10 อันดับดีเจ ที่ทำรายได้สูงสุดในโลก ปี 2018 - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • World >
  • 10 อันดับดีเจ ที่ทำรายได้สูงสุดในโลก ปี 2018

10 อันดับดีเจ ที่ทำรายได้สูงสุดในโลก ปี 2018

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
04 Mar 2019 | 9:33 am 11679

ดีเจบนทำเนียบของ Forbes ยังคงทำรายได้มากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลายอันดับสามารถเรียกค่าตัวได้ถึงหกหลักต่อคืน และดีเจ/โปรดิวเซอร์อีกหลายคนทำเงินเพิ่มเติมได้จากการรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ช่วยโปรโมตสารพัดแบรนด์สินค้า

หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นรายได้ก่อนหักภาษีในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน 2017 ถึงเดือนมิถุนายน 2018 คำนวณจากความช่วยเหลือของ Nielsen SoundScan, Pollstar และการให้สัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดนตรี

 

อันดับ 1 Calvin Harris
48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

(PHOTO CREDIT: Taylor Hill)

ราชาแห่งวงการดีเจยังคงทำเงินหกหลักได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการขึ้นแสดงเป็นประจำใน Las Vegas และบางงานยังเรียกราคาได้ถึงเจ็ดหลักในการทัวร์งานแสดงเทศกาลดนตรีตั้งแต่ญี่ปุ่นไปจนถึงโครเอเชีย เพลงใหม่ของเขา One Kiss ที่ร่วมงานกับ Dua Lipa สามารถขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ทเพลงในสหราชอาณาจักรและทั่วยุโรป

 

อันดับ 2 The Chainsmokers
45.5 ล้านเหรียญ

(PHOTO CREDIT: xslasvegas.com)

คู่หูดีเจและโปรดิวเซอร์ผู้ผลิตเพลงยอดฮิตอย่าง Closer และ Something Just Like This เข้าสู่ช่วงสุดท้ายในสัญญา 3 ปีเพื่อขึ้นแสดงในคลับ Wynn Nightlife พวกเขาทำเงินได้คืนละประมาณ 5 แสนเหรียญ และแสดงไปกว่า 100 ครั้งเมื่อปีก่อน

 

อันดับ 3 Tiësto
33 ล้านเหรียญ

(PHOTO CREDIT: Jason Koerner)

แม้อยู่ในวัย 49 ปีแล้ว แต่เขายังทำงานหนักยิ่งกว่าน้องๆ ร่วมวงการที่อายุน้อยกว่าเขาครึ่งหนึ่ง Tiësto ขึ้นแสดงไปกว่า 150 รายการในปีที่ผ่านมา เขายังออกเพลงใหม่ Jackie Chan ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับ Post Malone รวมถึงเซ็นสัญญาขึ้นแสดงในคลับ Hakkasan ใน Las Vegas ไปจนถึงปี 2020

 

อันดับ 4 Steve Aoki
28 ล้านเหรียญ

(PHOTO CREDIT: John Parpa)

ไม่มีใครในวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่จะทำงานหนักเท่า Aoki อีกแล้ว เพราะเขาขึ้นเวทีไปถึง 200 งานในปีที่ผ่านมา! บางวันเขาขึ้นแสดงถึงสองงานในวันเดียว นอกจากนี้เขายังทำเงินจากการโปรโมตสินค้าให้กับ Dropbox, ฟิตเนส Zumba และสายการบิน ANA เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 Aoki ยังเซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับนาฬิกาข้อมือ Diesel ด้วย

 

อันดับ 5 Marshmello
23 ล้านเหรียญ

แม้ไม่ใช่ดีเจค่าตัวแพงที่สุดของเรา แต่เขาเป็นหนึ่งในตัวท็อปบนทำเนียบนี้แน่นอน นอกจากรายได้ค่าเข้าชมการแสดงของเขาแล้ว เขายังโกยเงินจากการออกรายการ Cookings with Marshmello ทางช่อง YouTube และงาน collab ดนตรีร่วมกับ Selena Gomez และ Logic

 

อันดับ 6 Zedd
22 ล้านเหรียญ

(PHOTO CREDIT: ig@Zedd)

นักดนตรีผู้เกิดในรัสเซียและเติบโตในเยอรมนีไม่ได้นิยามตัวเขาเองว่าเป็น “ดีเจ” … “ผมมองตัวเองว่าเป็นศิลปินผู้นำเสนอการแสดงมากกว่า” เขากล่าว ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนแต่ Zedd ทำกำไรได้มากแน่นอน เพราะค่าตัวของเขาสูงถึงหกหลักต่องานแสดงหนึ่งคืน และเขายังออกแสดงมากกว่า 100 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา

 

อันดับ 7 Diplo
20 ล้านเหรียญ

(PHOTO CREDIT: Steven Ferdman)

ผู้เชี่ยวชาญแห่งการทำอาชีพเสริม Diplo เป็นนักลงทุนในคาเฟ่ชาเขียว MatchaBar ใน New York ที่กำลังขยายไปผลิตเครื่องดื่มบรรจุขวดจำหน่ายด้วย และเขายังมีโครงการพันธมิตรกับ Bacardi ในการจัดงาน “Sound of Rum” งานดนตรีช่วงฤดูร้อน ไปจนถึงการเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับซีรีส์เสียดสี What Would Diplo Do? ของ Viceland

 

อันดับ 8 David Guetta
15 ล้านเหรียญ

ดีเจคนดังที่ยังคงเรียกผู้ชมมาที่คลับหลักของเขาทั้งสองแห่ง ได้แก่ Encore Beach Club ใน Las Vegas และ Pacha ใน Ibiza ประเทศสเปน เมื่อปี 2017 เพลง Dirty Sexy Money ที่เขาร่วมงานกับ Afrojack และ Charlie XCX ฮิตติดชาร์ทนับสิบประเทศทั่วโลก

 

อันดับ 9 Kaskade
13.5 ล้านเหรียญ

(PHOTO CREDIT: Adam Bettcher)

หนึ่งในดีเจผู้โชกโชนสนามแห่งวงการ EDM Kaskade ยังคงทำรายได้สูงจากการทัวร์ออกงานจำนวนมาก รวมถึงงานที่เขาจัดขึ้นเองด้วย Kaskade เริ่มจัดงานปาร์ตี้ชายหาด Sun Soaked ของเขาเองตั้งแต่ปี 2017 ดึงดูดผู้ร่วมงานมากกว่า 30,000 คน และบัตรก็ขายหมดเกลี้ยง

 

อันดับ 10 Martin Garrix
13 ล้านเหรียญ

(PHOTO CREDIT: Tim Mosenfelder)

ด้วยวัยเพียง 22 ปี เขาคือดีเจชื่อดังที่เด็กที่สุดในวงการ เมื่อปี 2017 เขาได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของ Armani Exchange ส่วนการงานในอาชีพดีเจก็กำลังเฟื่องฟูด้วยปริมาณงานไม่ต่ำกว่า 90 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา โดยมีงานช้างสร้างชื่อให้กับ Garrix มากที่สุดคืองานพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้

 

อ่านเพิ่มเติม

 


คลิกอ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand Magazine ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP