ราชินีแห่งสายลม “Pollyanna Chu” หลุดจากตำแหน่งสตรีที่รวยที่สุดของฮ่องกง - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • ราชินีแห่งสายลม “Pollyanna Chu” หลุดจากตำแหน่งสตรีที่รวยที่สุดของฮ่องกง

ราชินีแห่งสายลม “Pollyanna Chu” หลุดจากตำแหน่งสตรีที่รวยที่สุดของฮ่องกง

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
28 May 2019 | 9:34 am 747

สตรีเหล็กวงการการเงิน Pollyanna Chu พบกับมรสุมของบริษัท Kingston Financial ในปีที่ผ่านมา หลังจาก SFC สอบสวนพบว่าบริษัทของเธอมีการกระจายกลุ่มผู้ถือหุ้นน้อยเกินไป และราคาหุ้นสูงขึ้นผิดปกติ พ่วงด้วยปัญหารายได้ธุรกิจกาสิโนใน Macau ที่ลดลง

Pollyanna Chu หลุดจากตำแหน่งสตรีที่ร่ำรวยที่สุดของฮ่องกงหลังจากหุ้นในบริษัท Kingston Financial ของเธอมีมูลค่าลดลงฮวบฮาบถึง 3 ใน 4 ในปีที่ผ่านมา อันเป็นผลจากคำเตือนของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Securities and Futures Commission หรือ SFC) ของฮ่องกงที่ออกมาเมื่อเดือนมกราคม 2018 ระบุว่า หุ้นของ Kingston มีผู้ถือหุ้นกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ลงทุนกลุ่มเล็กๆ มากเกินไป

ราคาหุ้นที่ตกต่ำของ Kingston ทำให้ทรัพย์สินของ Chu หายไปเกือบ 3 ใน 4 จากสินทรัพย์สุทธิ 1.2 หมื่นล้านเหรียญในปี 2018 เหลือเพียงประมาณ 3.3 พันล้านเหรียญ

Chu เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดและซีอีโอของ Kingston เธอได้สมญานามว่าราชินีแห่งสายลม ด้วยบทบาทของบริษัท Kingston ในการช่วยเหลือลูกค้าให้เข้าครอบครองกิจการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกงที่เป็นบริษัทขนาดเล็กและไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก หรือที่เรียกกันว่าบริษัทลม (shell company) เท่ากับเป็นการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม (Back-door listing)

Chu และ Nicholas สามีของเธอ เปิดบริษัท Kingston เมื่อปี 1992 ดำเนินธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในปี 2011 บริษัทควบรวมกิจการกับ Golden Resorts Group บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ Lee Waiman บิดาของ Chu ผนวกเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจเกมใน Macau โรงแรม นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินกู้ และยังเป็นการจดทะเบียนในตลาดทางอ้อมของ Kingston เองด้วย โดย Nicholas ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการต่อ

Pollyanna Chu
(ที่ 2 จากซ้าย) Pollyanna Chu และ (ที่ 2 จากขวา) Nicholas Chu สามีของเธอ (PHOTO CREDIT: South China Morning Post)

SFC สอบสวน Kingston หลังจากราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าในช่วงระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม 2017 และปลายเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน โดยไม่มีเหตุผลชัดเจนนอกไปจากรายงานที่ระบุว่ากำไรสุทธิครึ่งปีของบริษัทพุ่งขึ้นร้อยละ 22 ทำให้เดือนต่อมาราคาหุ้นดิ่งลงร้อยละ 22

วันที่ 29 มกราคม ปี 2018 คณะกรรมการแถลงผลการสอบสวนพบว่า Chu และผู้ถือหุ้นอีก 19 คนถือครองหุ้นร้อยละ 92 ของจำนวนหุ้นที่ออกของ Kingston การถือหุ้นกระจุกตัวไม่ใช่เรื่องใหม่ในตลาดหุ้นฮ่องกง ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา SFC ได้ออกคำเตือนแก่บริษัทราว 140 แห่ง โดยที่บางบริษัทได้รับคำเตือนมากกว่า 1 ครั้ง

Ronald Chan ผู้บริหารฝ่ายการเงินของ Kingston กล่าวว่า บริษัทจะหาทางขยายฐานผู้ถือหุ้นพร้อมๆ ไปกับการมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ นอกจากนี้ บริษัทจะยังพิจารณาการเดินสายประชาสัมพันธ์ (roadshow) เพื่อแสวงหาผู้ถือหุ้นรายใหม่

อย่างไรก็ตาม Kingston มีปัญหามากกว่าคำเตือนของ SFC รายได้จากกาสิโนใน Macau ลดลงร้อยละ 4 ในปีที่ผ่านมาเหลือ 474 ล้านเหรียญฮ่องกง (60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) แม้รายได้จากธุรกิจเกมใน Macau โดยรวมของบริษัทจะกระโดดขึ้นถึงร้อยละ 17

Casino Casa Real กาสิโนแห่งหนึ่งใน 2 แห่งที่ Kingston บริหารอยู่บนเกาะ Macau (PHOTO CREDIT: mavenofmacau.com)

ในฮ่องกงนั้น ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ของ Kingston ยังต้องเจอการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากโบรกเกอร์ทั้งแบบดั้งเดิมและโบรกเกอร์ออนไลน์จากจีน

ภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวลดลงยังอาจส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งของ Chu ช่วงไม่กี่ปีมานี้เธอทดลองลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อนได้เข้าร่วมในข้อตกลงซื้อ Center อาคารสูง 48 ชั้นในฮ่องกงมูลค่า 5.2 พันล้านเหรียญจาก CK Asset Holdings ของ Li Ka-shing ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการสนับสนุนวงเงินกู้ร่วมซึ่งจะครบอายุสัญญาเดือนพฤศจิกายน

ถ้าพวกเขาขายสินทรัพย์หรือหาผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหม่ไม่ได้ พวกเขาจะต้องขายในราคาต่ำกว่าที่ซื้อมาเมื่อสิ้นสุดระยะ 18 เดือน” Jacinto Tong ซีอีโอของ Gale Well Group บริษัทลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์กล่าว

ทั้งนี้ ความร่ำรวยของ Pollyanna Chu ที่ลดลง ทำให้อันดับเศรษฐีของเธอปีนี้ร่วงลงไปอยู่ในอันดับที่ 28 ในทำเนียบบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของเกาะฮ่องกง

 

อ่านเพิ่มเติม

 

รายงานโดย Shu-Ching Jean Chen และ Robert Olsen


คลิกเพื่ออ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ เมษายน 2562 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP