อเมริกัน เอ็กซ์เพรส จับมือ ธนาคารกรุงเทพ ขยายเครือข่ายร้านค้า - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • News >
  • อเมริกัน เอ็กซ์เพรส จับมือ ธนาคารกรุงเทพ ขยายเครือข่ายร้านค้า

อเมริกัน เอ็กซ์เพรส จับมือ ธนาคารกรุงเทพ ขยายเครือข่ายร้านค้า

มาร์ลิน บราวน์ ผู้จัดการใหญ่ ประจำประเทศไทย บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด จับมือ ธนาคารกรุงเทพ ขยายเครือข่ายร้านค้าตอบโจทย์การใช้ชีวิตกลุ่มลูกค้าระดับบน และรูปแบบการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไปในยุคโควิด

มาร์ลิน บราวน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) เผยการลงนามความร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ ในการขยายเครือข่ายร้านค้ารับบัตร ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและการขยายฐานการใช้จ่ายของฐานลูกค้าระดับบนที่มีรายได้สูงภายในประเทศ

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างทั้งสองฝ่ายจะทำให้ทั้งสมาชิกบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส สามารถเข้าถึงระบบชำระค่าสินค้าและบริการ ผ่านเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิก (EDC) ที่ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ให้บริการกับร้านค้ารับบัตรชั้นนำของประเทศ มีเครือข่ายร้านค้าในหลากหลายธุรกิจ รวมกว่า 1 แสนร้านค้า มีทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรกว่า 150,000 เครื่อง รวมถึงเครือข่ายในการรับชำระเงินของธนาคารกรุงเทพ ขณะที่สมาชิกบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ในประเทศไทยเป็นกลุ่มที่มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2.5 เท่า (อ้างอิงจากสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย)

“ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่สำคัญของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส และความร่วมมือในระยะยาวกับธนาคารกรุงเทพในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้อเมริกัน เอ็กซ์เพรสสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในฐานลูกค้าระดับบนที่มีรายได้สูง” มาร์ลิน บราวน์ ผู้จัดการใหญ่ ประจำประเทศไทย กล่าว

สำหรับแผนการขยายฐานร้านค้าร่วมกับธนาคารกรุงเทพ เพิ่มเริ่มต้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2564 ผ่านมา จึงอยู่ในช่วงสร้างการรับรู้กับกลุ่มผู้บัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ในประเทศไทย และกับกลุ่มร้านค้าที่ต้องอัปเกรดเครื่องรูดบัตรด้านกลุ่มผู้ถือบัตรได้เตรียมทำการตลาดผ่านสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ รวมถึงการมอบคะแนนสะสมพิเศษจากการใช้จ่าย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มผู้ถือบัตรที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนไป

ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น และมาตรการของรัฐบาลที่ทำให้คนไทยต้องทำงานจากที่บ้านมากขึ้นอาศัยช่องทางออนไลน์การช้อปปิ้ง ทั้งการซื้อสินค้าหรือสั่งอาหาร รวมถึงการเดินทางเลือกซื้อสินค้าที่ซุเปอร์มาร์เก็ต ทำให้ลูกค้าผู้บัตรสามารถใช้บัตรในการสั่งอาหารผ่าน Grab, Food Panda หรือใช้จ่ายผ่านซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Tops Supermarket, Villa Market หรือ Foodland เป็นต้น

“เครือข่ายร้านค้ารับบัตรที่เพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้สมาชิกบัตรมีช่องทางในการใช้จ่ายผ่านบัตรที่หลากหลายขึ้น ขณะเดียวกันจะช่วยขยายตลาดลูกค้าระดับบนไปสู่ร้านค้าต่างๆ ในประเทศไทย”

ทั้งนี้ มาร์ลินยังเชื่อด้วยว่าเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่อนคลายลง สมาชิกบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทั่วโลก จะพร้อมใจกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซื่งถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมอีกครั้งและจะเป็นโอกาสอันดีในการเพิ่มยอดใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการธุรกิจในประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้นเช่นกัน

ซึ่งจากเครือข่ายทั่วโลกของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส เขากล่าวเพิ่มเติมว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ดีขึ้นของเมืองท่องเที่ยวจากทั่วโลก เริ่มเห็นสัญญาณการใช้จ่ายผ่านบัตรของผู้ถือบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส มากขึ้นตามลำดับ และคาดการณ์ว่าเมื่อใดที่ประเทศไทยพร้อมกับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง สัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดีและการใช้จ่ายจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ มาร์ลินยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความช่วยระหว่างสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทีมบริการ Platinum Travel ของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ปรเทศไทย ยังได้มีส่วนในการประสานนำบุตรของเป็นสมาชิกบัตรเดินทางกลับประเทศและสร้างความประทับใจให้กับผู้บัตรและเขาในฐานะผู้บริหาร อเมริกัน เอ็กซ์เพรส เป็นอย่างมาก

“เราตั้งเป้าในการสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ยอดเยี่ยมให้กับสมาชิกมาโดยตลอด ในช่วงโควิดที่ผ่านมาเราได้ประสานความช่วยเหลือกับผู้ถือบัตรชาวไทยที่ติดค้างอยู่ที่อิตาลีในช่วงที่มีการปิดพรมแดนเมื่อเดือนมีนาคม 2563 หลังจากที่ทีมให้บริการ Platinum Travel ได้รับคำขอในการช่วยเหลือและเข้าใจความร้อนใจของสมาชิกผู้ถือบัตรจึงรีบประสานหาตั๋วจากกรุงมิลานเพื่อมาที่อังกฤษ ก่อนที่จะเดินทางต่อกลับสู่ประเทศไทยในที่สุด และนี่คือสิ่งที่พวกเราตั้งใจสร้างบริการที่ดีที่สุด” มาร์ลิน บราวน์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ สำหรับอเมริกัน เอ็กซ์เพรส และธนาคารกรุงเทพได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันมาตั้งแต่ปี 2542 โดยธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์บัตรร่วมกับอเมริกัน เอ็กซ์เพรสมาแล้ว 3 ผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ ทั้งสององค์กร ยังมีแผนพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความแข็งแกร่งด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นให้รองรับรูปแบบการชำระเงินได้อย่างหลากหลายและมีความปลอดภัย เช่น การพัฒนาระบบรับชำระเงินผ่านอินเตอร์เน็ต หรือ Internet Payment Gateway และ QR Payment ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่สามารถเติบโตได้ดีท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

อ่านเพิ่มเติม: โลกแห่ง ‘ศิลป์-การลงทุน’ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine 

 

 

BACK TO TOP