Jaguar Land Rover ประกาศลดพนักงาน 4.5 พันตำเเหน่ง หลังยอดขายในจีนลดฮวบ-กังวล Brexit  - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Motoring
  • News >
  • Jaguar Land Rover ประกาศลดพนักงาน 4.5 พันตำเเหน่ง หลังยอดขายในจีนลดฮวบ-กังวล Brexit 

Jaguar Land Rover ประกาศลดพนักงาน 4.5 พันตำเเหน่ง หลังยอดขายในจีนลดฮวบ-กังวล Brexit 

ศิริลักษณ์ หาพันธ์นา

Jaguar Land Rover ประกาศปรับลดพนักงาน 4.5 พันตำเเหน่ง หลังประสบภาวะขาดทุน ยอดขายในจีนเเละรถยนต์ดีเซลในยุโรปลดฮวบ พร้อมกับความไม่แน่นอนของตลาดรถยนต์ในอังกฤษหลัง Brexit 

Jaguar Land Rover (JLR) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หรูของอังกฤษ ซึ่งกลุ่มบริษัท Tata ของอินเดียถือครองหุ้นใหญ่ในกิจการ ยืนยันว่าการปรับลดพนักงานครั้งนี้จะเริ่มจากในอังกฤษก่อน ซึ่งมีพนักงานอยู่ทั้งหมดราว 4.4 หมื่นคน

ตามรายงานของ BBC คาดว่าฝ่ายการตลาด การจัดการเเละฝ่ายงานบริหารจะได้รับผลกระทบจากการลดตำเเหน่งงานครั้งนี้เเละไม่กระทบต่อพนักงานสายการผลิต ซึ่งเป็นไปตามนโยบายลดรายจ่าย 2.5 พันล้านปอนด์ของบริษัท

สำหรับ JLR เคยขึ้นเเท่นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร ในปี 2016 โดยมีการผลิตรถยนต์กว่า 1 ล้านคัน เเต่ในปี 2018 ยอดการผลิตลดลง 4.4% เเละมียอดขายตลอดปีน้อยกว่า 6 เเสนคัน ขณะที่ยอดขายในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัทก็ลดลงอย่างมากถึง 21.6%

การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน พร้อมกับความตึงเครียดทางการค้านั้นส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง Felix Brautigam ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ของ JLR กล่าว

ทั้งนี้ JLR ประสบภาวะขาดทุนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลในความไม่แน่นอนของผลกระทบจาก Brexit ที่อังกฤษจะแยกตัวจากสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เเละการปรับเกณฑ์ใหม่ด้านการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรป ซึ่งรถยนต์ดีเซลถือเป็น 90% ของยอดขายจากโรงงานในอังกฤษของ JLR 

เเม้ว่า JLR จะมีการเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อรองรับสถานการณ์หลัง Brexit ในกรณีภาษีศุลกากรหรือการตรวจสอบศุลกากร เเต่ก็เพิ่งสูญเสียเงินกว่า 354 ล้านปอนด์ (450 ล้านเหรียญ) ระหว่างเดือนเมษายนและกันยายน ปี 2018 เเละได้ปรับลดพนักงานไปเเล้วกว่า 1 พันตำเเหน่งในสหราชอาณาจักรก่อนหน้านี้

ด้าน Ralf Speth ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JLR ระบุว่าบริษัทจะหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดรถยนต์แห่งอนาคต นับเป็นความท้าทายด้านเทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต้องเผชิญ

 

ที่มา

ภาพ AFP

BACK TO TOP