ปีนี้ "การลงทุน" เน้นปลอดภัย ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Special Report >
  • ปีนี้ “การลงทุน” เน้นปลอดภัย ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน

ปีนี้ “การลงทุน” เน้นปลอดภัย ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน

Forbes Thailand

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) มีมุมมอง การลงทุน ในปี 2562 ว่า หุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่คาดว่าจะได้อัตราผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ควรลงทุนโดยเน้นความปลอดภัย ลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ ราคาไม่แพงมาก รวมถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่คาดว่ายังมีความสามารถให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่น่าจะอยู่ในระดับต่ำต่อไป

ปีนี้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรกระจายสินทรัพย์ลงทุนในหุ้นทั่วโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและเปิดโอกาสเพื่อรับโอกาสในการลงทุนที่หลากหลาย

“มูลค่าการตลาดของหุ้นไทยคิดเป็นเพียง 0.3-0.5% ของดัชนี MSCI ALL Country World Index (MSCI ACWI) หรือหุ้นไทยมีขนาดเพียง 0.3-0.5% ของน้ำหนักหุ้นทั่วโลก ดังนั้นตามหลักการถ้าจะกระจายความเสี่ยงน้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่ควรลงทุนต่างประเทศมากกว่าในประเทศ”

ทั้งนี้ บมจ.หลักทรัพย์ภัทรแนะนำว่า นักลงทุนจำนวนมากยังคุ้นเคยกับการลงทุนในประเทศมากกว่า (home-bias) ดังนั้นอาจจะเริ่มให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศในสัดส่วน 50:50 โดยมอง การลงทุน ระยะยาว 2-3 ปี

ปี 2562 สถานการณ์การลงทุนน่าจะดีกว่าปีก่อนที่การลงทุนติดลบแทบทุกสินทรัพย์ โดยช่วงต้นปีสถานการณ์ความเสี่ยงเรื่องสงครามทางการค้า ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีน และความเสี่ยงเรื่องการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) เริ่มคลี่คลาย เหลือเพียงความเสี่ยงหลักจากการที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวเติบโตที่จะทำให้กำไรบริษัทจดทะเบียน (บมจ.) ลดลงตามไปด้วย

“เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตช้า แต่ยังส่งสัญญาณโตอย่างแข็งแกร่งที่สุด ในขณะที่เศรษฐกิจสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นขยายตัวอย่างแผ่วๆ ที่ทำให้ต้องระมัดระวังเพราะเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าภูมิภาคอื่น”

ทั้งนี้ถ้าหากนักลงทุนต้องการกระจายความเสี่ยงการลงทุนหุ้นต่างประเทศปีนี้ แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ 40% ตลาดเกิดใหม่ 10-15% ที่เหลือลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป และญี่ปุ่น โดยระยะสั้นมองว่าตลาดเกิดใหม่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว จึงแนะนำให้เข้าซื้อหุ้นในตลาดเกิดใหม่ที่ราคายังถูกที่สุดในช่วงนี้

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า ปลายปี 2561 ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดลงในครึ่งหลังปี 2561 และเพิ่งฟื้นตัวเมื่อต้นปีนี้

สำหรับการกระจายความเสี่ยงการลงทุนในประเภทสินทรัพย์ สินทรัพย์หลักที่น่าสนใจยังเป็น หุ้น หุ้นกู้ เงินสด กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REITs และปัจจุบันทางเลือกในการลงทุนมีมากขึ้น นักลงทุนสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศด้วยต้นทุนที่ถูกลง และมีทางเลือกในการลงทุนประเภทอื่น เช่น การลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity)

อย่างไรก็ตาม การลงทุนต่างประเทศนั้นนับว่ามีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และมีประเด็นเรื่องภาษีเพิ่มขึ้นมาที่นักลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน

“บมจ.หลักทรัพย์ภัทรได้เปิดช่องทางให้ลูกค้ามีทางเลือกในการลงทุนต่างประเทศที่มีคุณภาพได้ง่ายและมากขึ้น โดยสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศได้โดยตรงทั้ง หุ้น กองทุนที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ETF) ที่ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายในหลายประเทศและหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม”

นอกจากนี้ ยังสามารถลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศในหลายประเภทสินทรัพย์ที่บริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำในต่างประเทศได้โดยตรง และจะให้บริการลงทุนตรงหุ้นกู้และหุ้นกู้อนุพันธ์ได้ในอนาคต ทั้งนี้ บมจ.หลักทรัพย์ภัทรยังมีความรร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีคุณภาพหลากหลายด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

เรื่อง เจียรนัย อุตะมะ

อ่านให้ครบรสกับ รายงานชุดพิเศษ Special Report OVERSEAS INVESTMENT

 


คลิกเพื่ออ่านบทความทางด้านการลงทุนได้ที่ Forbes Wealth Management & Investing 2019 ในรูป e-Magazine

BACK TO TOP