Victoria Dockside ก้าวที่กล้าของ New World Development - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • Victoria Dockside ก้าวที่กล้าของ New World Development

Victoria Dockside ก้าวที่กล้าของ New World Development

Forbes Thailand / Admin
24 Jun 2020 | 8:00 am 1338

Adrian Cheng แห่ง New World Development ต้องการสร้างมรดกชิ้นใหม่คือ Victoria Dockside ในฮ่องกงไว้สำหรับโชว์แบรนด์ K11 อันเป็นส่วนผสมของ “ศิลปะ ผู้คน และธรรมชาติ”

New World Centre ซึ่งเป็นศูนย์คอมเพล็กซ์อเนกประสงค์ แต่ถูกรื้อถอนไปราว 10 ปีก่อน เพื่อเปิดทางให้กับโครงการ Victoria Dockside ที่ Cheng เข้ามาดูแลด้วยตนเองตั้งแต่แรกเริ่ม โครงการใหม่นี้สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เคยเป็นโครงการเด่นของคุณปู่ และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการพัฒนาแบรนด์ K11

“ผมไม่ได้กำลังสืบทอดธุรกิจอายุ 50 ปีของครอบครัว หรือพยายามเกาะไม่ปล่อย ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมกำลังเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูเพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่” Cheng กล่าว

Henry Cheng Kar-shun บิดาของเขายังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ New World ขณะที่ลูกชายคนโตรับหน้าที่รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไปมาตั้งแต่ปี 2017

เช่นเดียวกับศูนย์การประชุม โครงการ Victoria Dockside มูลค่า 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ก็มีความเสี่ยง Victoria Dockside ดำเนินโครงการมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่ปี 2018 และเปิดตัวในช่วงที่ฮ่องกงเผชิญสภาวะตกต่ำที่สุดในรอบทศวรรษพอดี การประท้วงที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนบวกกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

Victoria Dockside

คอมเพล็กซ์แห่งนี้เป็นผลงานขนาดใหญ่ที่สุดและประณีตที่สุดของแบรนด์ ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงาน 65 ชั้นที่มีชื่อว่า K11 Atelier อะพาร์ตเมนต์หรู K11 Artus และห้างสรรพสินค้า K11 Musea พร้อมห้องจัดแสดงงานศิลปะภายในคอมเพล็กซ์มีเพียง Rosewood Hong Kong ที่นับได้ว่าเป็นแบรนด์ใหญ่นอกกลุ่ม K11 แต่ก็เป็นสมาชิกเครือโรงแรมหรูที่ตระกูล Cheng เป็นเจ้าของอยู่นั่นเอง

K11 เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ผสมผสาน “ศิลปะ คน และธรรมชาติ” หลอมรวมองค์ประกอบของงานออกแบบเชิงศิลปะ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ทั้งในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัวเข้าไว้ด้วยกัน “ผมไม่ได้มองว่า K11 Musea เป็นห้างสรรพสินค้า แต่เป็นสถานที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาเรียนรู้ ได้รับความรู้ และดื่มด่ำกับวัฒนธรรมต่างๆ”

เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง เขาจึงว่าจ้างนักออกแบบ สถาปนิกและศิลปิน 100 คนทั่วโลก แต่ละคนมีหน้าที่ดูแลส่วนต่างๆ ของคอมเพล็กซ์ แม้กระทั่งพื้นที่ใช้สอยอย่างลานจอดรถ หนึ่งในคณะทำงานคือ Kohn Pedersen Fox Associates ซึ่งเป็นบริษัทด้านสถาปัตยกรรมชั้นนำแห่งหนึ่งของโลกจาก New York

ตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์แบรนด์ K11 อย่างเห็นได้ชัดคือ K11 Musea ซึ่งเป็นเอเทรียม 8 ชั้น มีช่องกระจกคู่รูปวงกลมและลูกแก้วขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10.4 เมตรลอยเหนือพื้นที่ที่ออกแบบไว้สำหรับงานจัดแสดงหรือการแสดงต่างๆ

Victoria Dockside
Adrian Cheng รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไป New World Development

การเดิมพันของ Cheng เริ่มส่งสัญญาณความสำเร็จ แม้เศรษฐกิจของฮ่องกงจะหดตัวแต่ K11 Musea เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมามีสัดส่วนการเช่าพื้นที่ร้อยละ 97 ขณะที่ K11 Atelier มีสัดส่วนการเช่าพื้นที่ร้อยละ 80 ในอัตรา 100 เหรียญฮ่องกง (13 เหรียญสหรัฐฯ) ต่อตารางฟุตหรือสูงกว่าค่าเช่าพื้นที่สำนักงานเกรด A เฉลี่ยร้อยละ 33

คอมเพล็กซ์แห่งนี้คว้ารางวัลมาครองมากมาย แม้กระทั่งรางวัลสำหรับลานจอดรถที่ประกอบไปด้วยผลงานภาพเขียนบนกำแพงของ Cara To ศิลปินชาวเบลเยียมที่พ่อแม่เป็นชาวฮ่องกง

“เราวางสโลแกนของ New World Development ไว้ว่า เราสร้างสรรค์ด้วยงานศิลป์” Cheng กล่าว “ผมอยากให้ทุกคนเชื่อว่าพวกเขาคือ ผู้สร้างสรรค์ผลงาน พวกเขาสามารถสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ”

 

อภิมหาโปรเจกต์ 

ไม่เพียงแต่ K11 และ Victoria Dockside เท่านั้น แต่ Cheng ยังคงขยายกิจการของ New World อย่างต่อเนื่องผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โครงการขนาดใหญ่ที่สุด 2 โครงการของ New World อยู่ระหว่างการก่อสร้างคือ Skycity มูลค่า 2 หมื่นล้านเหรียญฮ่องกง และ Kai Tak Sports Park มูลค่า 3 หมื่นล้านเหรียญฮ่องกง

สำหรับ Skycity มีพื้นที่ 25 เฮกตาร์ เมื่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2027 จะกลายเป็นคอมเพล็กซ์อเนกประสงค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง ขณะที่ Kai Tak Sports Park จะตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นสนามบิน Kai Tak เก่า ประกอบไปด้วยสนามกีฬาความจุ 5 หมื่นที่นั่ง ศูนย์กีฬาในร่มความจุ 1 หมื่นที่นั่ง และสนามกีฬาสาธารณะความจุ 5,000 ที่นั่ง ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2023

ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า New World ต้องการขยายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงให้ได้กว่า 3 เท่าตัว จากพื้นที่ 2.3 ล้านตารางฟุต เป็น 9.8 ล้านตารางฟุต ส่วนในจีนแผ่นดินใหญ่นั้นคาดว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าของบริษัทจะขยายตัวจาก 0.2 ล้านตารางเมตร เป็น 1.3 ล้านตารางเมตร

Cheng บอกว่า บริษัทของเขาอยากจะวางตำแหน่งทางการตลาดใหม่ โดยจะหันไปให้ความสำคัญกับพื้นที่ “Greater Bay Area” ของจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในรัศมี 100 กม. รอบฮ่องกงที่จีนต้องการจะพัฒนาเป็นมหานครแบบบูรณาการ ประกอบไปด้วย Guangzhou, Shenzhen และ Zhuhai

อ่านเพิ่มเติม: Colin Huang ผู้ก่อตั้ง Pinduoduo รวยแซงหน้า Jack Ma ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของจีน


คลิกอ่านฉบับเต็ม Victoria Dockside ก้าวที่กล้าของ New World Development ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนพฤษภาคม 2563 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP