25 บริษัท ว่าที่สตาร์ทอัพพันล้าน

25 บริษัท ว่าที่สตาร์ทอัพพันล้าน

FORBES THAILAND / ADMIN
02 Feb 2026 | 08:22 AM
READ 134

นี่เป็นปีที่ 11 ที่ Forbes ร่วมกับ TrueBridge Capital Partners เฟ้นหายูนิคอร์นดาวรุ่งจากทั่วประเทศ โดยจะต้องเป็นสตาร์ทอัพในสหรัฐฯ ที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากนักลงทุน และปัจจุบันยังมีมูลค่าต่ำกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ


    ในปี 2025 สตาร์ทอัพสายปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครองทำเนียบตามความคาดหมาย โดยมีถึง 20 จาก 25 แห่งที่นำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วย AI ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันด้านการทหาร การบัญชี และเทคโนโลยีสุขภาพ เป็นต้น

    จับตาสตาร์ทอัพประจำทำเนียบของเราไว้ให้ดี จากสถิติอันแม่นยำที่ผ่านมาพบว่า ในบรรดาสมาชิกเก่า 250 บริษัท มีถึง 140 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วน 56% ที่เติบโตกลายเป็นยูนิคอร์น ซึ่งรวมถึง DoorDash, Figma และ Anduril ขณะที่ 42 แห่งถูกซื้อกิจการ และมีเพียง 2 แห่งที่จดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ด้วยมูลค่าต่ำกว่า 1 พันล้านเหรียญ โดยมีกิจการเพียง 5 แห่ง หรือ 2% เท่านั้นที่ล้มเหลวหรือต้องปิดกิจการ


AcuityMD

ผู้ก่อตั้ง: Robert Coe, Mike Monovoukas (CEO), Lee Smith
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 18 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Benchmark, Iconiq Growth, Redpoint

    จะผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ก็ต้องมีผู้ป่วย AcuityMD บริษัทจาก Boston ช่วยจับคู่ผู้ผลิตกับแพทย์ผู้ทำการรักษาอย่างลงตัว โดยพิจารณาจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนของผู้ป่วยจำนวน 325 ล้านคน เช่น ประวัติการผ่าตัด การส่งต่อผู้ป่วย เป็นต้น เพื่อนำมาบรรจงทำแผนการตลาด

    บรรดาลูกค้ามีทั้ง Synchron ที่ใช้บริการของ AcuityMD ในการค้นหาผู้ป่วยเข้ารับการทดลองเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ในระยะเริ่มต้น รวมถึง Intellijoint ที่ต้องการทำการตลาดให้กับเครื่องมือผ่าตัดตัวใหม่สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกและข้อเข่า


Agentio

ผู้ก่อตั้ง: Arthur Leopold (CEO), Jonathan Meyers
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 16 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 2 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: AlleyCorp, Benchmark, Craft

    ในโลกออนไลน์มีอินฟลูเอนเซอร์เป็นจำนวนมาก การคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์สำหรับแคมเปญโฆษณาจึงเป็นเรื่องที่บั่นทอนใจและใช้เวลามิใช่น้อย แต่เมื่อ Agentio จาก New York City เข้ามาเปิดตลาดครีเอเตอร์ แบรนด์ต่างๆ จึงสามารถเฟ้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ากับแบรนด์ของตนได้ดีที่สุดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักสร้างคอนเทนต์ด้วยเช่นกัน พวกเขาเพียงใส่รายละเอียดวิดีโอที่เตรียมเผยแพร่ทาง YouTube สำหรับเสนอขายให้กับธุรกิจต่างๆ เช่น Away, DoorDash, Mint Mobile และ Uber ผ่านช่องทาง Agentio


Apex

ผู้ก่อตั้ง: Max Benassi, Ian Cinnamon (CEO)
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 290 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 60 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: 8VC, Andreessen Horowitz, Point72 Ventures

    กองทัพสหรัฐฯ รวมถึงบริษัทต่างๆ เช่น Amazon และ SpaceX อยู่ระหว่างการเร่งส่งดาวเทียมขนาดเล็กนับพันๆ ดวงเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก ทั้งนี้เพื่อให้การส่งดาวเทียมสามารถดำเนินการได้เร็วยิ่งขึ้น ด้วยต้นทุนที่ลดลง Apex บริษัทจาก Los Angeles จึงพัฒนาดาวเทียมมาตรฐานสำหรับให้ผู้ซื้อนำไปติดตั้งเซนเซอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ของตนเอง พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเมื่อสามารถคว้าสัญญามูลค่า 46 ล้านเหรียญกับ Space Force ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025


Assort Health

ผู้ก่อตั้ง: Jeffery Liu (CEO ร่วม), Jon Wang (CEO ร่วม)
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 26 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 200,000 เหรียญ
นักลงทุนหลัก: Chemistry, First Round, Quiet Capital

    โรงพยาบาลและห้องตรวจมักจะต้องเผชิญกับโทรศัพท์เรียกเข้าที่กระหน่ำเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ขณะที่ผู้ป่วยเองต้องหัวเสียกับการถือสายรอนานๆ Assort Health ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ ณ San Francisco คือผู้จำหน่ายแชตบอต AI ที่สามารถแปลงข้อความเป็นเสียง โดยจะทำหน้าที่ค้นหาปฏิทินของแพทย์และจับคู่ช่วงเวลาที่ยังคงว่างอยู่เข้ากับการนัดหมายของผู้ป่วย ซอฟต์แวร์ดังกล่าวสามารถลดเวลาการรอสายเรียกเข้าให้กับกลุ่มสถาบันการแพทย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Chesapeake Healthcare รวมถึง Peninsula Orthopaedic Associates ได้นับล้านๆ สาย


Basis

ผู้ก่อตั้ง: Matthew Harp (CEO), Mitchell Troyanovsky
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 37 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 350,000 เหรียญ
นักลงทุนหลัก: BTV, Khosla Ventures

    บริษัทเทคโนโลยีจาก NYC แห่งนี้คือผู้ผลิตซอฟต์แวร์การบัญชีที่ทำงานด้วย AI ซึ่งสามารถทำงานธุรการได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ช่วยลดขั้นตอนการป้อนข้อมูลต่างๆ เช่น การโอนข้อมูลจากใบเสร็จรับเงิน Wiss บริษัทบัญชีที่ใช้ซอฟต์แวร์ของ Basis มาตั้งแต่ปี 2024 บอกว่า พวกเขาลดเวลาการทำงานดังกล่าวลงได้เกือบ 30% ซอฟต์แวร์นี้ยังมีจุดเด่นอยู่ที่คุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากไม่มีการเก็บข้อมูลล็อกอินที่เป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหว


Braintrust

ผู้ก่อตั้ง: Ankur Goyal (CEO)
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 45 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 2 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Andreessen Horowitz, Basecase, Gil Capital, Greylock

    หลักคำมั่นในการทำงานของ AI ก็เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพการประกอบธุรกิจ แต่ประสิทธิภาพนั้นจะวัดกันได้อย่างไรล่ะ? Braintrust บริษัทจาก San Francisco ได้นำเสนอศูนย์ควบคุมครบวงจรเพื่อทดสอบและติดตามการทำงานของแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น การตรวจสอบการตอบคำถามของแชตบอตว่าแสดงคำตอบผิดพลาดบ่อยแค่ไหน โดยมีลูกค้าอย่าง Airtable, Instacart, Notion และ Stripe ที่ใช้เครื่องมือของ Braintrust ประเมินความแม่นยำและค้นหาสาเหตุหากมีการทำงานผิดพลาด สำหรับ Goyal ผู้เป็น CEO และผู้ก่อตั้งวัย 35 ปี คือผู้ก่อตั้ง Impira เครื่องมือสืบค้นด้วย AI ที่ Figma เข้าซื้อกิจการไปในปี 2023


Browserbase

ผู้ก่อตั้ง: Paul Klein IV (CEO)
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 68 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 1 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Basecase, CRV, Kleiner Perkins, Notable Capital

    ถึงเวลาบอกลาเบราว์เซอร์กันแล้ว เพราะ Browsebase มีวิธีสื่อสารกับอินเทอร์เน็ตรูปแบบใหม่อย่างสิ้นเชิง โดยไม่ต้องคลิก พิมพ์ และกวาดสายตาอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ อีกต่อไป แต่ AI จะทำแทนทั้งหมด ซึ่งเป็นแนวคิดที่รู้จักกันในชื่อว่า “Headless Browser” เช่น หากต้องการจองตั๋วเครื่องบินจาก Seattle ไปยัง JFK เพียงพิมพ์คำสั่งในระบบ Browserbase จากนั้น AI จะแสดงตัวเลือกต่างๆ ที่ดีที่สุด โดยที่เราไม่ต้องค้นหาด้วยตนเอง


Collate

ผู้ก่อตั้ง: Surbhi Sarna (CEO), Nate Smith
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 30 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 0 เหรียญ
นักลงทุนหลัก: Redpoint

Surbhi Sarna CEO ของ Collate


    Medical สตาร์ทอัพด้านมะเร็งรังไข่ของเธอในปี 2012 เธอต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะรวบรวมทุนได้ 500,000 เหรียญ แต่เมื่อเธอสามารถขยายกิจการได้ 275 ล้านเหรียญในปี 2018 และดำรงตำแหน่งพาร์ตเนอร์โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพอย่าง Y Combinator เป็นเวลาอีก 5 ปีต่อมาแล้วนั้น Sarna สามารถระดมทุน 30 ล้านเหรียญให้กับ Collate กิจการจาก San Francisco ได้อย่างสบายๆ

    Collate มีเป้าหมายจัดการงานเอกสารของบริษัทด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น เอกสารสำหรับการทดลองทางคลินิกและการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) “งานที่พวกเขาต้องใช้เวลาทำหลายเดือน เราทำเสร็จในเวลาไม่กี่วัน” Sarna วัย 39 ปีกล่าว สำหรับ Collate คาดว่าจะทำรายได้แตะ 1 ล้านเหรียญในปี 2025


David AI

ผู้ก่อตั้ง: Tomer Cohen (CEO), Ben Wiley
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 30 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 1 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Alt Capital, Amplify Partners, First Round Capital

    Cohen วัย 27 ปี และ Wiley วัย 26 ปี เชื่อว่าในอนาคตเราจะสามารถสื่อสารกับ AI ได้ด้วยการพูดคุยตามปกติเวลานี้ David AI สตาร์ทอัพของทั้งคู่ส่งมอบเสียงพูดคุณภาพสูงให้กับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต่างๆ ครอบคลุม 15 ภาษา คิดเป็นเวลารวมทั้งสิ้นราว 100,000 ชั่วโมง เพื่อช่วยในการสร้างโมเดล AI ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นจนสามารถเข้าใจภาษาที่ใช้พูดคุยตามปกติได้ David AI มีวิธีการเก็บข้อมูลอันแสนจะธรรมดา ก็แค่จ่ายเงินจ้างคนบันทึกเสียง!


Decart

ผู้ก่อตั้ง: Dean Leitersdorf (CEO), Moshe Shalev
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 53 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 20 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Benchmark, Sequoia, Zeev Ventures

Dean Leitersdorf, CEO ของ Decart

    ห้องปฏิบัติการ AI อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของ OpenAI, Anthropic และ Google ในอนาคต เริ่มจาก Decart ซึ่งตั้งชื่อตาม René Descartes นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสในยุคศตวรรษที่ 17 ที่มีชื่อเสียงจากคำกล่าวที่ว่า “I think, therefore I am.” ซึ่ง Leitersdorf บัณฑิตปริญญาเอก สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วัย 26 ปี บอกว่า “เป็นคำอธิบาย AI ได้ดีที่สุด”

    เขามองว่า การสรรหาบุคลากรหลักจากอิสราเอลประเทศบ้านเกิดของเขาทำให้ Decart มีโอกาสแข่งขันกับบรรดายักษ์ใหญ่ดังกล่าว นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์แรกของบริษัทยังช่วยให้กิจการต่างๆ สามารถรีดศักยภาพของชิป AI ออกมาได้ดียิ่งขึ้น เมื่อปี 2024 Decart กลายเป็นไวรัลเมื่อโมเดล Oasis ของพวกเขาสามารถโคลนนิ่งเกม Minecraft ของ Microsoft ได้สำเร็จโดยใช้เพียง AI เท่านั้น


Forterra

ผู้ก่อตั้ง: Alberto Lacaze, Karl Murphy
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 303 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 30 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Hedosophia, Moore Strategic Ventures, XYZ Venture Capital

Josh Araujo, CEO ของ Forterra

    2 วิศวกร Alberto Lacaze วัย 55 ปี กับ Karl Murphy วัย 65 ปี ใช้เวลาประมาณ 20 ปีพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อดัดแปลงยานพาหนะกว่า 50 ประเภทให้ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง รวมถึงรถบัสขนส่งมวลชนและขบวนรถบรรทุกของกองทัพ ปัจจุบันสตาร์ทอัพรายนี้หาเงินได้แล้วจากการได้ทำสัญญา 93 ล้านเหรียญกับกองทัพบกสหรัฐฯ เพื่อผลิตหุ่นยนต์เก็บกู้ทุ่นระเบิด และยังเป็นส่วนหนึ่งในทีมสร้างรถยิงมิสไซล์แบบไร้คนขับให้นาวิกโยธินด้วย

    CEO Josh Araujo วัย 45 ปี ผู้เข้าดูแลกิจการจาก Lacaze ปี 2022 กล่าวว่า การไม่ต้องมีคนขับจะช่วยให้ทหารไม่เสี่ยงอันตราย และประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากเพราะรถจะไม่ต้องติดเกราะหนัก และใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กลงได้ “เราพลิกโฉมการออกแบบยานพาหนะพวกนี้ได้เลย”


Gamma

ผู้ก่อตั้ง: James Fox, Grant Lee (CEO), Jon Noronha
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 23 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 16 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Accel, Afore Capital, South Park Capital

    Lee อดีตวาณิชธนากรวัย 42 ปี ได้แรงบันดาลใจในการก่อตั้ง Gamma หลังจากที่เขาต้องนั่งทำสไลด์ภายใต้เวลาอันจำกัด และแทบไม่มีเครื่องมือช่วยออกแบบมาหลายต่อหลายปี เวลานี้ซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AIของเขาสามารถสร้างพรีเซนเทชันเก๋ๆ เว็บไซต์ รวมถึงโพสต์สำหรับเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ได้จากข้อความตัวอักษร เอกสาร หรือสไลด์ที่มีอยู่เดิม Gamma บอกว่า จนถึงตอนนี้มีผู้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แล้วกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก และยังครองใจบริษัทต่างๆ เช่น Amazon และ Zoom ได้ตั้งแต่ช่วงแรก


Graphite

ผู้ก่อตั้ง: Greg Foster, Merrill Lutsky (CEO), Tomas Reimers
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 81 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 2 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Accel, Andreessen Horowitz, Homebrew

    ผลิตภัณฑ์เด่นของ Graphite จากเมือง New York City คือ Diamond ผู้ช่วย AI ที่ช่วยให้การตรวจสอบโค้ดรวดเร็วขึ้น เพื่อให้โปรแกรมเมอร์มั่นใจได้ว่าผลงานของพวกเขาจะได้มาตรฐาน ผู้ช่วยตัวนี้จะตรวจจับโอกาสเกิดบั๊ก และเสนอแนะแนวทางปรับปรุงโค้ด มันถูกออกแบบมาให้เข้าใจบริบทและเหตุผลของโค้ดได้เหมือนเพื่อนร่วมทีมที่เป็นมนุษย์ ทำให้มีบริษัทโตเร็วหลายแห่งเข้ามาเป็นลูกค้า รวมถึง Anysphere, Figma, Ramp และ Shopify


Krea

ผู้ก่อตั้ง: Victor Perez (CEO), Diego Rodriguez
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 83 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 5 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Abstract Ventures, Andreessen Horowitz, Bain Capital Ventures, Gradient Ventures, Pebblebed

    ขณะที่ AI เข้ามาปฏิวัติวงการครีเอทีฟ ศิลปินในสายงานทัศนศิลป์อาจจะรู้สึกมึนเพราะมีผลิตภัณฑ์มากมายออกมาแย่งลูกค้ากันเอง แต่ Krea ซึ่งสร้างโดยทีมที่มีทั้งนักดนตรี กวี นักออกแบบ และช่างภาพวิดีโอเสนอเครื่องมืองานดีไซน์แบบตัวเดียวจบที่ช่วยให้ศิลปินสายงานนี้เข้าถึงโมเดล AI หลากหลายที่สร้างภาพใหม่ๆ ได้ด้วยการเขียนพรอมต์เป็นตัวอักษร ปรับแต่งภาพเดิม หรือเพิ่มคุณภาพของวิดีโอ สตาร์ทอัพรายนี้ดึงดูดผู้ใช้งานได้กว่า 20 ล้านคนจากทั่วโลก รวมถึงทีมงานของ Lego, Pixar และ Microsoft


Lead

ผู้ก่อตั้ง: Erica Khalili, Homam Maalouf, Jacqueline Reses (CEO), Ronak Vyas
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 110 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 170 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Andreessen Horowitz, Coatue, Khosla Ventures, Ribbit Partners, Zeev Ventures

    ในปี 2022 Reses อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ Square ซึ่งปัจจุบันอายุ 55 ปี และนักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่งร่วมกันซื้อธนาคารชุมชนอายุเกือบศตวรรษโดยมีเป้าหมายจะเปลี่ยนให้เป็นสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีการเงิน ปัจจุบันนี้ธนาคาร Lead Bank จากเมือง Kansas City รัฐ Missouri กลายเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินไม่กี่แห่งที่ออกเงินกู้และประมวลผลการชำระเงินให้สตาร์ทอัพสายฟินเทคและคริปโตได้ภายใต้การรับประกันของสถาบันคุ้มครองเงินฝากสหรัฐฯ (FDIC) และเปิดตัวบัตรเดบิต สเตเบิลคอยน์ ร่วมกับ Visa และแพลตฟอร์มจ่ายเงิน Bridge เมื่อไม่นานมานี้


Livekit

ผู้ก่อตั้ง: Russ d’Sa (CEO), David Zhao
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 82 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 5 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Altimeter Capital, Redpoint

    เมื่อคุณสั่งงาน ChatGPT ด้วยเสียงแปลว่ามือถือของคุณกำลังเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของ LiveKit สตาร์ทอัพจาก San Francisco รายนี้ช่วยทำงานเชิงเทคนิคหลังบ้านในเรื่องเสียงและวิดีโอให้แอปกลุ่มใหญ่ รวมถึงการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินเบอร์ 911 ในสหรัฐฯ ประมาณ 25% ด้วย สรุปคือ มีนักพัฒนาเกือบ 125,000 คนจากหลายบริษัท เช่น Meta และ Microsoft ใช้งานแพลตฟอร์มนี้และมันช่วยดูแลการโทร 3 พันล้านครั้งในแต่ละปี บริษัทนี้ระดมทุนได้ 45 ล้านเหรียญเมื่อเดือนเมษายน ปี 2025 มีมูลค่าประเมินที่ 345 ล้านเหรียญ


Loyal

ผู้ก่อตั้ง: Celine Halioua (CEO)
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 135 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 0 เหรียญ
นักลงทุนหลัก: Bain Capital Ventures, Collaborative Fund, First Round Capital, Khosla Ventures, Longevity Fund, Valor Equity Partners

(อ่านเรื่องหลักในชื่อบทความ “ยืดชีวิตเจ้า 4 ขา ในนิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมกราคม 2569)


Motif

ผู้ก่อตั้ง: Amar Hanspal (CEO), Brian Mathews
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 46 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 0 เหรียญ
นักลงทุนหลัก: CapitalG, Redpoint

Amar Hanspal, CEO ของ Motif

    สถาปนิกในบริษัทประมาณ 20 แห่งใช้ซอฟต์แวร์อายุ 2 ปีของ Amar Hanspal ออกแบบอาคารและโครงสร้างที่ซับซ้อน และทำงานร่วมกับสถาปนิกคนอื่นแบบเรียลไทม์ได้ด้วย เครื่องมือตัวนี้เหมือนเป็นแพลตฟอร์ม Figma สำหรับสถาปนิก มันมี AI ที่ถูกฝึกให้เรียนรู้จากแบบแปลนอาคารและข้อมูลสาธารณะหลายพันชุดเพื่อให้สร้างแผนผัง 3 มิติตามรายละเอียดที่สถาปนิกระบุ เช่น จำนวนห้องประชุม ความสูงของเพดาน และตำแหน่งหน้าต่าง

    ก่อนที่ Hanspal วัย 61 ปีจะก่อตั้ง Motif เขาเคยทำงานที่ Autodesk ซึ่งเป็นเจ้าเก่าที่ครองวงการก่อสร้างมา 15 ปีด้วยซอฟต์แวร์มูลค่า 5.5 พันล้านเหรียญ (รายได้ปี 2024) “เดี๋ยวนี้คนชอบสร้างอาคารอัจฉริยะ เราเลยอยากสร้างระบบอัจฉริยะมาช่วย” เขากล่าว


Nominal

ผู้ก่อตั้ง: Jason Hoch, Cameron McCord (CEO), Bryce Strauss
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 102 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 5 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: General Catalyst, Lux Capital, Sequoia Capital

    เหล่าผู้สร้างเครื่องบิน หุ่นยนต์ และโดรนล้วนอยากให้งานเดินหน้าเร็ว แต่ McCord วัย 35 ปี อดีตวิศวกรนิวเคลียร์ของกองทัพเรือผู้เคยทำงานกับสตาร์ทอัพด้านกลาโหมมา 5 ปีเชื่อว่าพวกเขายังไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้จัดการงานทดสอบผลิตภัณฑ์ บริษัท Nominal ที่เขาร่วมก่อตั้งในปี 2022 จึงขายซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผลการทดสอบเครื่องบินและฮาร์ดแวร์อื่นๆ ลูกค้าของเขามีทั้งกองทัพอากาศสหรัฐฯ บริษัทโดรน Anduril ของ Palmer Luckey และบริษัทพัฒนาเครื่องบินน้ำ Regent


Reducto

ผู้ก่อตั้ง: Adit Abraham (CEO), Raunak Chowdhuri
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 33 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 1 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Benchmark, First Round Capital

    ศิษย์เก่า MIT 2 คน Abraham วัย 26 ปี และ Chowdhuri วัย 23 ปี ตั้งชื่อสตาร์ทอัพของพวกเขาว่า Reducto ตามชื่อคาถาใน Harry Potter ที่ใช้ระเบิดวัตถุให้กระจุย แต่พันธกิจของพวกเขาไม่โหดขนาดนั้น ซอฟต์แวร์ AI ของ Reducto เปลี่ยนไฟล์เอกสารที่ยุ่งเหยิงให้เป็นข้อมูลที่สะอาดและใช้การได้ เทคโนโลยีของ Reducto นั้นคล้ายกับการใช้คนตรวจเอกสาร โดยจะสแกนเอกสารหลายรอบเพื่อตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาด ที่ผ่านมาซอฟต์แวร์นี้ช่วยจัดการเอกสารมาแล้วกว่า 250 ล้านหน้าจากหลายบริษัท รวมทั้ง Scale AI, Vanta และ Airtable


Reflection AI

ผู้ก่อตั้ง: Ioannis Antonoglou, Misha Laskin (CEO)
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 130 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 0 เหรียญ
นักลงทุนหลัก: CRV, Lightspeed Venture Partners, Sequoia Capital

    Antonoglou ซึ่งปัจจุบันอายุ 37 ปีที่เคยช่วยพัฒนา AlphaGo ปัญญาประดิษฐ์ตัวแรกที่เอาชนะนักเล่นโกะมือเซียนได้ 8 ปีต่อมาเขาจับมือกับ Laskin วัย 35 ปี ซึ่งเคยเป็นนักวิจัยของ DeepMind เช่นกันเพื่อสร้าง Reflection AI โดยมีเป้าหมายคือการสร้าง “ปัญญา-ประดิษฐ์เหนือมนุษย์” ที่เขียนและดูแลโค้ดเองได้ บริษัทด้านการเขียนโค้ดด้วย AI ส่วนใหญ่ยังเน้นการสร้างเครื่องมือเพื่อช่วยงานของนักพัฒนา แต่ Reflection อยากให้ AI มาแทนนักพัฒนาอย่างสมบูรณ์


Rogo 

ผู้ก่อตั้ง: Tumas Rackaitis, Gabriel Stengel (CEO), John Willett
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 75 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 2 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: AlleyCorp,
Khosla Ventures, Thrive Capital

    Rogo จากเมือง New York City กำลังสร้างแชตบอตเพื่อช่วยพนักงานระดับปฏิบัติการของธนาคารทำงานที่ดูดเวลา เช่น การคิดเลข เตรียมไฟล์นำเสนอและสเปรดชีต หรือค้นคว้าข้อมูลพื้นฐาน Stengel วัย 27 ปี กล่าวว่า เครื่องมือที่เรียนรู้ชุดข้อมูลการเงินจากแหล่งต่างๆ อย่าง Crunchbase และ FactSet ตัวนี้มีพนักงานระดับปฏิบัติการที่งานยุ่งประมาณ 10,000 คนในหลายบริษัท รวมถึง Tiger Global นำไปใช้แล้วเพื่อตัดชั่วโมงการทำงานลงมาจาก 90 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเสริมว่าเมื่อมี Rogo ช่วยทำงานหนักที่น่าเบื่อให้โดยอัตโนมัติ พนักงานธนาคารก็จะหันไปเน้นงานด้านกลยุทธ์และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้มากขึ้น


Rox

ผู้ก่อตั้ง: Ishan Mukherjee (CEO), Avanika Narayan, Diogo Ribeiro, Shriram Sridharan
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 50 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 0 เหรียญ
นักลงทุนหลัก: General Catalyst, GV, Sequoia

    Mukherjee วัย 37 ปี อดีตวิศวกรของ Apple เริ่มก่อตั้ง Rox ในปี 2024 สตาร์ทอัพที่มีสำนักงานใหญ่ ณ เมือง San Francisco รายนี้สร้าง AI “ฝูงผู้ช่วย” (agent swarms) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเสมือนจริงให้ทีมขาย โดยทำงานอัตโนมัติทั้งด้านการค้นคว้าข้อมูล การเข้าถึงเป้าหมาย และการติดตามลูกค้า เพื่อให้ตัวแทนขายมีเวลาไปเน้นเรื่องปิดการขาย ปัจจุบันนี้มีหลายบริษัท เช่น Ramp, MongoDB และ Confluent ใช้งาน Rox เพื่อเร่งสร้างการเติบโตโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง


Stackblitz 

ผู้ก่อตั้ง: Albert Pai, Eric Simons (CEO)
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 135 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 4 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Emergence, Greylock, GV, Insight

    ในปี 2024 Simons วัย 34 ปี เกือบปิดกิจการ Stackblitz ไปแล้ว เพราะสตาร์ทอัพรายนี้หาวิธีทำเงินจากเครื่องมือเขียนโค้ดบนบราวเซอร์ของตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อบริษัทหันมาเกาะกระแสคลั่งไคล้ซอฟต์แวร์ AI สำหรับเขียนโค้ดแบบ “vibe coding” ผลิตภัณฑ์ Bolt ของบริษัทจึงได้แจ้งเกิด มันช่วยให้คนสร้างแอปได้ด้วยการพิมพ์คำบรรยายลักษณะแอปเท่านั้น ฐานลูกค้าของบริษัทพุ่งขึ้นเป็น 5 ล้านคน และบริษัททำรายได้ 85% ของปีมาได้ภายในเวลาแค่ 4 เดือน


Stan

ผู้ก่อตั้ง: Vitalii Dodonov, John Hu (CEO)
ระดมทุนจากการขายหุ้น: 5 ล้านเหรียญ
รายได้ปี 2024 โดยประมาณ: 25 ล้านเหรียญ
นักลงทุนหลัก: Forerunner Ventures

John Hu, CEO ของ Stan

    การมีผู้ติดตามทางสื่อออนไลน์หลายล้านคนไม่ได้แปลว่าคุณจะมีเงินเดือนเหมือนทำงานประจำได้ทันที Stan จึงพยายามช่วยให้เหล่าผู้มีชื่อเสียงออนไลน์ทำเงินจากความสำเร็จได้ง่ายขึ้นด้วยหน้าร้านออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับโปรไฟล์สื่อโซเชียลของพวกเขา Stan ซึ่งอ้างว่า ทำกำไรได้แล้วหลังจากระดมทุนมาแค่ 5 ล้านเหรียญจาก Forerunner Ventures เมื่อปี 2022 ช่วยให้ครีเอเตอร์มีช่องทางง่ายๆ ในการขายทุกอย่างให้ผู้ติดตามทางโซเชียล ตั้งแต่สินค้าของตัวเองไปจนถึงหลักสูตรสอนความรู้



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เปิดตัวอย่าง ‘12 สตรีทรงอิทธิพล’ ในทำเนียบ Forbes Power Women ปี 2025 ผู้กำหนดทิศทางโลกในทศวรรษหน้า

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมกราคม 2569 ในรูปแบบ e-magazine