ไม่ใช่แค่ประธานาธิบดี Trump ที่ปิดบังอาการป่วยจากสาธารณชน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • ไม่ใช่แค่ประธานาธิบดี Trump ที่ปิดบังอาการป่วยจากสาธารณชน

ไม่ใช่แค่ประธานาธิบดี Trump ที่ปิดบังอาการป่วยจากสาธารณชน

Forbes Thailand / Admin
05 Oct 2020 | 4:54 pm 296

ภายหลังผลการตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของประธานาธิบดี Donald Trump จากพรรค  Republican ออกมา ปัญหาสุขภาพของเหล่าผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาทั้งในอดีตและปัจจุบันได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับการถกเถียงอย่างกว้างขวาง และถูกโยงไปถึงความพยายามของทำเนียบขาวที่ตั้งใจจะปกปิดข้อเท็จจริงดังกล่าวจากสาธารณชน

นอกจากประธานาธิบดี Trump บุคคลแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ อดีตประธานาธิบดี Glower Cleveland สังกัดพรรค Democrat โดยในปี 1893 เขากล่าวต่อสาธารณชนว่ากำลังจะเดินทางไปทริปล่องเรือ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว กลับกำลังเข้ารับการรักษาเนื้องอกมะเร็งที่เพดานปากบนเรือยอร์ชในต่างประเทศ ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ ได้ถูกเปิดเผยภายหลังจากเวลาผ่านไปแล้วถึง 24 ปี โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาอาการดังกล่าว ได้ทำการแถลงอาการป่วยของเขาต่อหน้าสาธารณชน ซึ่งเหตุการณ์นี้ Matthew Alegero นักเขียนหนังสือเกี่ยวกับความลับ ถึงกับกล่าวว่า นี่เป็นหนึ่งในประเด็นที่ปิดบังได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกา

ขณะที่ อดีตประธานาธิบดี Franklin Delano Roosevelt บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ยาวนานที่สุดจากฝั่ง Democrat ในวัยใกล้จะ 40 ปี ปิดบังเรื่องที่เขาไม่สามารถเดินได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อฝ่อลีบ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากโรคโปลิโอ ซึ่งความจริงนี้ได้ถูกเปิดเผยโดยนักหนังสือพิมพ์ที่ไปตามเก็บภาพ จนทำให้เราได้รู้ว่าท่านอดีตประธานาธิบดีถึงขนาดต้องใช้รถเข็น

ในทำนองเดียวกัน เมื่อปี 1955  อดีตประธานาธิบดี Dwight Eisenhower จากพรรค Republican เกิดอาการหัวใจเฉียบพลันในกลางดึกคืนหนึ่ง แต่ทางเลขานุการสื่อมวลชนประจำทำเนียบประธานาธิบดีกลับแจ้งว่าเป็นเพราะอาการท้องไส้ปั่นป่วนจึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในวันถัดไปได้

อดีตประธานาธิบดี John F. Kennedy จากพรรค Democrat แม้ในช่วงวัยรุ่นจะมีภาพลักษณ์ของนักกีฬาที่แข็งแรง และไม่เคยแสดงอาการป่วยใดๆ ขณะดำรงตำแหน่งเลย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาป่วยถึงขั้นสาหัสจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังและโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคทางเดินอาหาร ภูมิแพ้ขั้นรุนแรง  อาการปวดหลังอย่างสาหัส ตลอดจนโรคแอดดิสัน (Addison’s disease) ซึ่งเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมหมวกไต

ขณะที่ อดีตประธานาธิบดี Ronald Reagan ผู้ซึ่งสังกัดพรรค Republican ออกมาประกาศว่าตนได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) หลังจากที่เขาสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในวาระที่  2 เป็นเวลา 6 ปีแล้ว แต่ลูกชายของเขา Ron Reagan กลับกล่าวถึงจำนวนปีที่เป็นโรคดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป เพราะคาดว่าบิดาของตนมีอาการของโรคนี้ตั้งแต่ขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมันมีบางสิ่งที่ผิดปกติ ซึ่งผมรู้สึกไม่ไว้วางใจเท่าไหร่นี่คือคำกล่าวของเขาที่บอกกับ Elizabeth Vargas นักเขียนประจำนิตยสารข่าวอเมริกัน 20/20 ในปี 2011

อย่างไรก็ดี พี่ชายของเขา Michael Reagan ไม่เห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าว และกล่าวว่าน้องชายของตนนั้นเป็นความน่าละอายที่ต้องการสร้างกระแส เพื่อขายผลงานของตนเองเสียงมากกว่า 

ทั้งนี้ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งในสมัยแรกของอดีตประธานาธิบดี Reagan นั้น มีข่าวลือว่าเขาเป็นโรคภาวะสมองเสื่อม (Dementia) แต่มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่สามารถยืนยันข้อเท้จจริงนี้ได้

Donald Trump

และท้ายที่สุด ประเด็นสุดท้ายของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ที่คณะบริหารของรัฐบาล Trump ได้แถลงการณ์ข้อมูลอันเป็นที่น่าถกเถียงเกี่ยวกับอาการของเขา กล่าวคือ Donald Trump ในวัย 74 ปี มีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) มากกว่า 30 ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าน้ำหนักเกินเกณฑ์ อยู่ในเกณฑ์ระดับสูงที่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งภายหลังจากการเข้ารับการรักษาตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (Walter Reed Medical Center ในรัฐ Maryland ล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แพทย์ประจำตัวได้วินิจฉัยว่า ทรัมป์มีอาการดีขึ้นและสามารถออกจากศูนย์ย์การแพทย์ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม แพทย์ประจำทำเนียบขาว Sean Conley ยังไม่ได้ระบุถึงอาการต่างๆอย่างลงรายละเอียดมากนัก ไม่ว่าจะเป็นระดับออกซิเจนในร่างกาย และผลการเอ็กซเรย์ปอดที่ออกมา

แปลและเรียบเรียงโดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค จาก These Four Presidents Hid Their Health Problems From The American Public ที่เผยแพร่บน forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: “เทรนด์การลงทุน” หลังโควิด-19

BACK TO TOP