IVL ซื้อกิจการสร้างมูลค่า - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

IVL ซื้อกิจการสร้างมูลค่า

Forbes Thailand

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ถือเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จกับการใช้กลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง และได้ใช้กลยุทธ์ออกไปซื้อกิจการมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจุบันและในอนาคต

ผลสำเร็จของการซื้อกิจการของ IVL สะท้อนให้เห็นเด่นชัดจากผลดำเนินงานของบริษัทที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2558 มีกำไรสุทธิ 6.60 พันล้านบาท เพิ่มเป็น 1.62 หมื่นล้านบาทในปี 2559 และเพิ่มเป็น 2.09 หมื่นล้านบาทในปี 2560 ขณะที่ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 2.65 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 26.73% จากปี 2560

สำหรับทิศทางการทำธุรกิจในปี 2562 และต่อเนื่องในอนาคต IVL ยังคงใช้กลยุทธ์การเติบโตของผลกำไรในระดับสูงจากการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงการขยายธุรกิจที่มีอยู่ โดยในปี 2561 บริษัทมีการลงทุน 2.26 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แม้การลงทุนจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ระยะยาวจะสามารถรับรู้ผลกำไรจากเงินลงทุนเข้ามาในกิจการ

สามปีที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโตของกำไร และมีความแข็งแกร่งที่จะเติบโตระยะต่อไป เพราะจากปี 2558 ที่มีผลผลิตรวม 7 ล้านตัน มีกำไรหลักก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (Core EBITDA) 640 ล้านเหรียญ และผลตอบแทนหลักจากการใช้เงินลงทุนสุทธิอยู่ที่ 9.7% ซึ่งผลของการใช้กลยุทธ์การซื้อกิจการ ทำให้ปี 2561 บริษัทมีการผลิต 10.4 ล้านตัน Core EBITDA ที่ 1.4 พันล้านเหรียญ และผลตอบแทนหลักจากการใช้เงินลงทุนสุทธิอยู่ที่ 13.7% และปี 2561 มีรายได้ 1.07 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบปี 2560 และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเท่ากับ 1 พันล้านเหรียญ

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจในทวีปอเมริกาเหนืออย่างต่อเนื่อง โดยเข้าซื้อกิจการร่วมค้า Corpus Christi ซึ่งเป็นหน่วยงานผลิตที่มีต้นทุนการผลิตในระดับต่ำ และบริษัทได้เข้าไปลงทุนในทวีปอเมริกาใต้เป็นครั้งแรก จากการเข้าซื้อกิจการ PET ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบราซิล หลังจากนั้นบริษัทยังได้ขยายกิจการในประเทศบราซิลต่อเนื่อง โดยการเข้าซื้อกิจการที่เติบโตสูงในธุรกิจไฟเบอร์ โดยเข้าซื้อบริษัท M&G Fibras (การเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562)

IVL ได้เข้าทำธุรกิจในตลาดที่มีการเติบโตสูงในแอฟริกาเหนือ โดยการเริ่มเข้าทำกิจการร่วมค้าในธุรกิจ PET กับ Dhunseri ในอียิปต์ หลังจากนั้นยังได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกิจการ MEDCO ซึ่งเป็นธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในอียิปต์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับส่วนงานบรรจุภัณฑ์ โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ผู้ประกอบการผลิตขวดบรรจุภัณฑ์ที่สำคัญในภูมิภาค

บริษัทได้ขยายการลงทุนในธุรกิจรีไซเคิลเพิ่มเติม โดยเข้าซื้อบริษัท Sorepla ในฝรั่งเศส และ Custom Polymer ในสหรัฐอเมริกา (การเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นแล้วในเดือนมกราคม ปี 2562)

Aloke Lohia ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IVL กล่าวว่า บริษัทยังเดินหน้าควบรวมและซื้อกิจการต่อเนื่องเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยวางเป้าหมายช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปี 2562-2566) จะมี Core EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือขึ้นมาอยู่ที่ 3 พันล้านเหรียญ จาก 1.44 พันล้านเหรียญในปี 2561 และช่วง 5 ปีข้างหน้าหรือในปี 2566 รายได้รวมจะเพิ่มเป็น 1.6-1.7 หมื่นล้านเหรียญ จาก 1.07 หมื่นล้านเหรียญในปี 2561 มาจากกำลังการผลิตในมือที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 16 ล้านตัน/ปี ซึ่งยังไม่นับรวมกำลังการผลิตที่อาจจะเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการในอนาคต

ปีนี้บริษัทมีเป้าหมายจะมี Core EBITDA ในปีนี้ที่ระดับ 1.75 พันล้านเหรียญ ซึ่งเป็นการเติบโตจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็น 13 ล้านตัน จากระดับ 10.4 ล้านตันในปีที่แล้ว

Lohia ระบุว่า เพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทได้วางงบประมาณในช่วงปี 2562-2564 ไว้ประมาณ 4.5 พันล้านเหรียญ จากกระแสเงินสดภายในที่มีความแข็งแกร่ง

สำหรับการเติบโตของกลุ่มมาจาก 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจ Integrated PET, ธุรกิจโอเลฟินส์, ธุรกิจเส้นใย (fiber), ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) มีโรงงานผลิตครอบคลุมภูมิภาคหลักทั่วโลก ได้แก่ แอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยธุรกิจ Integrated PET นับว่าสร้างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA)ให้กับกลุ่มมากสุด ทั้งนี้ ตลาด Integrated PET และ ไฟเบอร์ยังคงเติบโตได้ตามความต้องการใช้ที่มีมากขึ้น ขณะที่ยังมองการซื้อกิจการเพิ่มเติมทั้งในบราซิลและอินเดีย โดยเฉพาะอินเดียที่มีตลาดเติบโตค่อนข้างดี ส่วนในแอฟริกาก็ยังเห็นโอกาสเติบโตในฝั่งตะวันออกด้วย ด้านการผลิตในประเทศก็จะเน้นขยายโรงงานรีไซเคิล

การลงทุนและการซื้อกิจการจะผลักดันให้บริษัทประสบความสำเร็จทั้งในประเทศและทั่วโลก และสร้างกระแสเงินสดและการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับกิจการ ในอนาคต Lohia กล่าว

 

อ่านเพิ่มเติม

 

 

 

ภาพ : Benya Hegenbarth


คลิกเพื่ออ่านบทความทางด้านการลงทุนได้ที่ Forbes Wealth Management & Investing 2019 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP