โรงรับจำนำของผู้มั่งมี กลยุทธ์หมุนเงินลับฉบับเศรษฐี เปลี่ยน Rolex-ศิลปะ เป็นสภาพคล่อง ไม่ง้อแบงก์ เน้นความเป็นส่วนตัว

โรงรับจำนำของผู้มั่งมี กลยุทธ์หมุนเงินลับฉบับเศรษฐี เปลี่ยน Rolex-ศิลปะ เป็นสภาพคล่อง ไม่ง้อแบงก์ เน้นความเป็นส่วนตัว

FORBES THAILAND / ADMIN
21 Oct 2026 | 10:00 AM
READ 233

ตั้งแต่นาฬิกา Rolex รุ่นหายาก และกระเป๋า Birkin ไปจนถึงคอลเล็กชั่นงานศิลปะมูลค่าหลายล้านเหรียญ ผู้ที่มีฐานะร่ำรวยกำลังหันมาเปลี่ยนทรัพย์สินหรูเหล่านี้เป็นเงินสดด่วนด้วยการนำไปจำนำ โดยเลือกที่จะไม่พึ่งพาระบบธนาคาร หรือขั้นตอนเอกสารยุ่งยาก เพื่อแลกกับความรวดเร็วและความเป็นส่วนตัว


    ภายในห้องควบคุมอุณหภูมิที่สำนักงานของ Luxury Asset Capital บริษัทปล่อยกู้ใน Manhattan มีกระเป๋าถือ Hermès เรียงรายอยู่บนชั้นวาง กระเป๋า Mini Kelly รุ่นทำจากหนังหายากซึ่งมีมูลค่าใบละ 75,000 เหรียญสหรัฐฯ กระเป๋า Birkin รุ่นประดับเพชร และสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นอื่นๆ ที่มีมูลค่าหลักแสน 

    ใกล้ๆ กันนั้นมีหนังสือ The Catcher in the Rye ฉบับพิมพ์ครั้งแรก (ซึ่งสามารถขายได้ถึง 50,000 เหรียญ) วางอยู่เคียงข้างงานศิลปะร่วมสมัย รวมถึงภาพวาดของ Yoshitomo Nara ที่มีมูลค่ามากกว่า 200,000 เหรียญ ถัดไปตามทางเดินมีตู้เซฟเก็บนาฬิกา Rolex เพชร และเครื่องประดับทองคำจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดได้รับการติดป้ายและปิดผนึกอย่างดี และไม่มีชิ้นไหนมีไว้เพื่อขาย

    แต่สิ่งของเหล่านั้นเป็นหลักประกันที่ผู้กู้ที่ร่ำรวยมากนำมาจำนำเพื่อหาเงินด่วน Luxury Asset Capital ซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยู่ในเมือง Denver ดำเนินงานด้วยกลไกพื้นฐานเหมือนร้านรับจำนำทั่วไปใกล้บ้านและดุลยพินิจของธนาคารสวิส ผู้กู้จะนำนาฬิกา เครื่องประดับ กระเป๋าถือ และงานศิลปะชั้นดี มาเป็นหลักประกันเพื่อแลกกับเงินกู้ระยะสั้น แบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ย ซึ่งมักจะได้รับเงินใน 1 วัน


​

    ผู้กู้รายหนึ่งซึ่งบริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่นำแหวนเพชร 8 กะรัตของภรรยา มูลค่ากว่า 600,000 เหรียญไปจำนำ หลังจากถูกเรียกหลักประกันเพิ่มจากการลงทุน ในที่สุดผู้กู้รายนี้ก็ชำระหนี้คืนและได้แหวนกลับไป ส่วนอีกรายหนึ่งเคยนำรางวัล Emmy Award มาเป็นหลักประกัน

    การให้สินเชื่อโดยใช้สินทรัพย์หรูหราเป็นหลักประกันนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างการบริหารความมั่งคั่งและความเร่งด่วน นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มใหญ่ นั่นคือสัดส่วนของสินเชื่อเอกชนที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ 

    ผู้กู้ที่ร่ำรวยหรืออย่างน้อยก็มีสินทรัพย์จำนวนมากจะนำทรัพย์สินระดับหรูหรามาเป็นหลักประกันเพื่อแลกกับการได้เงินด่วน แทนที่จะขายทรัพย์สินเหล่านั้นโดยตรง หรือต้องทำเอกสารและมีการค้ำประกันส่วนบุคคลถ้าไปขอสินเชื่อจากธนาคารแบบดั้งเดิม

    “มันน่าทึ่งมากที่มีคนมากมายมาหาเราแล้วบอกว่า ‘ไม่รู้มาก่อนเลยว่าทำแบบนี้ได้’” Dewey Burke ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Luxury Asset Capital เล่า บริษัทแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 และทำกำไรได้ในปีแรก โดยตั้งแต่นั้นมาได้ทำการปล่อยสินเชื่อไปแล้วสูงกว่า 1 พันล้านเหรียญให้กับสินค้าแบรนด์ต่างๆ ที่อยู่ภายใต้พอร์ตโฟลิโอของบริษัท

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่าน Borro (แพลตฟอร์มการให้สินเชื่อออนไลน์ของบริษัท) รวมถึงสาขาต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในนคร New York เมือง Palm Beach และ Beverly Hills โดย Burke บอกว่า ลูกค้าประมาณ 74% กลับมากู้ซ้ำ โดยใช้สินทรัพย์หรูหราเป็นวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ

    ลูกค้ามีตั้งแต่ผู้ประกอบการและนักลงทุน ไปจนถึงนักสะสมและเจ้าของธุรกิจ บางคนมาพร้อมตู้เซฟที่เต็มไปด้วยนาฬิกา บางคนส่งกระเป๋าถือมาในวันนั้นเลย จำนวนลูกค้าที่ใช้ทรัพย์สินของตนเป็นเงินทุนหมุนเวียนกำลังเพิ่มขึ้น

    “ลูกค้าคนหนึ่งในหมวดนาฬิกาของเราลงคิวรอซื้อนาฬิกา Rolex และ Patek อยู่ตลอด” Burke เล่าต่อ “พวกเขามาขอสินเชื่อด้วยนาฬิกาเรือนหนึ่ง แล้วก็ไปซื้อเรือนใหม่ วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ”


เรื่อง : SERGEI KLEBNIKOV เรีียบเรีียง : พิินน์นรา วงศ์วิริิยะ

ภาพ : AARON KOTOWSKI




​​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Adam Crawley เงามืดตลาด IPO

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกันยายน 2569 ในรูปแบบ e-magazine

Forbes Thailand September 2026