ซิตี้แบงก์มอง จีดีพีไทย 2562 ชะลอตัว เร่งภาครัฐกระตุ้นการลงทุน-การท่องเที่ยว - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • News >
  • ซิตี้แบงก์มอง จีดีพีไทย 2562 ชะลอตัว เร่งภาครัฐกระตุ้นการลงทุน-การท่องเที่ยว

ซิตี้แบงก์มอง จีดีพีไทย 2562 ชะลอตัว เร่งภาครัฐกระตุ้นการลงทุน-การท่องเที่ยว

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

ซิตี้แบงก์ประเมินเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2562 ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกโตลดลงเหลือ 2.9% จีดีพีไทย โต 3.3% หวังภาครัฐเร่งใช้จ่ายทั้งมาตรการกระตุ้นระยะสั้นและการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โหมดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ด้านการจัดพอร์ตลงทุนปีนี้ ปัจจัยสงครามการค้ายังต้องจับตามอง แนะกระจายพอร์ตป้องกันความผันผวน

นลิน ฉัตรโชติธรรม นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลจากรายงานวิจัยจากทีม Global Market ของธนาคาร มองภาพรวมเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2562 คาดว่ายังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองระดับโลก และเศรษฐกิจยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัว โดยการเติบโตเศรษฐกิจโลกปีนี้ ซิตี้แบงก์ประเมินปรับลดลงมาเติบโตที่ 2.9% จากเมื่อต้นปีที่เคยประเมินว่าจะเติบโตราว 3.0-3.2% และวิเคราะห์ถึงปี 2563 เชื่อว่าตลาดประเทศเกิดใหม่จะฟื้นตัวดีกว่าปีนี้ สวนทางกับตลาดประเทศพัฒนาแล้วที่จะโตชะลอลงอีก

  • เศรษฐกิจโลก: ปี 2562 โต 2.9% / ปี 2563 โต 2.8%
  • เศรษฐกิจตลาดประเทศเกิดใหม่: ปี 2562 โต 4.3% / ปี 2563 โต 4.6%
  • เศรษฐกิจตลาดประเทศพัฒนาแล้ว: ปี 2562 โต 1.8% / ปี 2563 โต 1.5%
นลิน ฉัตรโชติธรรม นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย
นลิน ฉัตรโชติธรรม นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย

ด้านปัจจัยในตลาดเงินตลาดทุนระดับโลก ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเช่นนี้ ต้องจับตาการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่ง Jerome Powell ประธานเฟด ส่งสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ววานนี้ว่าน่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งซิตี้แบงก์ได้ประเมินปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • เฟดน่าจะปรับลดดอกเบี้ย 25% ในเดือนนี้ แต่จะมีการปรับลดเพิ่มอีกเป็น 0.50% หรือไม่นั้น ยังมีโอกาส แต่ไม่ชัดเจนนัก
  • ช่วง 2 ปีข้างหน้า ในบางตลาด เช่น สหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น อาจมีการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) เพิ่มอีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ราคาน้ำมัน เชื่อว่าจะยังทรงตัวต่อไปในครึ่งปีหลัง 2562 เนื่องจาก OPEC ชะลอการผลิตสอดรับกับสภาพเศรษฐกิจ แต่มีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะลดลงในปี 2563
  • สินค้าโภคภัณฑ์ที่แปรผันตามราคาน้ำมัน เช่น สินค้าเกษตร น่าจะมีทิศทางราคาเช่นเดียวกับน้ำมัน
  • ค่าเงิน มองว่าสกุลเงินในกลุ่มตลาดเกิดใหม่จะแข็งค่ามากกว่าดอลลาร์สหรัฐฯ ไปอีก 2 ไตรมาส

 

กระตุ้นภาครัฐเร่งใช้จ่าย-ดึงนักท่องเที่ยว

สำหรับเศรษฐกิจประเทศไทย ทีมซิตี้แบงก์ประเมินว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ปี 2562 น่าจะโต 3.3% แต่ปี 2563 จีดีพีไทย น่าจะเติบโตได้ดีขึ้นที่ 3.7% โดยนลินมองว่า ปีนี้ภาครัฐมีการชะลอการใช้จ่ายในช่วงที่ผ่านมา และหวังว่ารัฐจะเร่งใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น รวมถึงเร่งการลงทุนในโครงการะยะยาว

จีดีพีไทย ปีนี้น่าจะเติบโตลดลงจากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 3.3% ประเมินโดยซิตี้แบงก์

“การมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นักวิเคราะห์มองเบื้องต้นว่าอย่างน้อยมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว น่าจะนำไปสู่การตั้งงบประมาณรายจ่าย เราหวังว่าจะมีการใช้จ่ายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อย่างแรกอยากให้เร่งดำเนินการโครงการต่างๆ ที่มีอยู่แล้วก่อน เพราะปีนี้เราต้องใช้การลงทุนภาครัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยให้นักลงทุนมีความมั่นใจ” นลินกล่าว

นอกจากการลงทุนภาครัฐแล้ว ซิตี้แบงก์มองว่าเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่มีปัญหากว่าที่คาดคือการท่องเที่ยว โดยครึ่งปีแรกปีนี้ ภาคท่องเที่ยวเติบโตเพียง 2% ทำให้ซิตี้แบงก์ปรับคาดการณ์ใหม่ว่า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยปีนี้อาจโตต่ำกว่า 5% เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังเติบโตได้ดี ดังนั้น แม้เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวแต่นักท่องเที่ยวยังเดินทางและใช้จ่ายเพียงแต่เปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปจากไทย ภาครัฐอาจต้องมีมาตรการและศึกษาปัจจัยต่างๆ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลับมายังประเทศไทย

 

ส่งออกยังไม่ติดลบ-เชื่อค่าเงินบาทไม่หลุด 31.2 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้านการส่งออกนั้น ซิตี้แบงก์มองบวกมากกว่าหลายๆ สำนักวิจัยที่เชื่อว่าการส่งออกไทยปีนี้จะไม่เติบโตหรือถึงขั้นติดลบ โดยนลินกล่าวว่า การส่งออกไทยน่าจะโต 2%

“เราไม่ได้มองว่าการส่งออกจะไม่เติบโตเลย อย่างหลายเดือนที่ผ่านมามีการย้ายฐานผลิตจากสหรัฐฯ มาไทยเพื่อเข้ามาเจาะตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโต รวมถึงผู้ประกอบการไทยเอง เช่น อุตสาหกรรมสินค้าอาหาร มีการปรับตัวได้ดี เปลี่ยนมาส่งออกตลาดอาเซียนเพื่อกระจายความเสี่ยงด้วย” นลินกล่าว

ส่วนสถานการณ์ค่าเงินบาท ซิตี้แบงก์ประเมินว่าจนถึงสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทโดยเฉลี่ยไม่น่าจะต่ำกว่า 31.2 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เชื่อว่าสถานการณ์ขณะนี้ที่มีเงินทุนไหลเข้าปริมาณมากจนเงินบาทแข็งค่าจะเกิดเป็นภาวะสั้นๆ เท่านั้น

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ยังมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่ปรับลดดอกเบี้ยลงจาก 1.75% ไปจนถึงสิ้นปี 2563 เพราะ ธปท. มีความกังวลกับปัจจัยในประเทศ เช่น การเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องติดตามตัวเลขจีดีพีไทยต่อเนื่อง

 

Good Trump or Bad Trump? แนะจัดพอร์ตป้องกันความเสี่ยง

ท่ามกลางภาวะตลาดที่มีความไม่แน่นอนนี้ บุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์ ที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลัง 2562 แม้การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดจะค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่ยังมีปัจจัยหลักที่ต้องจับตาคือการเดินเกมทางการเมืองและเศรษฐกิจของ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะมีท่าทีผ่อนคลายพร้อมเจรจากับจีน แต่ยังไม่ใช่ภาพที่แน่นอนนัก ดังนั้น ปีนี้ซิตี้แบงก์แนะนำการจัดพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • เพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเชื่อว่าราคาบอนด์ยังปรับขึ้นได้อีกระยะหนึ่ง
  • ลงทุนในสินทรัพย์หลากประเภทให้มากที่สุด
  • ตลาดหุ้นในช่วงนี้เป็นฤดูกาลขาลงช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม โดยแนะนำตลาดเกิดใหม่ในแถบเอเชีย ในจังหวะนี้เหมาะซื้อเพราะราคาต่ำและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต
  • เพิ่ม buffer ให้พอร์ตด้วยหุ้นธุรกิจเฮลธ์แคร์ เนื่องจากเมื่อตลาดหุ้นมีการปรับลดมักจะลดลงน้อยกว่ากลุ่มหุ้น S&P500
  • กระจายการเก็บทรัพย์สินในสกุลเงินหลายสกุล โดยช่วงนี้ค่าเงินบาทยังแข็งค่า อาจเลือกเก็บในสกุลเงินบาทเป็นหลัก
ซิตี้แบงก์ประเมิน กำไรต่อหุ้นปี 2562 อยู่ที่ 4%

บุญนิเศรษฐ์สรุปภาพรวมอัตราเติบโตผลกำไรต่อหุ้นทั่วโลกน่าจะต่ำกว่าประมาณการเดิมเล็กน้อย โดยอยู่ที่ 4% ในปี 2562

บุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์ ที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย
ดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย

 

BACK TO TOP