10 สิ่งที่น่าจับตาในปี 2021 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

10 สิ่งที่น่าจับตาในปี 2021

ปี 2020 ถือว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจและตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง แต่ด้วยผลของรัฐบาลและธนาคารกลางในประเทศขนาดใหญ่ต่างช่วยกันประคับประคองผ่านนโยบายการเงินและการคลัง ทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจยังพอจะประคับประคองผ่านไปได้ สำหรับในด้านการลงทุนในปี 2020 ข้อมูลจนถึงวันที่เขียนพบว่า ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ อาทิ  สหรัฐฯ เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น ต่างมีผลตอบแทนเป็นบวก เมื่อเทียบกับปลายปี 2019 โดยมีปัจจัยสำคัญคือสภาพคล่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูงมาก และสำหรับปี 2021 จะมี 10 สิ่งอะไรบ้างที่จะต้องจับตาว่าอาจจะกระทบกับการลงทุนของเรา พอสรุปได้ ดังนี้

 

1.วัคซีน กับ การฟื้นตัวเศรษฐกิจ
ต้องยอมรับว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจจะเร็วหรือช้า ขึ้นกับวัคซีน ดังนั้น ต้องจับตาว่า 1) ประสิทธิภาพของวัคซีนจะเป็นไปตามผลรายงานการทดลองหรือไม่ 2) อุปสรรคในการแจกจ่ายวัคซีนที่ต้องการที่เก็บรักษาอุณหภูมิต่ำมาก และ 3) ประชาชนยอมรับหรือปฏิเสธการฉีดวัคซีน

2.เศรษฐกิจประเทศสำคัญคาดฟื้นตัวดี แต่หากเทียบกับระดับเศรษฐกิจปี 2019 คาดว่าขนาดเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น จะยังไม่สามารถกลับไปยืนสูงกว่าปี 2019 ได้ ยกเว้น จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้

 

แผนภาพที่ 1: แสดงการคาดการณ์เศรษฐกิจ Real GDP Growth (%)

ที่มา: Bloomberg Data as of 15 2020

3.ภาพรวมอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น แต่ไม่น่ากังวล
เนื่องจาก 1) เป็นผลของฐานคำนวณต่ำ 2) การเริ่มฉีดวัคซีนคาดจะสร้างความเชื่อมั่น ส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้า บริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (Pent up Demand) – แต่เชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อจะไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายของธนาคารกลาง โดยเฉพาะ Fed เองเคยส่งสัญญาณล่วงหน้าตั้งแต่ ส.ค. ว่าจะยังปล่อยให้บางเวลาเงินเฟ้ออาจสูงกว่ากรอบเป้าหมายได้

4.อัตราดอกเบี้ยยังต่ำต่อไป ประเมินว่าปี 2021 ยังเป็นปีของที่เศรษฐกิจฟื้นตัวแต่เปราะบาง อีกทั้งที่เคยได้เห็นภายหลังเหตุการณ์ Global Financial Crisis กว่าธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยจะใช้เวลาอีกหลายปี และเชื่อว่าจะเห็นการปรับลดสภาพคล่อง (QE Tapering) ก่อนการขึ้นดอกเบี้ย

5.สภาพคล่องในตลาดการเงินยังสูง ธนาคารกลางประเทศขนาดใหญ่ยังคงอัดฉีดสภาพคล่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจในปี 2021


แผนภาพที่ 2: แสดงดัชนี Dollar Index ในกรอบระยะเวลา 5 ปี
 

ที่มา: Bloomberg Data as of 15 2020

 

6.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่า เนื่องจาก 1) ปัจจัยพื้นฐานสหรัฐฯ เองที่ยังเป็นประเทศที่ขาดดุลการค้า 2) การถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะ Safe Haven จะน่าสนใจลดลงภายหลังวิกฤตโรคระบาดคลี่คลาย 3) อัตราดอกเบี้ยตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ต่ำมาก เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ในขณะที่ความเสี่ยงหลายอย่างลดลงไปแล้ว –  จับตา Dollar Index หากปรับลดลงต่ำกว่า 89 อาจจะเป็นปัจจัยหนุนให้ Fund Flow ไหลเข้าในกลุ่มประเทศ Emerging Market

7.สำหรับการลงทุน ตลาดหุ้น ยังคงมีความน่าสนใจ แม้ว่าในปี 2020 จะเห็นการฟื้นตัวในหลายดัชนี แต่ยังมองว่าเป็นการฟื้นตัวในเฉพาะบางประเทศ และ ราย Sector เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังน่าสนใจโดยเฉพาะกลุ่ม Emerging Market

8.พิจารณาตลาดหุ้นราย Sector ยังคงเน้นกลุ่ม Megatrends เป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Technology และ Healthcare แม้ปี 2020 ดัชนีทั้ง 2 กลุ่มจะปรับเพิ่มขึ้นได้ดี ทำให้ความน่าสนใจในปี 2021 จะลดลงไปบ้าง หรือกลุ่ม Technology ที่อาจจะมีประเด็นการผูกขาดการค้า แต่การปรับฐานของราคายังคงน่าสนใจในการทยอยสะสม นอกจากนี้กลุ่มที่ฟื้นตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจถือว่าควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน เช่น กลุ่ม Financial, Tourism Energy และ REITs

 

แผนภาพที่ 3 : แสดง EPS Growth (%) ราย Sector ในดัชนี S&P 500 (กลุ่ม Energy, Industrial และ Consumer Discretionary เติบโตสูงจากฐานที่ต่ำ)

ที่มา: Bloomberg Data as of 15 2020

9.การลงทุนทางเลือก การกระจายในสินทรัพย์ที่หลากหลายยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เรามองว่าการลงทุนในทองคำยังคงน่าสนใจ โดยเฉพาะใช้เพื่อ Hedging ความเสี่ยงเงินเฟ้อ  รวมถึง กลุ่ม REITs ในหลายภูมิภาคยังถือว่าปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ และกลับน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงอัตราดอกเบี้ยยังต่ำ และเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

10.ความเสี่ยงที่ต้องระวัง 1) ผลข้างเคียงของวัคซีน การกระจายวัคซีนอาจล่าช้า และระยะเวลาที่วัคซีนจะมีภูมิคุ้นกัน 2) การฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 1 ปี 2021 ที่ยังไม่มีการกระจายวัคซีนในวงกว้าง และการระบาดที่ยังสูงในช่วงฤดูหนาว  3) ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ แม้การเข้ามาของว่าที่ปธน.สหรัฐฯ คนใหม่ ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าจะใช้วิธีทางเจรจามากกว่า แต่ในด้านความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ต้องยอมรับว่าเป็นการแข่งขันมากกว่า Partner 4) อัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นระหว่างปี แม้จะเป็นการคาดเพียงชั่วคราว แต่อาจเป็นปัจจัยกดดัน Sentiment ลงทุนได้

 


บทความโดย
กันติพัฒน์ วงศ์สุคนธ์
Head of  Wealth  Advisory
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP