Cargill ขึ้นแท่น “บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ” ประจำปี 2021 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • Cargill ขึ้นแท่น “บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ” ประจำปี 2021

Cargill ขึ้นแท่น “บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ” ประจำปี 2021

Forbes Thailand / Admin
26 Nov 2021 | 4:15 pm 1244

Cargill ขึ้นแท่นบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ประจำปี 2021 จากการจัดอันดับบริษัทที่มีผลประกอบการในปีงบประมาณล่าสุดมากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังธุรกิจการเกษตรตกลงมาอยู่ในอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ที่พลาดตำแหน่งสูงสุดตั้งแต่ Forbes เริ่มจัดอันดับทำเนียบดังกล่าวในปี 1985

Cargill

รายได้ของบริษัทใน Minnesota เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ในปีงบประมาณสิ้นสุด เดือนพฤษภาคม 2021 เป็น 1.344 แสนล้านเหรียญ โดยได้แรงหนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น

ด้าน Koch Industries ครองอันดับ 2 ของทำเนียบในปีนี้ ด้วยรายได้ประมาณ 1.15 แสนล้านเหรียญสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุด เดือนธันวาคม 2020 โดยบริษัทที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวแห่งนี้มีธุรกิจหลากหลายประเภท เช่น เคมีภัณฑ์ การกลั่น ผลิตภัณฑ์กระดาษ และซอฟต์แวร์ ซึ่งล้วนอยู่ภายใต้การบริหารของประธานและซีอีโอ Charles Koch ตั้งแต่ปี 1967

นอกจากนี้ยังมีชื่อที่คุ้นเคยอื่น ที่ยังคงครองอันดับต้นๆ ของทำเนียบ ได้แก่ Mars บริษัทผู้ผลิตขนมที่รั้งอันดับ 4 ขณะที่ Fidelity ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุน และธุรกิจสื่อ Cox Communications อยู่ในอันดับ 10 และ 14 ตามลำดับ

Medline บริษัทชุดเวชภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อต้นปีนี้หลังประกาศขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับกลุ่มบริษัทไพรเวทอิควิตี้ในข้อตกลงมูลค่า 3.4 หมื่นล้านเหรียญ ครองอันดับที่ 19 ด้วยรายได้ 1.75 หมื่นล้านเหรียญ

ขณะที่ผู้ค้าปลีกอาหารที่มีผลประกอบการที่ดี เช่นเดียวกับบริษัทซูเปอร์มาร์เก็ต 16 จาก 19 แห่งในรายการที่มีรายรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว อันเนื่องมาจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาด ซึ่งการเติบโตของรายได้ทำให้เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต 2 แห่งกลับมาอยู่ในทำเนียบอีกครั้ง ได้แก่ Brookshire Brothers ใน Texas ที่อันดับ 162 และ Bashas ใน Arizona ที่อันดับ 208

ด้าน Publix Super Markets ใน Florida ซึ่งรั้งอันดับ 3 ของทำเนียบ มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 18  ในปี 2020 โดยได้รับอานิสงส์จากการเปิดสาขาใหม่ 39 แห่งเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดในเดือนกันยายน Publix ประกาศว่าจะขยายไปยัง Kentucky ในช่วงปลายปี 2023

อย่างไรก็ดี ในปีนี้มีบริษัท 19 แห่งที่มีรายได้ไม่ผ่านเข้าเกณฑ์ของทำเนียบ เนื่องจากมีรายได้ลดลง ถูกเข้าซื้อกิจการ หรือเดินหน้าเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ อาทิ Haworth ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์  ที่ได้รับผลกระทบจากการตกต่ำของตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ส่งผลให้บริษัทมีรายรับลดลงร้อยละ 19 เป็น 1.8 พันล้านเหรียญในปี 2020 

ขณะที่รายได้ของบริษัทบริหารจัดการโรงแรม Delaware North ลดลงร้อยละ 61 มาอยู่ที่ 1.45 พันล้านเหรียญ เนื่องจากการยกเลิกการแข่งขันกีฬาและการชะลอตัวของธุรกิจที่สนามบิน ซึ่งครอบคลุม 2 พื้นที่ที่บริษัทให้บริการ

ด้าน Airbnb บริษัทให้เช่าที่อยู่อาศัยเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มูลค่า 4.7 หมื่นล้านเหรียญในเดือนธันวาคม 2020 หลังจากมีรายชื่อปรากฎอยู่ในทำเนียบเป็นเวลา 2 ปี ขณะที่เชนโกดังร้านค้า Smart & Final ถูกเข้าซื้อกิจการในเดือนพฤษภาคม 2021 โดย Bodega Latina ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Grupo Comercial Chedraui ของเม็กซิโก เช่นเดียวกับ The Nature’s Bounty ผู้ผลิตวิตามินจากนิวยอร์กที่ขายกิจการให้กับ Nestleในเดือนสิงหาคม 2021 ที่มูลค่า 5.75 พันล้านเหรียญ

ปีนี้ บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชี Deloitte, PricewaterhouseCoopers และ Ernst & Young ถูกถอดออกจากทำเนียบ เนื่องจากมีสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ

พบกับ 10 บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2021

Cargill

อันดับ 1

Cargill

สำนักงานใหญ่: Minnesota

ประเภทธุรกิจ: อาหารและเครื่องดื่ม

ผลประกอบการ: 1.344 แสนล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 155,000 คน

Koch Industries

อันดับ 2

Koch Industries

สำนักงานใหญ่: Kansas

ประเภทธุรกิจ: หลากหลาย

ผลประกอบการ: 1.15 แสนล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 122,000 คน

Publix Super Markets

อันดับ 3

Publix Super Markets

สำนักงานใหญ่: Florida

ประเภทธุรกิจ: ซูเปอร์มาร์เก็ต

ผลประกอบการ: 4.49 หมื่นล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 227,000 คน

Mars

อันดับ 4

Mars

สำนักงานใหญ่: Virginia

ประเภทธุรกิจ: อาหารและเครื่องดื่ม

ผลประกอบการ: 4 หมื่นล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 130,000 คน

H-E-B

อันดับ 5

H-E-B

สำนักงานใหญ่: Texas

ประเภทธุรกิจ: ซูเปอร์มาร์เก็ต

ผลประกอบการ: 3.28 หมื่นล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 100,000 คน

อันดับ 6

Reyes Holdings

สำนักงานใหญ่: Illinois 

ประเภทธุรกิจ: อาหาร เครื่องดื่มและยาสูบ

ผลประกอบการ: 3 หมื่นล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 31,000 คน

Pilot Company

อันดับ 7

Pilot Company

สำนักงานใหญ่: Tennessee 

ประเภทธุรกิจ: ร้านสะดวกซื้อและสถานีบริการน้ำมัน

ผลประกอบการ: 2.66 หมื่นล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 28,000 คน

C&S Wholesale Grocers

อันดับ 8

C&S Wholesale Grocers

สำนักงานใหญ่: New Hampshire

ประเภทธุรกิจ: อาหาร เครื่องดื่มและยาสูบ

ผลประกอบการ: 2.5 หมื่นล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 13,800 คน

อันดับ 9

Enterprise Holdings

สำนักงานใหญ่: Missouri

ประเภทธุรกิจ: บริการ 

ผลประกอบการ: 2.39 หมื่นล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 75,000 คน

อันดับ 10

Fidelity Investments

สำนักงานใหญ่: Massachusetts

ประเภทธุรกิจ: การลงทุน 

ผลประกอบการ: 2.1 หมื่นล้านเหรียญฯ

พนักงาน: 50,000 คน

แปลและเรียบเรียงจากบทความ America’s Largest Private Companies: Cargill Is Back At No. 1 เผยแพร่บน Forbes.com โดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค 

อ่านเพิ่มเติม: การจัดอันดับสูงสุด 100 นักลงทุน VC ของโลกประจำปี 2021

BACK TO TOP