เขตการค้าเสรี ณ ดินแดนสนธยา - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

เขตการค้าเสรี ณ ดินแดนสนธยา

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
03 Dec 2016 | 11:34 am 491

ย่านการค้าเชื่อมต่อระหว่างประเทศจีนและคาซัคสถานที่มองไปแล้วดูไร้อนาคต

เขตการค้าเสรี Khorgos ถูกวางหมากให้เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศ ความที่มีภูมิประเทศคาบเกี่ยวกับเขตชายแดนประเทศจีนและประเทศคาซัคสถาน พื้นที่แห่งนี้จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้าปลอดภาษีของบรรดาพ่อค้าจากประเทศจีนและประเทศที่เป็นสมาชิกของเครือรัฐเอกราชที่เรียกกันว่า Commonwealth of Independent States (CIS) แต่ดูเหมือน Dmitri Ivanov ล่ามแปลภาษาจากเมือง Almaty จะไม่คิดอย่างนั้น เขามีท่าทีเย้ยหยันเมื่อรู้ว่าผมกำลังจะมุ่งหน้าไปที่เขตการค้าเสรี Khorgos

“ทำไมคุณถึงอยากจะไปที่นั่น ไม่มีใครเขาไปกันหรอกนอกจากป้าๆ ชาวคาซัคสถานที่ไปตระเวนหาซื้อสินค้าราคาถูกจากจีนเพื่อนำกลับมาขายต่อที่นี่”

ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของเขตการค้าเสรีที่ว่าคือ ศูนย์ความร่วมมือชายแดนระหว่าง ประเทศ หรือ International Center for Boundary Cooperation (ICBC) มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 5 ตารางกิโลเมตรโดยตั้งอยู่ห่างจากเมือง Urumqi ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 670 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมือง Almaty ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 380 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนใจกลางทะเลทราย Saryesik-Atyrau ที่ใกล้กับจุดสูงสุดจากระดับน้ำทะเลของทวีปเอเชียและยุโรป ดินแดนที่อยู่ไกลออกไปจากเขตบ้านเรือนและชุมชน

เมือง Khorgos หรือที่เรียกกันว่า Horgos ในภาษาจีนเคยเป็นย่านการค้าที่รุ่งโรจน์บนเส้นทางสายไหมในอดีต ชื่อเสียงของเมืองนี้เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนเป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว เนื่องจากสูญสิ้นความสำคัญในฐานะเส้นทางการค้าที่เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน

Karl Gheysen ซีอีโอของท่าเรือบก Khorgos ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ Khorgos ย้อนภาพความทรงจำในอดีตให้พวกเราฟังว่า “ตอนผมมาถึงที่นี่ พื้นที่แถวนี้เต็มไปด้วยเนินทรายมันไม่มีอะไรเลย”

แต่แล้วเมื่อประเทศจีนและคาซัคสถานตกลงที่จะร่วมมือกันพลิกฟื้นเส้นทางสายไหมให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง เมือง Horgos จึงเหมือนได้รับการชุบชีวิตให้กลับมาทำหน้าที่เดิมอีกครั้งในฐานะจุดเชื่อมต่อที่ยึดโยงพื้นที่ฝั่งตะวันออกและพื้นที่ฝั่งตะวันตกเข้าด้วยกันจากการที่มีเส้นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างประเทศจีนกับทวีปยุโรปพาดผ่านหลายสาย รวมถึงมีทางหลวงสาย Western Europe-Western China Highwayซึ่งมีระยะทางยาวครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่บริเวณทะเลเหลืองไปจนจรดบริเวณแถบคาบสมุทรบอลติก

เขตการค้าเสรีหรือ ICBC ที่เมือง Khorgos จึงถูกวางตัวให้เป็นโครงการระดับแนวหน้าของแผนยุทธศาสตร์พัฒนาชาติจีนที่มีชื่อว่า Belt and Road โดยแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งหมายจะสร้างการเชื่อมโยงพื้นที่ทางบก ท่าเรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ เมืองใหม่และเขตการค้าเสรีต่างๆ ในพื้นที่รวมทั้งหมด 65 ประเทศเข้าด้วยกัน

การเปิดตัว ICBC ครั้งแรกในเดือนธันวาคมปี 2011 เป็นเหมือนนิมิตหมายอันดีของการสร้างความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างประเทศจีนกับคาซัคสถาน รวมถึงเป็นตัวอย่างที่ดีในการที่ประเทศคาซัคสถานจะกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจไปในธุรกิจอื่นนอกเหนือจากการส่งออกสินค้าพลังงาน “ความสำคัญของเมือง Khorgos ที่มีต่อประเทศคาซัคสถานไม่ควรถูกลดทอนไม่ว่าจะด้วยประการใด เนื่องจากเมืองนี้จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วทั้งทวีปเอเชียและยุโรป”

ดังปรากฏในบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Astana Times ICBC ถูกคาดหมายว่าจะเป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ซึ่งพลเมืองคาซัคสถานและพลเมืองจากระเทศในเอเชียกลาง รัสเซีย และจีนสามารถมาชุมนุมเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าและการบริโภคอาหาร รวมถึงเสพความบันเทิงและวัฒนธรรมต่างถิ่นของกันและกัน ซึ่งตามแผนงานที่กำหนดไว้จะมีการสร้างโรงแรมแหล่งรวมความบันเทิง ร้านอาหาร และ อุทยานชนเผ่าและวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเพลิดเพลินใจให้แก่ผู้ที่เดินทางมาจากทวีปเอเชียและทวีปยุโรป เพราะคนเหล่านี้ได้สิทธิในการพำนักอยู่ที่นี่ได้นานถึง 30 วันโดยไม่ต้องมีวีซ่าอยู่แล้ว แต่ภาพความอลังการที่พูดถึงข้างต้นยังไม่มีอะไรเป็นจริงสักอย่างในเวลานี้

ในที่สุดผมก็เดินทางข้ามผ่านประเทศจีนเข้ามาถึง ICBC ได้สำเร็จ หลังจากต้องเผชิญความยุ่งยากในเรื่องขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดและค่อนข้างจะรุกล้ำความเป็นส่วนตัว ซึ่งการเป็นชาวต่างชาติแถมเดินทางเข้ามาที่นี่เพียงคนเดียวย่อมจะถูกเพ่งเล็งเป็นธรรมดา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำด่าน Xinjiang จะเข้มงวดตรวจตราผมเป็นกรณีพิเศษ ความรู้สึกของผมในเวลานี้เหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ในวงล้อมของเขาวงกตที่ขนาบด้วยรั้วลวดหนามขนาดความสูง 8 ฟุต แนวกำแพงที่ยาวหลายพันเมตรซึ่งกั้นแบ่งเขตแดนทำให้ผมรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นค่ายกักกันนักโทษมากกว่าเป็นแหล่งที่ผู้คนจะมาเดินซื้อหาข้าวของเครื่องใช้อย่างรองเท้ากีฬา ผ้าม่าน และยางรถยนต์

ICBC ด้านที่ติดกับประเทศจีนเป็นที่ตั้งของตลาดค้าส่งจำนวน 5 แห่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นตึกขนาดใหญ่สูง 4 ชั้นตั้งเรียงต่อกันเป็นแนวยาว โดยมีถนนและทางเดินเท้าขนาดใหญ่เชื่อมระหว่างตัวอาคาร รถยนต์ส่วนตัวไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งผ่านเข้ามาภายในบริเวณนี้ มีเพียงรถกอล์ฟและรถมินิบัสสาธารณะเท่านั้นที่สามารถวิ่งผ่านเข้าออกเพื่อรับส่งผู้คนที่เดินทางเข้ามาจับจ่ายซื้อสิ่งของ สภาพบ้านเมืองโดยรอบเต็มไปด้วยโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการไปบ้างแล้วแต่ยังไม่เสร็จดี เนื่องจากมีตลาดค้าส่งแห่งใหม่ผุดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้ขาด

สิ่งที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามตลาดค้าส่งในประเทศจีน คือ ด้านในอาคารจะเต็มไปด้วยร้านค้าและบูธขายของนับร้อยที่เซ้งพื้นที่ต่อจากผู้ขายเดิม ในขณะที่สินค้าต่างๆ จะถูกตั้งวางกองขายอยู่บนพื้นทางเดินของแต่ละชั้นในตัวอาคารโดยจัดแบ่งแยกตามประเภทสินค้า

ลูกค้าส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศคาซัคสถานเพื่อมาซื้อสินค้าราคาถูกที่ผลิตจากประเทศจีน ซึ่งของที่นี่จะมีราคาถูกกว่าปกติประมาณ 3 เท่า แม้ว่าตลาดแห่งนี้จะตั้งอยู่ในฝั่งจีน แต่ป้ายสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นอักษรซีริลลิก (Cyrillic) และติดป้ายราคาเป็นเงินสกุลเตงเก (Tenge) ของประเทศคาซัคสถาน  “พวกเขาขายช็อคโกแลต เบียร์ เหล้า คอนยัค ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าทั้งหมด แต่กลับไม่มีของที่ผลิตจากประเทศคาซัคสถานเลยยกเว้นกระโจมกับแกะพลาสติกที่ดูเหมือนของปลอมพวกนั้น”

เดิมที ICBC คาดการณ์ว่าจะมีผู้มาเยือนที่นี่สูงถึง 30,000 คนต่อวัน แต่ตัวเลขผู้มาเยือนจริงมีแค่ประมาณ 1,500 คนเท่านั้นซึ่งผู้ที่เดินทางเข้ามาส่วนใหญ่เป็นประเภทมาเช้าเย็นกลับ เดินทางเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ขากลับยิ่งกลับกันเร็วยิ่งกว่า เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคยังไม่ดีพอที่จะทำให้ผู้มาเยือนตัดสินใจพักอยู่ต่อนานกว่านั้น ทุกคนจึงตรงดิ่งกลับบ้านในทันทีที่ทำธุระเสร็จอาหารการกินที่นี่มีแค่เพียงแผงขายก๋วยเตี๋ยว โรงแรมที่อยู่ใกล้ก็เป็นโรงแรมที่แสนจะธรรมดา ที่นี่ไม่มีสิ่งบันเทิงใจที่ดึงดูดใจ แต่ทั้งนี้โครงการใหญ่ๆ ยังคงเดินหน้าไปตามแผนที่วางไว้ โดยคาดการณ์กันว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ Khorgos จะสามารถดึงดูดคนงานและครอบครัวได้ประมาณ 30,000 คน ในขณะที่เมือง Horgos ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับประชากรได้สูงถึง 200,000 คน

ประเทศจีนได้ใส่เงินลงทุนจำนวน 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงมีการกันเงินสำรองเพื่อการดังกล่าวแล้ว ในขณะที่ประเทศคาซัคสถานได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มเงินลงทุนจาก 300 ล้านเหรียญเป็น 2.5 พันล้านเหรียญ โดยขณะนี้ทั้งสองประเทศได้มีการพูดคุยถึงแผนการสร้างสนามบินรับส่งผู้โดยสาร โรงแรมหรู คาสิโน สปา สถานบันเทิง และมหาวิทยาลัยสำหรับเรียนภาษาต่างประเทศ หรือแม้แต่สวนสนุกแบบดิสนีย์แลนด์แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ในเวลานี้คงเป็นแบบที่ Dmitri ล่ามชาวคาซัคสถานบอกผม “สถานที่สำหรับป้าๆ ชาวคาซัคสถานที่ไปตระเวนช็อปปิ้งสินค้าราคาถูก”


คลิ๊กอ่านฉบับเต็ม “เขตการค้าเสรี ณ ดินแดนสนธยา” ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ DECEMBER 2016 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP