ตระกูลมั่งคั่งแห่งสิงคโปร์ แห่เปิด co-working space หวังให้บริการกลุ่มคน Millennial ทั่วเอเชีย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • ตระกูลมั่งคั่งแห่งสิงคโปร์ แห่เปิด co-working space หวังให้บริการกลุ่มคน Millennial ทั่วเอเชีย

ตระกูลมั่งคั่งแห่งสิงคโปร์ แห่เปิด co-working space หวังให้บริการกลุ่มคน Millennial ทั่วเอเชีย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
26 Sep 2018 | 11:02 am 6405

ตระกูลที่มั่งคั่งในสิงคโปร์กำลังเทเงินลงทุนกับธุรกิจให้บริการสถานที่สำหรับกลุ่มคน Millennial ไปทำงาน สังสรรค์ นั่งเล่น

The Great Room ผู้ให้บริการ co-working space เปิดกิจการมา 2 ปี มีสโมสรธุรกิจส่วนตัวเฉพาะสมาชิกอยู่ติดกันบนชั้น 18 ของ Centennial Tower ที่มองเห็นวิวตระการตาของ Marina Bay และชิงช้าสวรรค์ที่รู้จักกันในนามว่า Singapore Flyer บัญชีรายชื่อสมาชิก The Great Room อวดได้ว่าเป็นที่รวมหัวกะทิในวงการเทคและสตาร์ทอัพของสิงคโปร์ เช่น Lai Chang Wen ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ วัย 31 ปี แห่งบริษัท Ninja Van ที่ให้บริการจัดส่งสินค้าในช่วงสุดท้ายและ Vinnie Lauri วัย 38 ปีผู้ก่อตั้งธุรกิจร่วมลงทุน Golden Gate Ventures

เช้าวันหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ Jaelle Ang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ The Great Room ก้าวฉับๆ ผ่านห้องรับรองหรู สไตล์การตกแต่งแบบโรงแรมห้าดาว รวมทั้งโซฟาหนัง พรมอิตาลีย้อมสีด้วยมือ งานศิลป์ที่จัดใส่กรอบหรู มีบาริสต้าบริการชงกาแฟหอมกรุ่น และยังมีผู้อำนวยความสะดวก (concierge) คอยช่วยเหลือผู้มาใช้บริการ เธอเปิดเผยว่าสโมสรมี 3 สาขาในสิงคโปร์ และ 1 สาขาที่ในตัวเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ กำลังจะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่งคือ สาขาที่ 2 ของกรุงเทพฯ และ 1 สาขาที่ฮ่องกง


The Great Room เป็นแหล่งสนทนาในหัวข้อธุรกิจร้อนๆ อย่างเช่น บล็อกเชน ฟินเทค และเฮลท์เทค สมาชิกมีสิทธิ ได้เข้าไปใช้บริการสาขาอื่นๆ ทั่วภูมิภาค

Ang ในวัย 38 ปีเป็นสถาปนิกที่ผ่านการฝึกอบรมและอดีตนักธนาคาร ครอบครัวของเธอทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เธอเริ่มธุรกิจนี้หลังจากที่ได้ช่วยเปิดตัวโครงการมูลค่า 1.1 พันล้านเหรียญ ที่ทำกิจการโรงแรมและที่พักอาศัยหรูชื่อ Four Season และโรงแรม Capella ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยชื่อ Country Group Development ซึ่งเธอยังนั่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการด้วย ความปราดเปรื่องของเธอด้านการตลาดดึงดูดนักลงทุน

รวมทั้ง Goldbell Group ที่มีการบริหารแบบครอบครัวของ William Chua ผู้ซึ่งครั้งหนึ่ง ติดอันดับ 50 ผู้ร่ำรวยที่สุดในสิงคโปร์ Ang ยังเป็นเพื่อนในวัยเยาว์ของลูกชายทั้งสองของ William Chua คือ Alex และ Auther เธอกำลังระดมทุนอีก 110 ล้านเหรียญเพื่อขยายกิจการโดยดึงดูดเงินทุนจากครอบครัวที่มั่งคั่งและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เธอรู้จักในภูมิภาคนี้ “พ่ออุปถัมภ์ชาวเอเชียกำลังมาแล้ว” Ang กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ก้าวตามเพื่อนระดับอินเตอร์อย่าง Soho House และ WeWork ซึ่งเริ่มกิจการที่อังกฤษและสหรัฐฯ ตามลำดับ สโมสรส่วนตัวเฉพาะสมาชิกและ co-working space เป็นธุรกิจที่เจาะกลุ่มลูกค้า ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือกลุ่ม Millennial และเป็นกระแสใหม่ล่าสุดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนที่มั่งมีของประเทศ


ทางขึ้น Last December 1880 หรือ1880 สโมสรนี้ที่มีพื้นที่บริการทั้งหมด 22,000 ตารางฟุต เอาใจลูกค้าด้วยการเสนอโต๊ะต้อนรับอันน่าทึ่งทำด้วยคริสตัล Madagascar หนัก 1.5 ตัน และบาร์ที่ประดับด้วยกาน้ำสไตล์วินเทจ 360 ใบ สโมสรนี้ยังดูโอ่อ่าด้วยทางเข้าที่ออกแบบให้ดูเร้าใจจากบันไดเลื่อนที่วิ่งผ่านอุโมงค์ประดับด้วยกระจกระยิบระยับ

“Last December 1880” เป็นสโมสรส่วนตัวเฉพาะสมาชิก ให้บริการ co-working space ด้วย เปิดอยู่ที่ชั้น 3 ของโรงแรม InterContinental Singapore Robertson Quay ซึ่งมี Kishin RK แห่ง RB Capital ในวัย 35 ปี Kishin ก็ติดผู้ร่ำรวยอันดับที่ 9 พร้อมบิดาของเขาคือ Raj Kumar ด้วยทรัพย์สิน 2.7 พันล้านเหรียญ เป็นผู้ลงทุนสำคัญในสโมสร ซึ่งก่อตั้งโดยนักธุรกิจชาวแคนาดา Marc Nicholson สโมสรมีสมาชิกมากกว่า 1,100 คน ครึ่งหนึ่งเป็นสตรี และยังไม่รีบเร่งที่จะหาสมาชิกเพิ่ม “เราต้องการที่จะสร้างชุมชน เหนืออื่นใด การมีความหลากหลายของสมาชิกที่ลงตัวเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง” Kishin กล่าว


The Straits Clan ตั้งอยู่บนตึก 4 ชั้น ณ ถนนซึ่งในอดีตเป็นบ้านของสมาคมตระกูลชาวจีน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ผู้ที่ต้องการเป็นสมาชิก Straits Clan ต้องรอหน่อยเพราะมีรายชื่อผู้รอสมัครสมาชิกอีกยาว สโมสรนี้ยังมีการเสนอให้บริการแบบเท่าเทียมกันกับสโมสรอื่นอีกกว่า 24 แห่ง ทั่วออสเตรเลีย ยุโรป อังกฤษ และอเมริกาเหนือ

The Straits Clan เป็นสโมสรที่ได้รับความนิยมมาก ตั้งอยู่ใกล้ไชน่าทาวน์ มีปรัชญาใกล้เคียงกัน สมาชิกกว่า 800 ชีวิตมาจากหลากหลายสาขา ตั้งแต่ศิลปะถึงสตาร์ทอัพรวมทั้งกฎหมายและการเงิน ผู้ก่อตั้งสโมสรคือ Wee Teng Wen หลานชายของเศรษฐีพันล้าน นักธนาคาร Wee Cho Yaw (รั้งอันดับ 6) และกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท Lo & Behold Group ที่ประกอบธุรกิจการให้บริการ นักลงทุนหนุ่มวัย 37 Wee ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าเขาลงทุนด้วยสัดส่วนเท่าไรกล่าวแต่เพียงว่าเขามอง Straits Clan เป็น “โซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีความเด่นไม่เหมือนใคร”


Distrii ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทค มีแอพลิเคชั่นหนึ่งที่เชื่อมชุมชน 15,000 แห่งที่กระจายอยู่กว่า 30 พื้นที่ในจีนและสิงคโปร์

Sherman Kwek คือน้องใหม่ล่าสุดในวงการ เขาเป็นบุตรชายของเจ้าสัววงการอสังหาริมทรัพย์ Kwek Leng Beng และ กรุ๊ปซีอีโอ ของ City Developments ในเดือนกรกฎาคม Kwek junior ในวัย 42 ปี ดูแลการเปิดตัว co-working space สัญชาติจีนที่สาขาในสิงคโปร์ ชื่อ Distrii ที่ตึกสำนักงานให้เช่า Republic Plaza ของ City Development Limited ในเขตศูนย์กลางธุรกิจมีพื้นที่ทั้งหมด 62,000 ตารางฟุต สมาชิกรุ่นแรกของ Distrii คือ BitTemple ผู้คิดค้นบล็อกเชนระดับโลก

ความท้าทายที่สุดของธุรกิจยุคใหม่คือการสร้างความยั่งยืนให้กับความสำเร็จในระยะเริ่มต้น ซึ่งสร้างรายได้ส่วนใหญ่จากการเก็บค่าธรรมเนียมสมาชิก (ค่าแรกเข้าเป็นสมาชิกสโมสรเริ่มตั้งแต่ 1,800 – 3,600 เหรียญ และยังมีค่าธรรมเนียมรายเดือนด้วย)ตลอดจนค่าอาหารและเครื่องดื่ม Madison Rooms สโมสรส่วนตัวเฉพาะสมาชิก เริ่มธุรกิจในปี 2016 โดยนักธุรกิจรุ่นเยาว์คู่หนึ่งปิดตัวลงเมื่อไม่นานนี้ Kishin เห็นว่าการประชุม สัมมนา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจทุกอาทิตย์จะช่วยให้สโมสรอยู่รอด “แต่ความเสี่ยงที่ธุรกิจจะล้มเหลวมีมาก”

เรื่อง: Jessica Tan เรียบเรียง: พจนา พิจิตรศิริ, ชูแอตต์


คลิกอ่าน การจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดแห่งสิงคโปร์ ประจำปี 2018 ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับเดือนสิงหาคม 2561

BACK TO TOP