Homei Miyashita นักวิจัยญี่ปุ่นพัฒนาตะเกียบไฟฟ้าเพิ่ม “รสเค็ม” คาดพร้อมจำหน่ายต้นปีหน้า - Forbes Thailand

Homei Miyashita นักวิจัยญี่ปุ่นพัฒนาตะเกียบไฟฟ้าเพิ่ม “รสเค็ม” คาดพร้อมจำหน่ายต้นปีหน้า

ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค / ONLINE CONTENT CREATOR
20 Apr 2022 | 04:00 PM
READ 2596

Homei Miyashita นักวิจัยชาวญี่ปุ่นพัฒนาตะเกียบไฟฟ้า ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่ม “รสเค็ม” ให้แก่อาหาร เพื่อจำกัดปริมาณเกลือในร่างกายของผู้บริโภค

Homei Miyashita

ตะเกียบคู่นี้ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยศาสตราจารย์ Homei Miyashita จาก Meiji University ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่ม Kirin Holdings Co. สามารถช่วยเพิ่ม “รสเค็ม” ให้แก่อาหาร ด้วยการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สวมอยู่บนข้อมือของผู้บริโภค เพื่อดึง "ไอออนของโซเดียม" ของเกลือที่ปะปนในอาหาร สัมผัสกับตุ่มรับรสบนลิ้นของผู้บริโภคได้มากขึ้น

“เป็นผลให้รู้สึกเค็มเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า” Miyashita กล่าว

นอกจากนี้ Miyashita ยังได้สำรวจวิธีการต่างๆ ที่เทคโนโลยีสามารถโต้ตอบและกระตุ้นประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของมนุษย์ ซึ่งในท้ายที่สุด เขาก็ได้พัฒนาจอทีวีที่สามารถเลียนแบบรสชาติอาหารต่างๆ ได้

ขณะที่ตะเกียบเพิ่มรสเค็มดังกล่าว คาดว่าจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ด้วยรสชาติของอาหารแบบเดิมที่เน้นไปทางเค็ม เนื่องจากชาวญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยบริโภคเกลือประมาณ 10 กรัมต่อวัน ซึ่งเป็น 2 เท่าของปริมาณที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก

เพราะฉะนั้นปริมาณโซเดียมที่มากเกินไป จึงอาจมีส่วนในการเพิ่มโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

"เพื่อป้องกันโรคเหล่านี้ เราจำเป็นต้องลดปริมาณเกลือที่เราใช้" นักวิจัย Kirin Ai Sato กล่าว

"ถ้าเราพยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานเกลือน้อยลงในแบบปกติ เราจะต้องทนต่อความเจ็บปวดจากการตัดอาหารที่เราโปรดปราน”

ปัจจุบัน Miyashita และ Kirin กำลังปรับแต่งต้นแบบตะเกียบของพวกเขา และหวังว่าจะทำการตลาดได้ในช่วงต้นปีหน้า

แปลและเรียบเรียงจากบทความ Japan researchers develop electric chopsticks to enhance salty taste ดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค เผยแพร่บน cnn.com

อ่านเพิ่มเติม: เครือโรงแรมระดับโลก เดินหน้าขยายธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก รองรับดีมานด์หลังโควิด


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine