลายเป็นสิ่งที่ new normal สำหรับบริษัท โดยเขาเรียกมันว่าต้นแบบแห่งการเติบโตของอนาคต

โรงงานผลิตแบตเตอรี่พลังงานสูง Gigafactory ในประเทศจีน (ภาพจาก AFP)

ขณะที่นักลงทุนต่างสนับสนุนความคืบหน้าของ Tesla เมื่อหุ้นที่ลดลงมากกว่า 23% ในปีนี้ แต่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 3 รวมถึงผลกำไรที่เหนือความคาดหมาย ได้ส่งให้หุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 20% ในไม่กี่ชั่วโมงหลังข่าวนี้ออกมาเมื่อวันพุธ

ผมรู้สึกประทับใจมากTu Le ผู้ก่อตั้ง Sino Auto Insights บริษัทที่ปรึกษาจาก Beijing ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงงานของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้ใน Shanghai กล่าวการอยู่ในจีน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้เร็วนัก

ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้สร้างโรงงานนี้โดยปราศจากความช่วยเหลือ Le ชี้ให้เห็นว่าบริษัทได้แรงหนุนสำคัญจากรัฐบาลจีนเมื่อปีก่อน โดยถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติรายแรกที่ได้รับอนุญาตให้เปิดโรงงานในประเทศโดยไม่ต้องมีพาร์ทเนอร์จีนได้ และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้รับการลดหย่อนภาษีในรถยนต์บางรุ่นด้วย

หากทั้งหมดเป็นไปตามแผนที่วางไว้ Musk กล่าวว่าโรงงานใน Shanghai จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ให้บริษัทเพิ่มเป็นสามเท่า โดยคาดว่ารุ่นที่ขายดีที่สุดจะเป็น Model 3 และ Model Y ซึ่งเป็นรุ่นที่มีราคาถูกกว่ารถเอสยูวีรุ่น Model X ซึ่งกำลังจะออกสู่ตลาด

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ยังระบุอีกว่า ในช่วงเริ่มต้นนี้บริษัทตั้งเป้าว่าโรงงานใน Shanghai จะสามารถผลิตรถยนต์ได้ 2.5 แสนคัน/ปี ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนคันในอนาคต ซึ่งถือเป็นข่าวที่น่ายินดีต้อนรับไตรมาส 4 ของบริษัทที่ยังมีคำสั่งซื้อคงค้างอยู่

นี่เป็นการทำงานที่ดีสำหรับกลยุทธ์ระยะยาวของ Elon Musk” Le กล่าวเป้าหมายของ Musk สำหรับค่ายรถยนต์นี้คือการปรับเปลี่ยนภาคยานยนต์แบบดั้งเดิมใช่หรือไม่? ซึ่งผมคิดว่าต้องสามารถขายได้ในปริมาณมากเพื่อจะบรรลุสิ่งนั้นได้

ขณะที่บริษัทนี้กำลังสร้างโมเมนตัมในจีน แต่ความสำเร็จอาจไม่ได้ได้มาโดยง่าย เนื่องจากตลาดรถยนต์ในจีนเรียกได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงภาวะตกต่ำ และการลดลงของยอดซื้อรถยนต์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

Le ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ แม้ Tesla จะเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่มีการรับรู้แบรนด์ที่แข็งแกร่ง แต่ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ท้องถิ่นและผู้เล่นต่างชาติรายอื่นๆ ทำให้บริษัทอาจเปลี่ยนกลยุทธ์ จากเดิมที่ปฏิเสธการโฆษณา และใช้เงินไปกับการพัฒนาโปรดักต์เพื่อให้คุณภาพของสินค้าเป็นเครื่องยืนยัน ซึ่งอาจต้องเปลี่ยนวิธีการทำตลาด

ผมคิดว่าพวกเขาจะเริ่มทุ่มเม็ดเงินเพื่อการตลาดในประเทศจีนแล้ว” Le กล่าว

เขายังเตือนอีกว่า แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ารายนี้จะต้องสร้างการเปิดตัวที่ไร้ที่ติของรถยนต์ที่ผลิตในประเทศจีนให้ได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มิเช่นนั้นบริษัทอาจสูญเสียความไว้วางใจจากผู้บริโภค

จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งมีขนาดเล็กกว่า” Le กล่าวหากเขาทำตลาดในจีนได้ไม่ดี เขาก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของเขาได้

 

ที่มา

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP