กระแสเงินทุนมหึมากำลังไหลไปจีน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • กระแสเงินทุนมหึมากำลังไหลไปจีน

กระแสเงินทุนมหึมากำลังไหลไปจีน

Forbes Thailand / Admin
01 Apr 2020 | 9:30 am 3111

ไม่ว่า Trump จะขู่คำรามเสียงดังแค่ไหน แต่ถึงที่สุดแล้ว สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และ Asha Mehta กับบรรดานักวิเคราะห์เชิงปริมาณที่ Acadian Asset Management ก็จะได้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนในจีนอย่างเป็นกอบเป็นกำ

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2018 Acadian Asset Management ซึ่งเป็นบริษัทของ Asha Mehta ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ใน Boston ได้ประกาศกลยุทธ์การลงทุนใหม่ในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นลงทุนโดยตรงในบริษัทที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดูจะแย่สุดๆ

แต่แค่ 3 สัปดาห์หลังจากนั้น ประธานาธิบดี Trump ก็เริ่มทำสงครามการค้าเต็มตัว ด้วยการประกาศตั้งกำแพงภาษีจากสินค้าที่นำเข้าจากจีน คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านเหรียญ แล้วก็ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนตามมาอีกหลายระลอก ส่งผลกระทบทางลบอย่างหนักต่อหุ้นจีน โดยภายใน 18 เดือนนับจากนั้น ดัชนีหุ้นจีนของ MSCI ร่วงแรงถึง 16% ขณะที่ดัชนี S&P 500 วิ่งขึ้นมา 11%

หุ้นจีนกลายเป็นของขายยาก” Mehta ผู้บริหารหญิงเก่งอายุ 41 ปีบอก ขณะที่มองออกไปยังวิวอ่าว Boston จากห้องทำงานของเธอบนตึกที่ถนน Franklin แต่คุณไม่ต้องไปสนใจพวกเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น ตลาดในประเทศของจีนกำลังกลายมาเป็นตลาดที่นำเข้าเงินทุนสุทธิ คุณกำลังอยู่ในตลาดที่กำลังเปิดเสรีมากขึ้นเรื่อยๆ

กลยุทธ์การเน้นลงทุนในจีนโดยอาศัยหลักการวิเคราะห์เชิงปริมาณของ Mehta ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารของเธอเติบโตขึ้นจาก 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเดือนเมษายน 2018 เป็นกว่า 138 ล้านเหรียญในวันนี้ นักลงทุนรายใหญ่จำนวนมากพากันใส่เงินเข้ามาใน Acadian ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ

ข้อแรกก็คือ ในที่สุด ตลาดหุ้นที่ผันผวนของจีนก็ยอมเปิดรับเงินทุนจากภายนอก ก่อนหน้านี้ นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ทำได้แค่เลือกลงทุนในหุ้น H-shares ของบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่แห่งซึ่งซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นฮ่องกงเท่านั้น แต่ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าซื้อหุ้นที่เรียกว่า A-shares โดยตรงได้แล้ว

ดัชนีอ้างอิงหลักๆ ทุกตัวเริ่มนำหุ้น A-shares เข้ามารวมในการคำนวณดัชนีสำหรับตลาดเกิดใหม่ตั้งแต่ปีที่แล้ว” Mehta กล่าวดังนั้น ต้องมีกระแสเงินทุนมหาศาลไหลเข้ามาแน่นอน

เหตุผลข้อที่ 2 ก็คือ ผลงานที่ผ่านมาของ Mehta โดยกองทุนหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดเล็กในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเน้นหุ้นจีนเป็นหลัก มูลค่า 2.4 พันล้านเหรียญที่เธอบริหารอยู่ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกองทุนในปี 2011 สูงถึง 10.9% ซึ่งสูงกว่า benchmark ถึง 8.6% เฉลี่ยต่อปี ถึงแม้ว่ากลยุทธ์ใหม่ที่เน้นการลงทุนในหุ้น A-shares ของเธอจะติดลบอยู่ 5.1% จากสถานการณ์ยุ่งเหยิงในช่วงนี้ แต่ก็ยังดีกว่า benchmark ซึ่งร่วงลงไปถึง 10% ตั้งครึ่ง

หุ้นจีนคิดเป็นสัดส่วนแค่ 5% ของมาร์เก็ตแคปหุ้นทั้งโลกเท่านั้น และสามารถขยับขึ้นไปได้จนถึง 20% เลยทีเดียว” Mehta กล่าวและเสริมว่าลูกค้าของเราเห็นว่า นี่เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่จะเข้าไปลงทุนดักหน้า ก่อนที่กระแสเงินทุนจะไหลทะลักเข้าไปในจีน

Mehta และ Bin Shi ซึ่งเป็นผู้ช่วยของเธอในการบริหารกองทุน ใช้อัลกอรึทึมในการคัดกรองหุ้นกว่า 3,500 ตัวที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น Shanghai และ Shenzhen เพื่อให้เหลือหุ้นแค่ 100 ตัวที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดทั้งในเชิงปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิค ซึ่งมีตั้งแต่สัดส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี ผลประกอบการที่ออกมาดีหรือแย่เกินคาด ไปจนถึงดัชนีความแข็งแกร่งโดยเปรียบเทียบ (RSI) และความผิดปกติในงบการเงินของบริษัท

ปัจจุบัน กองทุนที่ Mehta บริหารถือหุ้นอยู่ประมาณ 100 ตัว ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางซึ่งรวมถึงหุ้น red chips

เส้นทางชีวิตของ Mehta ก่อนจะเข้ามาบริหารกองทุนระดับโลกแบบนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย เธอโตมาใน Gainesville รัฐ Florida ในครอบครัวที่พ่อและแม่เป็นหมอ โดยพ่อของเธอมาจากอินเดีย ขณะที่แม่เป็นลูกสาวของชาวเยอรมันและยิวเชื้อสายรัสเซียอพยพ

สมัยเรียนชั้นประถม บางช่วง Mehta จะไปพักอยู่กับปู่ย่าที่ Bhiwani เมืองเล็กๆ กลางทะเลทรายที่อยู่ทางตะวันตกของ Delhi เธออาศัยอยู่ท่ามกลางเด็กขอทานข้างถนน ในบ้านที่ขาดสุขอนามัย

ฉันรู้สึกแปลกใจมากกับความเหมือนกันระหว่างฉันและพวกเขา (เด็กๆข้างถนน) แต่ว่าเรากลับแตกต่างกันมากเหลือเกิน ความรู้สึกในเรื่องนี้ที่ฉันรู้สึกมาตั้งแต่เด็กเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ฉันสนใจมาทำางานที่เกี่ยวกับตลาดเกิดใหม่

เรื่องนี้ทำให้ฉันได้คิดว่า ถ้าคุณอยากสนับสนุนการพัฒนาที่นั่นให้เกิดขึ้นได้จริงๆ มันจะไม่ได้มาจากด้านการแพทย์หรอก มันต้องเกิดขึ้นจากด้านการเงินต่างหากเธอบอก

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาชีววิทยาและมานุษยวิทยาจาก Stanford ในปี 2000 เธอก็เข้าทำงานเป็นนักวิเคราะห์ที่ Goldman Sachs จากนั้นอีก 2-3 ปีก็จบปริญญาโท M.B.A. จาก Wharton และต่อมาก็เข้ามาเป็นนักวิเคราะห์ที่ Acadian ในปี 2007

Acadian ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1977 ในรูปของบริษัทวิจัย โดยลูกหม้อของ Putnam Investments ปัจจุบันบริษัทที่เต็มไปด้วยพนักงานที่จบดอกเตอร์แห่งนี้มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารสูงถึง 9.4 หมื่นล้านเหรียญ

Acadian ไม่เชื่อในแนวคิดของตลาดที่มีประสิทธิภาพและการกำหนดราคาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในจีน ซึ่งผู้เล่นในตลาดถึง 80% เป็นนักลงทุนรายย่อยประเภทที่เห็นตลาดหุ้นเหมือนบ่อนกาสิโนใน Macao

คำว่าตลาดหุ้นในภาษาจีนกลางแปลว่าผัด’” Mehta บอกเหมือนการบอกเป็นนัยว่ามันเป็นของร้อน และมันก็สามารถขยับตามสิ่งที่ผู้คนอ่านผ่านตาบน WeChat”

บางคนในวงการคิดว่าตลาดจีนอ่อนไหวเกินไป หรือมีความแปลกเกินกว่าที่จะใช้หลักปริมาณวิเคราะห์เข้ามาจับ” Mehta กล่าวต่อไปแต่เราคิดว่าการที่ราคาตลาดไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานน่าจะเป็นเพราะความผิดพลาดในเชิงพฤติกรรมมากกว่า เรายังคงสามารถสร้าง alpha ได้จากการกำาหนดเป้าหมายอย่างเป็นระบบในการเลือกบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานน่าสนใจ

 

 

เรื่อง: Kenneth Rapoza เรียบเรียง: พิษณุ พรหมจรรยา ภาพ: Jamel Tappin


คลิกอ่านบทความทางธุรกิจที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ มีนาคม 2563 ในรูปแบบ e-magazine

สรพหล นิติกาญจนา

BACK TO TOP