สตาร์ทอัพ “Lovable” ใครๆ ก็เขียนโค้ดได้

สตาร์ทอัพ “Lovable” ใครๆ ก็เขียนโค้ดได้

FORBES THAILAND / ADMIN
29 Jan 2026 | 09:01 AM
READ 114

Lovable ซึ่งตั้งอยู่ใน Stockholm กลายเป็นสตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์ที่โตเร็วที่สุดในโลก โดยทำรายได้ทั้งปีกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้ในเวลาเพียง 8 เดือน บริษัทใช้ AI ช่วยให้คนที่ไม่ใช่นักเขียนโค้ดหลายล้านคนสามารถเปลี่ยนไอเดียของพวกเขาให้กลายเป็นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และงานเสริมออนไลน์ได้ทันที


    Oskar Munck af Rosenschöld ไม่เคยคิดจะเข้าวงการบันเทิงเลย แต่ระหว่างพักดื่มกาแฟ (fika) ที่ Stockholm ประเทศสวีเดน เพื่อนคนหนึ่งที่เป็นผู้สร้างหนังได้เสนอไอเดียสตาร์ทอัพให้เขา นั่นคือการเป็นคนกลางจับคู่ภาพยนตร์กับผู้ให้ทุนเพื่อช่วยผู้สร้างหนังชาวยุโรปรับมือกับงานระดมทุนอันไม่จบไม่สิ้น 

    ส่วนใหญ่ไอเดียเหล่านี้จะหยุดอยู่แค่ในวงสนทนา แต่ไม่กี่เดือนต่อมา FrameSage ก็เปิดตัวและทำรายได้ก้อนแรกถึง 50,000 เหรียญ ซึ่งเป็นผลงานจาก Lovable เครื่องมือ AI ช่วยเขียนโค้ดตัวใหม่ที่ Munck af Rosenschöld ใช้วางระบบประปาของบริษัทภายในเวลาแค่ 10 วัน 

    “เหมือนคุณมีกุญแจวิเศษสู่การสร้างซอฟต์แวร์” Munck af Rosenschöld ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโครงการในบริษัทยาตอนกลางวันและไม่เคยได้เขียนโค้ดนอกจากตอนเรียนบอก “สิ่งนี้ช่วยเราประหยัดเงินค่าจ้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้หลายหมื่นเหรียญ และประหยัดเวลาทำงานประมาณ 4 เดือน”

Munck af Rosenschöld ไม่ใช่ผู้ก่อตั้งอายุน้อยคนเดียวที่ตกหลุมรัก Lovable ยูนิคอร์นด้าน AI แห่งใหม่ของสวีเดน แค่มิถุนายนเพียงเดือนเดียวก็มีประมาณ 750,000 โครงการ ทั้งแอป เว็บไซต์ และธุรกิจทั้งธุรกิจที่ถูกสร้าง ดูแล และเปิดตัวด้วยคำบรรยายไม่กี่ประโยคและการคลิกไม่กี่ครั้งบน Lovable แต่นี่ไม่เหมือนกับโปรแกรมสร้างเว็บไซต์อันเทอะทะในอดีตที่ใช้จัดการเว็บไซต์ส่วนตัวจำนวนมหาศาล และไม่ใช่แค่แบบร่างหรือโครงสร้างที่เหมือนจะดูดีแต่ใช้งานไม่ได้ โครงการบน Lovable ซึ่งสร้างขึ้นภายในไม่กี่นาทีด้วย AI เชิงสร้างสรรค์กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงและมีฟีเจอร์หลากหลายตั้งแต่จดหมายข่าวทางอีเมลไปจนถึงการชำระเงินผ่าน Stripe

“พอผมได้เห็น Lovable ก็รู้เลยว่าจะทำอะไรในอีกหลายปีข้างหน้า” Jaleel Miles จากเมือง Malmö ในสวีเดน ผู้สร้าง Quicktables สตาร์ทอัพด้านการบริหารร้านอาหารภายในเวลาเพียง 2 เดือนบน Lovable กล่าว เขามียอดขายจากเว็บไซต์นี้กว่า 120,000 เหรียญตั้งแต่พฤษภาคมที่ผ่านมา

    Lovable กลายเป็นสตาร์ทอัพซอฟต์แวร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยทำรายได้จากการสมัครสมาชิกถึง 100 ล้านเหรียญ (คิดเป็นรายปี) ในเวลาแค่ 8 เดือนตั้งแต่เปิดตัวเมื่อพฤศจิกายน ปี 2024 โดยแซงหน้าสตาร์ทอัพดาวรุ่งอื่นๆ เช่น Wiz สตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยบนคลาวด์จากอิสราเอล และ Deel แพลตฟอร์มด้าน HR จาก San Francisco (ซึ่งทำสถิติเดียวกันได้ภายใน 18 เดือน และเกือบ 2 ปี ตามลำดับ) “หัวใจหลักก็คือมนุษย์ที่เป็นคนสร้าง แต่ความสามารถในการเขียนโค้ดหรือการเข้าถึงเงินทุนคือส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้สร้างซอฟต์แวร์ได้สำเร็จ” Anton Osika CEO วัย 35 ปี และผู้ร่วมก่อตั้ง Lovable ในเดือนกันยายน ปี 2023 กล่าว “ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว”

    ไม่ใช่แค่ผู้ก่อตั้งรุ่นใหม่ไฟแรงเท่านั้นที่มาใช้บริการ Lovable บริษัท QConcursos จากเมือง Rio de Janeiro มีพนักงานประมาณ 200 คน คอยช่วยนักศึกษาชาวบราซิลในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยและสอบข้าราชการ Caio Moretti ผู้เป็น CEO บอกว่า เขาใช้ Lovable พัฒนาแอปเดิมให้เป็นเวอร์ชันพรีเมียมได้ในเวลาแค่ 2 สัปดาห์ และทำรายได้ไปกว่า 3 ล้านเหรียญใน 48 ชั่วโมงแรก “ถ้าเรายังเขียนโค้ดบนแพลตฟอร์มเดิมคงใช้เวลา 1 ปีกว่าจะสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ได้” เขาบอก

    แอปติดตามการแข่งขันพิกเกิลบอลคือสิ่งที่ความสำเร็จให้กับ Ben Fletcher ที่เป็นหุ้นส่วนของ Accel นักลงทุนจาก London ผู้นี้สร้างแอปด้วย Lovable ในช่วงสุดสัปดาห์ จากนั้นก็พัฒนาเครื่องมือสำหรับช่วย Accel คัดกรองข้อมูลยอดขายของสตาร์ทอัพ ปัจจุบันเขากำลังนำทีมระดมทุน 200 ล้านเหรียญให้สตาร์ทอัพสัญชาติสวีเดนแห่งนี้ที่มีพนักงาน 45 คน และมูลค่าประเมินที่ 1.8 พันล้านเหรียญ (หุ้นประมาณ 50% ของผู้ร่วมก่อตั้งมีมูลค่ารวมกัน 900 ล้านเหรียญ) “เรามอง Lovable เป็น CTO ที่มีความเห็นเป็นของตัวเองและคอยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้คุณ” Osika กล่าว และเขาเองก็เพิ่งเริ่มเขียนเช็คจำนวนเล็กๆ ให้กับโครงการที่น่าจับตามองที่สุดของ Lovable

    เงิน 200 ล้านเหรียญนอกเหนือจากเงินที่ระดมทุนได้ก่อนหน้านี้ 23 ล้านเหรียญน่าจะช่วยให้ Lovable สามารถเอาชนะคู่แข่งจาก Bay Area ที่มีเงินทุนหนาอย่าง Replit (ซึ่งล่าสุดระดมทุนได้ 97 ล้านเหรียญโดยมีมูลค่าประเมินที่ 1.2 พันล้านเหรียญ) และ StackBlitz ซึ่งระดมทุนได้ 105 ล้านเหรียญในเดือนมกราคมและอยู่ในทำเนียบ Next Billion-Dollar Startups ของปี 2025 แต่ไม่ใช่แค่ดาวรุ่งพุ่งแรงเท่านั้นที่ Lovable ต้องกังวล ยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่าง OpenAI และ Google เจ้าของ Firebase Studio ที่สามารถสร้างแอปและเว็บไซต์จากพรอมต์ด้วยภาษาอังกฤษง่ายๆ ก็สนใจตลาด “vibe coding” เช่นกัน (การเขียนโค้ดด้วยการป้อนคำสั่งให้ AI ช่วยเขียน) 

    เทคโนโลยีนี้ที่ขับเคลื่อนทั้ง Lovable และคู่แข่งกำลังแผ่ขยายไปยังบรรดามืออาชีพใน Silicon Valley เครื่องมือเขียนโค้ดสำหรับโปรแกรมเมอร์ของสตาร์ทอัพอย่าง Cursor, Cline และ Cognition ต่างกำลังพลิกโฉมวิธีการสร้างเทคโนโลยี Satya Nadella จาก Microsoft อ้างว่า โค้ดราว 30% ของบริษัทถูกเขียนขึ้นโดย AI ขณะที่ Sundar Pichai จาก Google ก็อ้างคล้ายๆ กัน และมีรายงานว่า เขาเพิ่งทุ่มเงิน 2.4 พันล้านเหรียญเพื่อดึงตัวผู้ก่อตั้ง Windsurf มาพัฒนาเครื่องมือเขียนโค้ด AI ของ Google และเมื่อไม่นานมานี้ทั้งสองบริษัทได้ปลดเหล่าวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ต้องการตัว ส่วน Signal-Fire กองทุนร่วมทุนที่ติดตามการสรรหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีพบว่า อัตราการจ้างนักเขียนโค้ดระดับเริ่มต้นลดลง 1 ใน 4 เมื่อปีที่แล้ว

    แต่ Lovable ไม่ได้แสร้งทำเป็นเอาใจมืออาชีพ เพราะแฟนๆ ของพวกเขาคือนักประดิษฐ์ นักออกแบบ และผู้ประกอบการ “นักพัฒนานั้นสำคัญมากก็จริง แต่พวกเขาเป็นเพียง 1% ของตลาดเท่านั้น” Fletcher กล่าว

    สำหรับผู้ประกอบการอย่าง Theresa Anoje ที่ไม่เคยเขียนโค้ดอะไรนอกจากปรับแต่งหน้าเพจ Tumblr ของตัวเอง Lovable ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง ผู้ก่อตั้งจาก San Francisco รายนี้อยากเปลี่ยนจดหมายข่าวสมัครงานของตัวเองที่ชื่อ Remotely Good ให้กลายเป็นเว็บไซต์หางานอย่างเต็มรูปแบบมาหลายปีแล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องการระดมทุนและการขยายธุรกิจ ต่อมาเธอสร้างเว็บไซต์ใหม่ได้สำเร็จภายในสุดสัปดาห์เดียวด้วย Lovable “เหมือนยกภูเขาออกจากอก” เธอบอก “เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่จริงๆ”

    Lovable ให้ทุกคนสร้างโครงการง่ายๆ ได้ฟรีแค่ไม่กี่ครั้ง ส่วนฟีเจอร์ที่ซับซ้อนขึ้นและคำขอโค้ด AI จะใช้ได้โดยมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 25 เหรียญต่อเดือน การสร้างอะไรคล้ายๆ เกมงูคลาสสิกบนมือถือมีค่าใช้จ่ายเท่ากับเครดิต Lovable 1 เหรียญ ในขณะที่แอปที่ซับซ้อนกว่านั้นอาจสูงถึง 50 เหรียญ ซึ่งก็ยังน้อยกว่าค่าจ้างรายชั่วโมงของโปรแกรมเมอร์ธรรมดาๆ อยู่ดี

    Osika เองไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นนักเขียนโค้ด แม้ว่าเขาจะเขียนโปรแกรมเกมง่ายๆ มาตั้งแต่อายุ 12 ปีแบบเดียวกับที่ Lovable ทำได้ภายในไม่กี่นาที เขาเรียนฟิสิกส์ที่ KTH Royal Institute of Technology ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำของสวีเดน และได้ทำงานกับ CERN ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการฟิสิกส์อนุภาคที่ใหญ่ที่สุดของโลกในสวิตเซอร์แลนด์ แต่เขาก็อยู่ได้เพียงไม่กี่เดือน เพราะถึงแม้ CERN จะมีกองทัพนักฟิสิกส์ฝีมือเยี่ยมระดับโลกนับพัน แต่ไม่นาน Osika ก็เริ่มคิดได้ว่าการทำงานที่คืบหน้าอย่างช้าๆ ใน “โครงการที่เป็นไปไม่ได้” อย่างการตามหาสสารมืดนั้นเป็นการสิ้นเปลืองศักยภาพของมนุษย์ “ผมตระหนักได้ว่าการอยู่ในอุตสาหกรรมและช่วยสร้างบริษัทจะทำประโยชน์ได้มากกว่ามาก” เขาบอก

    หลังจากทำงานที่ Ampfield บริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ใน Stockholm ได้ช่วงหนึ่ง Osika ก็ไปทำงานกับสตาร์ทอัพด้าน AI เพื่อการศึกษาในปี 2017 จากนั้นก็ได้เซ็นสัญญาในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Depict AI โดยช่วย Oliver Edholm ผู้ร่วมก่อตั้งขายอัลกอริทึมแนะนำสินค้าแบบเดียวกับ Amazon ให้กับผู้ค้าปลีก ต่อมาพวกเขาเข้าร่วมกับบริษัทบ่มเพาะสตาร์ทอัพ Y Combinator และภายใน 1 ปีก็ทำรายได้ 1 ล้านเหรียญ โดยระดมทุนได้ 17 ล้านเหรียญในปี 2022 จากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Tiger Global แต่การเติบโตของ Depict ก็ชะลอตัวพร้อมกับกระแสความคลั่งไคล้อี-คอมเมิร์ซในช่วงโควิดระบาด และ AI ก็เริ่มเป็นที่นิยมอย่างมากจากการเปิดตัว ChatGPT “ผมคิดว่า ‘เราต้องทำแบบเดียวกันที่ Depict ไม่งั้นผมก็ต้องหาวิธีใช้ประโยชน์จากคลื่นลูกใหญ่ที่กำลังเข้ามาหาเรา’” Osika บอก 

    เขามั่นใจในศักยภาพมากจนสร้างเครื่องมือ AI ที่ชื่อ GPT Engineer ขึ้นมาในเวลาว่างและเผยแพร่ลงบนแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาอย่าง Github ในเดือนมิถุนายน ปี 2023 เมื่อแอปนี้ขึ้นอันดับ 1 บนหน้ายอดนิยมของ Github แทบจะในชั่วข้ามคืน Osika ก็รู้ว่าเขากำลังเจอสิ่งที่ใช่ เขาจึงลาออกและดึง Fabian Hedin อดีตพนักงานของ Depict มาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ทั้งคู่ตัดสินใจเปลี่ยน GPT Engineer ที่ใช้โค้ดมากมายให้กลายเป็นเครื่องมือแสดงผลที่ใครๆ ก็ใช้ได้ “มีจุดที่เริ่มจะเข้าใจแล้วว่า นี่มันมีพลังการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล” Hedin กล่าว พวกเขาระดมทุนช่วงเริ่มต้นได้ 8 ล้านเหรียญ นำโดยกองทุนเงินร่วมลงทุนชื่อ Hummingbird ในเดือนตุลาคม ปี 2023

    เมื่อ Lovable เวอร์ชันแรกล้มเหลว พวกเขาจึงได้ปรับโครงสร้างให้รองรับมากกว่าแค่เกมธรรมดาหรือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคงที่ Lovable โกยรายได้กว่า 5 ล้านเหรียญภายในเวลาเพียงเดือนเศษหลังจากทีมเปิดตัวเวอร์ชันใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2024

    ปัจจุบัน Lovable มียอดประมาณ 1 ล้านเหรียญต่อวันผ่านระบบสมัครสมาชิก แต่การแข่งขันนั้นดุเดือด การเน้นไปที่เว็บไซต์พอร์ตโฟลิโอและต้นแบบที่เรียบง่ายทำให้ Lovable ต้องงัดข้อกับยูนิคอร์นรุ่นก่อนๆ อย่าง Figma และผู้สร้างเว็บไซต์อย่าง Wix และ Squarespace บริษัทเหล่านี้ต่างกำลังสร้างเครื่องมือ AI ของตัวเอง Figma ได้เปิดตัวโปรแกรมสร้างโค้ดเมื่อต้นปี 2025 และในเดือนมิถุนายน Wix ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ได้ทุ่มเงิน 80 ล้านเหรียญ เพื่อซื้อสตาร์ทอัพด้านการเขียนโค้ดด้วย AI ที่ก่อตั้งได้เพียง 6 เดือน

    แต่ Lovable ก็ยังมีข้อจำกัด แม้จะเก่งเรื่องการออกแบบเว็บ แต่การวางโครงสร้างของแอปที่ซับซ้อนขึ้นยังคงต้องการมนุษย์อยู่ Lennert Jansen วิศวกร AI ชาวดัตช์มีความเห็นว่า ต้นแบบที่ Lovable สร้างขึ้นก็เพียงพอที่ Airweave สตาร์ทอัพของเขาจะได้เข้าร่วมใน Y Combinator โดยผลิตภัณฑ์ของเขานั้นจะช่วยเชื่อมโยงแอปต่างๆ อย่างเช่น Gmail กับโปรแกรมซอฟต์แวร์อิสระ (AI agent) อย่างไรก็ดี Lovable ก็ประสบปัญหากับระบบเทคนิคหลังบ้าน Jansen และผู้ร่วมก่อตั้งจึงลงมือเขียนโค้ดเองและคอยปรับโค้ดของ Lovable ส่วนที่เหลือ อย่างไรก็ตามการเร่งงานช่วงแรกได้เร็วขึ้นก็ช่วยประหยัดเวลาได้มาก Jansen บอกว่า “ถ้าตอนนั้นไม่มี Lovable เราก็จะไม่มีจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมแบบนี้ ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้” ปัจจุบัน Airweave มีรายได้ 17,000 เหรียญต่อเดือนและเพิ่งได้รับเงินทุนสนับสนุน 6 ล้านเหรียญ

    อีกหนึ่งจุดอ่อนของ Lovable ก็เหมือนกับสตาร์ทอัพอื่นๆ ในกลุ่มที่เน้น vibe coding นั่นคือการพึ่งพาโมเดล AI พื้นฐานชุดเดียวกัน โดยเฉพาะ Claude ที่พัฒนาโดย Anthropic บริษัทใช้เงินหลายล้านเหรียญต่อเดือนไปกับโมเดลเหล่านี้เพื่อจัดการเรื่องโค้ด สตาร์ทอัพอื่นๆ บางแห่งใช้เงินมากกว่านี้ ทำให้ Anthropic มีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้ 4 พันล้านเหรียญในปี 2025 ได้ตามเป้า ปัจจุบัน Anthropic ซึ่งมีมูลค่าล่าสุดอยู่ที่ 6 หมื่นล้านเหรียญ กำลังขายเครื่องมือเขียนโค้ดของตัวเองโดยตรง

    Osika ทำอะไรเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนี้ได้ไม่มากนัก นอกจากมุ่งมั่นสร้างผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์ชื่นชอบต่อไปและสลับไปมาระหว่างโมเดล AI หลายๆ ตัวเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดและถูกที่สุด “มนุษย์จะเข้าใจมนุษย์ดี” เขากล่าว “และ Lovable คือเครื่องมือที่ช่วยให้ไอเดียเป็นจริงได้ภายในไม่กี่นาที”


เรื่อง: Iain Martin เรียบเรียง: พินน์นรา วงศ์วิริยะ ภาพ: Sebastian Nevols




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : บทบาทสุดยิ่งใหญ่ของ Halle Berry ก่อตั้งสตาร์ทอัพ Respin กิจการดูแลสุขภาพเพื่อคนวัยทอง

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2568 ในรูปแบบ e-magazine

TAGGED ON