Aplikasi Super สตาร์ทอัพจากอินโดนีเซีย ผู้ขับเคลื่อนโซเชียลคอมเมิร์ซระดับท้องถิ่น - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • Aplikasi Super สตาร์ทอัพจากอินโดนีเซีย ผู้ขับเคลื่อนโซเชียลคอมเมิร์ซระดับท้องถิ่น

Aplikasi Super สตาร์ทอัพจากอินโดนีเซีย ผู้ขับเคลื่อนโซเชียลคอมเมิร์ซระดับท้องถิ่น

Forbes Thailand / Admin
30 May 2022 | 4:08 pm 257

รายงาน Google, Temasek and Bain e-Conomy SEA 2021 ซึ่งเผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 2021 ระบุว่า อินโดนีเซียมีผู้บริโภคดิจิทัลรายใหม่ 21 ล้านคนนับตั้งแต่การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม 2019 โดยกว่าร้อยละ 72 เป็นผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่รถไฟฟ้าเข้าไม่ถึง

Aplikasi Super

ด้วยสัดส่วนของชนชั้นกลางที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของประเทศ 274 ล้านคน จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่จะเห็น 6 ธุรกิจอินโดนีเซีย มีรายชื่อปรากฎในทำเนียบ Forbes 30 Under 30 Asia จากอุตสาหกรรมค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ

หนึ่งในนั้น คือ Aplikasi Super บริษัทโซเชียลคอมเมิร์ซซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 เพื่อลดช่องว่างของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในเมืองเล็กๆ และพื้นที่ชนบทในอินโดนีเซียซึ่งโดยปกติแล้วจะมีราคาสูงกว่าในเมืองใหญ่ด้วยการพัฒนาซึ่งเชื่อมเครือข่ายผู้ค้าปลีกที่สนใจรับคำสั่งซื้อของผู้บริโภคในพื้นที่ที่เข้าถึงเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าจากการที่ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง

ปัจจุบัน Super ให้บริการใน 30 เมืองในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของอินโดนีเซีย และเมื่อไม่นานมานี้ก็กวาดเงินระดมทุนกว่า 36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Alpha JWC Ventures, B Capital, Y-Combinator, Softbank, แร็ปเปอร์ Jay-Z และกรรมการผู้จัดการธนาคารโลก Mari Elka Pangestu

ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก ครอบครัวของฉันมักพาฉันไปเยี่ยมเยียนพื้นที่ชนบท ซึ่งทำให้ฉันเห็นถึงความแตกต่างของระดับราคาในท้องตลาด นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันสนใจที่จะช่วยเหลือคนเหล่านี้ Debeasinta Budiman ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ Super ซึ่งเคยทำงานที่ Google ในตำแหน่งนักวิเคราะห์และมีพื้นฐานครอบครัวในด้านสินค้าอุปโภคบริโภคกล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการก่อตั้งธุรกิจ

โดยเธอได้พบกับ Steven Wongsoredjo อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง ขณะที่ทั้งคู่กำลังศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วม Super ในปี 2019 Aplikasi Super ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 แต่พวกเขาไม่มีทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฉันจึงเข้ามาเติมเต็มในจุดนั้น Budiman กล่าว

ด้าน Koeswandi ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจต่างๆ ก่อนที่จะเข้าร่วม Super ในปี 2018 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายปฏิบัติการเราสังเกตเห็นว่าคนในชนบทมีกำลังซื้อ สิ่งที่พวกเขาไม่มี คือ การเข้าถึง (ผลิตภัณฑ์) ดังนั้นเราจึงเข้ามาอำนวยความสะดวกในส่วนนี้” Koeswandi กล่าว พร้อมอธิบายถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้ขายในท้องถิ่น ไปจนถึงบริษัทขนส่งในท้องถิ่นเพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดส่งสินค้าในวันถัดไป แทนการพึ่งพาบริษัทโลจิสติกส์รายใหญ่ เพื่อกระจายรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้เสริมจากค่าคอมมิชชั่น เมื่อพวกเขาสามารถขายสินค้าให้กับผู้ค้าปลีกหรือลูกค้าในละแวกใกล้เคียง

ฉันได้รับ 1.5 ล้านถึง 2 ล้านรูเปียห์ (100-125 เหรียญ) ต่อเดือนจาก Super จากการขายสินค้าให้กับร้านค้าปลีกที่เป็นซุ้มขายของ Moch Chairizal Usman Gozaly หนึ่งในตัวแทนของ Super ในหมู่บ้าน Gamping กล่าว หลังเธอตัดสินใจเข้าร่วมแพลตฟอร์ม Super ในเดือนพฤศจิกายน และใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงต่อวันไปเยี่ยมร้านค้าปลีก 20 แห่งเพื่อรวบรวมความต้องการในสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากลูกค้าของเขาไม่มีสมาร์ทโฟน

ทั้งนี้ นอกจากสินค้าอุปโภคบริโภคที่ผลิตโดยบริษัทแล้ว Super ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มาจากผู้ผลิตในท้องถิ่นภายใต้ฉลากของตนเอง โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อติดตามความชอบและรสนิยมของลูกค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ราคาจับต้องได้เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว โดย Budiman กล่าวว่า มีโอกาสมหาศาลสำหรับผลิตภัณฑ์ฉลากส่วนตัวของ Super ซึ่งเธอวางแผนที่จะเพิ่มเป็น 2 เท่า ในขณะที่ Koeswandi วางแผนที่จะขยายไปยังเมืองอื่นๆ

แปลและเรียบเรียงโดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค จากบทความ Indonesian Firms Lead The Under 30 Asia Startups Fueling Regional E-Commerce เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: จับตาสตาร์ทอัพจิ๋วแต่แจ๋วในเอเชียแปซิฟิก จากทำเนียบ ‘100 to Watch’ ตอนที่ 1


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP