Andy Jassy เตรียมก้าวขึ้นเป็นซีอีโอ Amazon คนใหม่ 5 กรกฎาคมนี้ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • Andy Jassy เตรียมก้าวขึ้นเป็นซีอีโอ Amazon คนใหม่ 5 กรกฎาคมนี้

Andy Jassy เตรียมก้าวขึ้นเป็นซีอีโอ Amazon คนใหม่ 5 กรกฎาคมนี้

Andy Jassy เตรียมก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้บริหารระดับสูงของบริษัทด้านเทคโนโลยีและการค้าปลีกต่อจาก Jeff Bezos ในวันที่ 5 กรกฎาคม หลังดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Amazon.com Inc. เป็นระยะเวลากว่า 27 ปี

Andy Jassy
Jeff Bezos ในการประชุมประจำปีครั้งสุดท้ายในฐานะซีอีโอ Amazon

Jassy ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Amazon Web Services บริษัทคลาวด์ในเครือ Amazon ที่เคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้วจากการทำธุรกิจ ‘คลาวด์’ ให้กำไรมหาศาล ชดเชยกลุ่ม ‘อี–คอมเมิร์ซ’ ที่ขาดทุนมาตลอด โดย Jassy เตรียมได้รับตำแหน่งซีอีโอ Amazon ซึ่งในปีที่ผ่านมามีกำไรมหาศาล ทั้งยังจ้างคนเพิ่มขึ้นกว่าครึ่งล้าน เดินหน้าจัดการการตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่เข้มข้นขึ้นและการเรียกร้องจากผู้ถือหุ้นเพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติด้านความหลากหลายของบริษัท และผลกระทบต่อสิทธิพลเมือง พร้อมไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมความบันเทิงหลังจากการประกาศเข้าซื้อกิจการสตูดิโอภาพยนตร์ MGM ของ Amazon มูลค่า 8.45 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในวันพุธที่ผ่านมา

“Andy เป็นที่รู้จักกันดีในบริษัท และอยู่กับ Amazon มานานที่สุดเช่นเดียวกับผม” Jeff Bezos กล่าวระหว่างการประชุมประจำปีครั้งสุดท้ายในฐานะซีอีโอ “Andy จะไม่มีวันปล่อยให้บริษัทของเราเป็นเพียงบริษัททั่วไป”

Bezos พยายามสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า บริษัท มีอนาคตที่สดใสภายใต้ผู้นำคนใหม่ พร้อมเสริมว่าบริษัท จะยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากการลงทุนในยานพาหนะส่งของอัตโนมัติและโครงการดาวเทียมภายใต้ชื่อ Kuiper ที่มีความเร็วสูงและค่า latency ต่ำ “ผมไม่สามารถรับประกันได้ว่าแนวคิดเหล่านี้จะใช้ได้ผล” เขากล่าว “แต่วิธีเดียวที่จะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ย คือ ความกล้าที่จะเสี่ยง ซึ่งหลายๆ ครั้งก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความคิดเหล่านี้ไม่ได้ล้มเหลว”

ทั้งนี้ Jassy ไม่ได้กล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม

นอกจากนี้ Bezos ยังตอบข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ บริษัทจากการตรวจสอบกฎระเบียบด้านการแข่งขันในตลาด หลังจาก District of Columbia ยื่นฟ้อง Amazon ในข้อหาต่อต้านการผูกขาด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาเป็นรายแรกที่เข้าฟ้องร้อง โดยให้เหตุผลว่า Amazon ป้องกันไม่ให้ผู้ขายในตลาดออนไลน์เรียกเก็บเงินจากราคาที่ต่ำกว่าที่มีอยู่บนแพลตฟอร์มอื่น เพื่อรักษาระดับราคาและผลกำไรให้สูง

โดยประเด็นนี้ Bezos ชี้ไปที่ธุรกิจคลาวด์ของ Amazon พร้อมระบุว่า ธุรกิจดำเนินการอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อาทิ Twilio และ Snowflake “เราเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจาก บริษัทที่มีชื่อเสียงในทุกที่ที่เราทำธุรกิจและในทุกอุตสาหกรรม” เขากล่าว “เราตระหนักดีว่าความสำเร็จ จะนำมาซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริง ฉะนั้นเราจึงยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว เพราะเป้าหมายของเราเป็นไปในทิศทางเดียวกับการแข่งขันในตลาด ซึ่งมีทั้งราคาถูก ความหลากหลาย ความสะดวกสบาย และนวัตกรรมที่ปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา”

ความคิดเห็นดังกล่าวของ Bezos เกิดขึ้นหลังจากที่ ผู้ถือหุ้นมากกว่า 12 คนยื่นข้อเสนอที่พยายามป้องกันไม่ให้เขาเข้ารับตำแหน่งประธานและให้แต่งตั้งกรรมการอิสระแทน

นอกจากนี้ผู้บริหารของ Amazon ยังพยายามที่จะตอบสนองต่อความต้องการของพนักงาน ซึ่งในปีที่ผ่านมามีความพยายามที่จะจัดตั้งสหภาพแรงงาน และยื่นฟ้องในข้อหาการเลือกปฏิบัติและการตอบโต้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้นำสนับสนุนการจ้างงานที่มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น

ในที่นี้ Alicia Boler Davis รองประธานฝ่ายดูแลลูกค้าทั่วโลกของ Amazon ซึ่งเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่เข้าร่วมบอร์ดผู้บริหารขนาดเล็กของ Amazon หรือที่รู้จักกันในชื่อ S-Team เมื่อปีที่แล้วกล่าวว่า บริษัท สาบานว่าจะเป็นทั้งนายจ้างที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดในโลก

“แม้ว่านักวิจารณ์จะวาดภาพของนายจ้างที่มีจิตใจเยือกเย็นและสภาพการทำงานในแง่ลบได้อย่างง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงนั้นแตกต่างกันอย่างมาก” Boler-Davis กล่าวกับผู้ถือหุ้น “เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าของเราเหนือสิ่งอื่นใด”

ทั้งนี้ ในช่วงต้นของการประชุม Brian T. Olsavsky ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวว่า Amazon จ้างพนักงานใหม่ 500,000 คนในปี 2020 ทำให้มียอดรวมมากกว่า 1.3 ล้านคนทั่วโลก พร้อมเสริมว่า ในปีนี้บริษัทสามารถสร้างรายได้ 3.86 แสนล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากธุรกิจคลาวด์ ซึ่งกวาดรายได้ 4.5 หมื่นล้านเหรียญ

ผลลัพธ์เชิงบวกดังกล่าวควบคู่ไปกับการเข้าซื้อกิจการที่มีชื่อเสียงอย่าง MGM ด้วยมูลค่า 8.45 พันล้านเหรียญ และ Whole Foods ที่มูลค่า 1.37 หมื่นล้านเหรียญในปี 2017 จึงเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ Amazon ในการใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อเข้าสู่ตลาดและอุตสาหกรรมอื่นๆ

แต่ภายใต้การบริหารของ Jassy บริษัทคงจะต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เข้มข้นขึ้นจากหน่วยงานของรัฐ พร้อมไปกับการตอบสนองข้อเรียกร้องจากพนักงานภายใน ซึ่งเป็นประเด็นที่ Bezos พยายามหลีกเลี่ยงมาเกือบ 3 ทศวรรษ “แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมเดาว่า Andy จะพบว่ามันน่าสนใจ และบ่อยครั้งก็คงจะสนุกไปด้วย” Bezos กล่าว

แปลและเรียบเรียงจากบทความ Amazon’s New CEO Will Wake Up On July 5 Fighting Wars On Multiple Fronts เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: เจาะกลยุทธ์ Amazon เจ้าแห่งการเข้าซื้อกิจการ

BACK TO TOP