Tracy Maitland แห่ง Advent Capital เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์เลวร้ายมาตั้งแต่ก่อนจะเกิดโรคระบาดที่ฉุดให้ตลาดหุ้นดิ่งเหวแล้ว ช่วงที่ตลาดดี พอร์ตการลงทุนของเขาจะเดินตามตลาด แต่ช่วงตลาดขาลง พอร์ตของเขากลายเป็นที่พักพิงอย่างดีของนักลงทุนในช่วงที่ตลาดถูกกระหน่ำด้วยพายุ
ในเช้าวันพุธที่ตลาดหุ้น Wall Street อยู่ในขาลงท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา Tracy Maitland ชายวัย 59 ปี บริหารบริษัทด้านการลงทุนของเขาซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารถึง 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยอาศัยอีเมลและการประชุมทางไกลด้วยระบบของ Cisco ภารกิจของเขาในวันนี้คือ การติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น ซึ่งเมื่อเปิดตลาดมาดัชนี Dow Jones Industrial Average ก็ตกทันที 5% แล้วหลังจากนั้นก็ดิ่งลงต่อจนถึงจุดที่ต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว และในที่สุดก็ปิดตลาดที่ระดับต่ำกว่า 20,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี จนกระทั่งเมื่อโควิด-19 ระบาด ทีมงานประมาณ 20 ชีวิตในสังกัดของ Maitland ได้ทำการวิเคราะห์พอร์ตการลงทุนของบริษัทด้วยวิธีวิเคราะห์แนวโน้มบริษัทต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อคัดกรองบริษัทที่ไม่มีกระแสเงินสดมากพอที่จะอยู่รอดได้หากสถานการณ์โรคระบาดฉุดให้ยอดขายลดลง 10-60% และจากนั้นพวกเขาก็รีบตัดขายหุ้นร้านขายปลีกเฟอร์นิเจอร์อย่าง Restoration Hardware, หุ้น Guess, หุ้นกิจการเรือสำราญ Carnival และหุ้นสวนสนุก Six Flags และหันมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ หลังจากผ่านชั่วโมงแรกของการซื้อขายเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดในเดือนที่ตลาดหุ้นดิ่งหนักตลอดเดือน แต่ Maitland ก็ยังไม่มีทีท่าวิตกทุกข์ร้อนอะไรกับการที่หุ้นตกหนัก “เมื่อตลาดเป็นแบบที่เป็นมาตั้งแต่ปี 2008 คือ วิ่งขึ้นไม่หยุด ผู้คนจึงไม่คิดถึงการลงทุนแบบการตั้งรับ” ในฐานะที่เป็นนักค้าหุ้นผู้มากประสบการณ์เขาพูดเร็วปรื๋อตามสไตล์ชาว New York ว่า “มันคล้ายๆ กับว่าคุณมีบ้านหลังหนึ่ง และก็ไม่เคยเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นสักอย่างเลยตลอด 20 ปี คุณจึงหยุดซื้อประกันนั่นแหละ” ที่จุดต่ำสุดของเดือนมีนาคมกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของ Advent ตกเพียงแค่ 14-20% ในรอบปีนี้ เพราะกองทุนของ Advent เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่เป็นคล้ายๆ กับประกันที่นักลงทุนทำท่าจะลืมไปแล้ว แม้ว่าการที่มีมูลค่ากองทุนลดลงจะไม่ใช่เรื่องน่ายินดีจนต้องฉลอง แต่ก็ถือว่ายังดีกว่าดัชนี S&P 500 ที่ลดลงถึง 30% ในขณะที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์บางกองของ Maitland ที่เน้นลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพกลับมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 8-10% เลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ หุ้นกู้แปลงสภาพมีความคล้ายกับพันธบัตรในแง่ที่มันจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว และชำระคืนเงินต้นทั้งก้อนเมื่อครบกำหนดอายุ ซึ่งตามปกติแล้วจะอยู่ระหว่าง 5-7 ปี เมื่อหุ้นของบริษัทที่ออกหุ้นกู้แปลงสภาพวิ่งขึ้นแรง ผู้ถือสามารถเลือกได้ว่าจะใช้สิทธิ์แปลงเป็นหุ้นของบริษัทโดยมีราคาใช้สิทธิ์แปลงสภาพที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ออก ทั้งนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจดีหุ้นกู้แปลงสภาพจะทำหน้าที่เหมือนกับออปชัน ซึ่งมูลค่าจะเพิ่มขึ้นตามราคาหุ้น แต่ในช่วงเศรษฐกิจซบเซาหรือหดตัวนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่มั่นคงจากการจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว และได้รับเงินลงทุนคืนในมูลค่าที่แน่นอนเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน “ตราสารพวกนี้เป็นเหมือนกับกิ้งก่า” Maitland พูดถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ “วันหนึ่งเป็นสีเขียว อีกวันหนึ่งกลายเป็นสีฟ้า” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพของ Advent ถูกทดสอบ เพราะทีมงานของ Maitland ได้ทำการทบทวนพอร์ตการลงทุนด้วยแนวคิดคัดกรองจากในช่วงสถานการณ์ 9-11 และช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินปี 2008 ซึ่งเขาบอกว่า การซ้อมใหญ่ใน 2 วิกฤตข้างต้นทำให้บริษัทของเขารอดจากความเสียหายที่เกิดจากการล่มสลายของธุรกิจดอทคอม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อหุ้นกู้แปลงสภาพของบริษัทอย่าง JDS Uniphase และ DoubleClick โดยในวิกฤตทั้งสองรอบนั้น กองทุนของ Advent ตกน้อยกว่าดัชนีตลาดหุ้นอย่างมาก และก็ฟื้นตัวเร็วกว่าตลาดมากด้วย “แนวคิดของเราก็คือ มีแต่ได้ ไม่มีเสีย” Maitland บอก ซึ่งจากผลงานตลอด 25 ปีของ Advent การถือหุ้นกู้แปลงสภาพยังไม่เคยทำให้บริษัทต้องประสบความสูญเสียเลย “ในขณะนี้” เขาคุยเสียงดัง “พอร์ตการลงทุนแบบที่มีหุ้นแข็งแรงของเราให้ผลตอบแทนประมาณ 5% โดยบริษัทที่เราได้ทำการวิเคราะห์แบบคัดกรองมีกำหนดไถ่ถอนในอีก 4 ปี ซึ่งถือได้ว่าดีมากๆ ในสภาวะตลาดเช่นนี้”
คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2563 ในรูปแบบ e-magazine
