อสังหาฯ ที่วุ่นวายของ Mochtar Riady แห่ง Lippo Group - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • อสังหาฯ ที่วุ่นวายของ Mochtar Riady แห่ง Lippo Group

อสังหาฯ ที่วุ่นวายของ Mochtar Riady แห่ง Lippo Group

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
21 Mar 2019 | 11:05 am 3464

จากคนที่มีพื้นฐานด้านการธนาคาร Mochtar Riady ผู้ก่อตั้ง Lippo Group มูลค่า 8 พันล้านเหรียญ (รายได้ต่อปี) ต้องกลายมาเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างไม่ได้ตั้งใจ

ในปี 1990 เมื่อผู้กู้รายหนึ่งของธนาคาร Lippo Bank ซึ่งเคยเป็นของ Riady ล้มละลาย ทำให้ที่ดินผืนใหญ่ 3 แปลงนอกเขต Central Jakarta ซึ่งใช้ค้ำประกันตกเป็นของเขา Riady บรรยายไว้ในหนังสือของตัวเองถึงการที่เขาเปลี่ยนแปลงที่ดินรกร้างให้กลายเป็นชุมชนเมืองที่รุ่งเรือง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเมือง Shenzhen ที่เปลี่ยนจากหมู่บ้านชาวประมงกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของจีนความทะเยอทะยานในธุรกิจอสังหาฯ ของตระกูลนี้

ยิ่งสูงขึ้นอีกในปี 2017 เมื่อมีการเปิดตัว Meikarta ชุมชนเมืองมูลค่า 2.1 หมื่นล้านเหรียญที่แผ่ขยายในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ Central Jakarta โดย Lippo Karawaci บริษัทจดทะเบียนอยู่เบื้องหลังโครงการนี้ระบุไว้ในรายงานประจำปี 2017 ว่า Meikarta คือ Shenzhen แห่งอินโดนีเซีย และวาดภาพว่าโครงการนี้จะรองรับคนกว่า 1 ล้านคน และจะ “สวยงามกว่าJakarta” บริษัทอ้างว่าโครงการนี้สร้างสถิติใหม่ด้วยการขายห้องพัก 16,800 ยูนิต มูลค่า 517 ล้านเหรียญ ได้ตั้งแต่ก่อนสร้างเสร็จ แต่เมื่อต้นปี 2018 มีรายงานหลายฉบับกล่าวว่าปัญหาสภาพคล่องตัวของผู้พัฒนาอสังหาฯ รายนี้ ซึ่งเกิดจากยอดขายที่ลดลงเริ่มผุดขึ้นมาให้เห็น และนักลงทุนก็เริ่มวิตก

ภาพร่างอภิมหาโครงการ Lippo Karawaci

Lippo Karawaci ซึ่งถูกบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Fitch และ Moody’s ลดเกรดลง จึงต้องเร่งกระแสเงินสดด้วยการขายหุ้นของบริษัทร่วมให้แก่ OUE ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และบริหารโดย Stephen ลูกชายคนรองของ Riady

แต่ปัญหาอื่นก็ยังก่อตัวขึ้นอีกเมื่อเดือนตุลาคม 2018 Meikarta เข้าไปพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต เมื่อกรรมการคนหนึ่งของ Lippo ถูกจับกุมด้วยข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ออกใบอนุญาต

สำหรับ Meikarta จุดหักมุมที่ตามมาคือหน่วยงานปราบปรามการทุจริตของอินโดนีเซียบุกเข้าตรวจค้นบ้านของ James Riady ลูกชายคนโตของ Riady และรองประธานกรรมการของ Lippo

แต่แถลงการณ์จาก Lippo กล่าวว่า James Riady ปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว และเสริมว่าทั้งเขาและพนักงานคนอื่นของ Lippo ยังไม่ถูกตั้งข้อหาหรือกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้

กระนั้น บริษัทจัดอันดับ Fitch ก็ลดอันดับความน่าเชื่อถือของ Lippo Karawaci ในเดือนพฤศจิกายน 2018 ลงไปอยู่ที่ระดับมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ โดยดูจากกระแสเงินสดที่ไม่ดีของบริษัทและความเป็นไปได้ที่จะถูกปรับเงินจำนวนมากเนื่องจากคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่ หุ้นของบริษัทจึงราคาตกไปมากกว่าครึ่งนับจากตอนที่เราวัดมูลค่าทรัพย์สินไว้เมื่อ 12 เดือนก่อน และหุ้นของบริษัทในเครืออีกส่วนหนึ่งก็ตกตามไปด้วย

ดังที่ Wong Hong Wei นักวิเคราะห์เครดิตของ OCBC สิงคโปร์เรียกว่าเป็น “ผลจากโรคติดต่อ” แม้ Riady จะอ้างว่ากิจการส่วนอื่นๆ ของเขายังมั่นคงอยู่ แต่ Forbes Asia ขอประเมินแบบปลอดภัยไว้ก่อน ดังนั้นทรัพย์สินของ Riady จึงลดลงมากกว่า 1 ใน 5 สำหรับอาณาจักรของ Riady

ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในปัญหามากมายที่เขาได้เผชิญมาตลอดชีวิตการทำงาน โดยเขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ประชาชนแห่กันไปถอนเงินหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งผลักดันให้เขาต้องผันตัวเองมาทำธุรกิจอื่นๆ ที่แตกต่างออกไป รายงานโดย– N.K.

คลิกอ่าน


คลิกอ่านฉบับเต็ม “50 อันดับ มหาเศรษฐีอินโดนีเซีย ปี 2018 คลื่นความเปลี่ยนแปลงในดินแดนแห่งหมู่เกาะ” ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP