OR ชูโมเดลธุรกิจ “Inclusive Growth” สู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Sponsored Content >
  • OR ชูโมเดลธุรกิจ “Inclusive Growth” สู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต
SPONSORED CONTENT

OR ชูโมเดลธุรกิจ “Inclusive Growth” สู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต

OR ชูโมเดล ขับเคลื่อนธุรกิจรับมือโลกผันผวน สนับสนุนภาคธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกาศความสำเร็จงาน “Inclusive Growth Days empowered by OR” ระหว่าง 22-24 ก.ค. 65 ตอกย้ำพลังแห่งการส่งต่อโอกาสและความมุ่งมั่นเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้จัดงาน “Inclusive Growth Days empowered by OR” ระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2565 ซึ่งถือเป็นอีเวนต์สำคัญเพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” หรือ Empowering All toward Inclusive Growth ที่ฉายภาพการดำเนินธุรกิจของ OR ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR

จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Inclusive Growth ทิศทางธุรกิจแห่งอนาคต” ว่า โลกปัจจุบันมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก คนที่มีความมั่งคั่งมีเพียงร้อยละ 1 คนเหล่านี้มีสิทธิในการทรัพยากรมากกว่าคนส่วนใหญ่ การปฎิวัติระบบเศรษฐกิจที่ผ่านมา มีคนได้ประโยชน์เพียงร้อยละ 10 แต่สร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมร้อยละ 50 ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อนาคตอันใกล้ในปี 2023 ผู้คนอย่างน้อยร้อยละ 40 ของประชากรโลกจะต้องเกิดการอพยพ ย้ายถิ่นฐาน เพราะไม่สามารถดำรงชีวิตได้

“ปัญหาที่เกิดขึ้นนำมาสู่สงคราม และความแตกแยก เด็กเกิดใหม่ 2 ใน 3 จะต้องอยู่กับสังคมที่แตกแยก แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งสี เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยน การให้คุณค่าทางสังคมเปลี่ยน ในฐานะองค์กรธุรกิจเราต้องคำนึงถึงความเท่าเทียม ความใส่ใจสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม การทำธุรกิจต้องเปลี่ยนหลักคิด ไปสู่วิถีการทำธุรกิจที่มีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนของสังคม ไม่งั้นองค์กรไม่สามารถอยู่ได้ ในโลกที่มีความผันผวนเช่นนี้” จิราพรกล่าว

โมเดลธุรกิจต้องเปลี่ยน

เมื่อคุณค่าของสังคมเปลี่ยนไป คุณค่าที่ธุรกิจจะต้องให้ความสำคัญต้องเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่มุ่งมั่นขายสินค้าและบริการ (Product Selling) มาสู่การสร้างแบรนด์ที่ส่งคุณค่าไปสู่ผู้บริโภค (Value Matching) จากการมุ่งสร้างคุณค่าให้ผู้ถือหุ้น (Shareholders) สู่การสร้างความเข้าใจและตอบโจทย์คุณค่าของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด (Stakeholders) จากการมุ่งสร้างการเติบโตให้องค์กรเพียงลำพัง (Company) สู่การยกระดับระบบนิเวศเพื่อให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน (Ecosystem) และจากการมุ่งสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียว (Profit) สู่การสร้างผลในเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นเป้าหมาย (Impact)

“ทั้งหมดนี้ คือการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตแบบ Exclusive หรือต่างคนต่างเติบโต กลายเป็น Inclusive หรือการเติบโตร่วมกับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย OR พร้อมจะเป็นองค์กรต้นแบบในการเปลี่ยนวิถีการทำธุรกิจ จาก Exclusive ไปสู่ Inclusive และเปิดให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้แอสเส็ทที่เราสั่งสมมาตลอด 40 ปี ให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย ธุรกิจไทย ทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแรงของประเทศไทย” จิราพรกล่าว

เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

สำหรับการจัดงาน “Inclusive Growth Days empowered by OR” ในครั้งนี้ยังได้ฉายภาพทิศทางการดำเนินธุรกิจใหม่ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Inclusive Growth) ในทุกมิติ พร้อมเปิดเผยอินไซต์และโอกาสทางธุรกิจใหม่ด้วยหัวข้อการบรรยายและเวทีเสวนาจากกว่า 50 ผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายอุตสาหกรรม ภายใต้ธีมที่สอดคล้องพันธกิจทั้ง 4 ของ OR ประกอบด้วย

  • Seamless Mobility – พลิกโฉมธุรกิจพลังงานและการเคลื่อนที่อย่างไร้รอยต่อ
  • All Lifestyles – ตอบโจทย์ทางเลือกการใช้ชีวิตในอนาคต ทั้งอาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว
  • Global Market – โอกาสของธุรกิจไทยในต่างแดน และหลากหลายสูตรสำเร็จเพื่อการเติบโตในต่างประเทศ
  • New Innovation – นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน สร้างตลาดใหม่ด้วยการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม

“ทิศทางที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ OR คือการมุ่งสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนทั้งในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทย ปัจจุบัน OR ได้ขยายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 450 แห่ง เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพราะการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่อนข้างสูง ซึ่งการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาดอย่างไร้รอยต่อ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อนำความเปลี่ยนแปลงแบบ Inclusive มาช่วยสร้างการเติบโตร่วมกันกับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” จิราพรกล่าวในการบรรยายหัวข้อ “Seamless Mobility”

รศ.ดร. ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังอยู่ในกระแสความต้องการของผู้บริโภค ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ยอดขายรถยนต์โดยรวมทั่วโลกในปี 2021 ลดลง เนื่องจากสถานการณ์โควิด แต่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากตัวเลขราว 3 ล้านคัน เป็น 6.5 ล้านคัน สะท้อนว่านี่คือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าหลายรายกล้าพอที่จะลงทุนและสร้างผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถบัสขนาดใหญ่ ไปจนถึงรถตุ๊กตุ๊ก และรถจักรยานยนต์ ซึ่งคนไทยควรให้การสนับสนุน

ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์กรุ๊ป จํากัด (มหาชน)

ทุกความต้องการในชีวิตประจำวันที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว

ขณะที่หัวข้อการเสวนาภายใต้ธีม All Lifestyles ได้นำเสนอบทเรียนแห่งความสำเร็จของนักธุรกิจผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหาร สุขภาพ บิวตี้ และเวลเนส เช่น ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) ที่บอกเล่าเรื่องราว “รสชาติแห่งความสุข” ของ MK Restaurant ตลอดจนแนวทางการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ THANN ที่มองว่าอุตสาหกรรมเวลเนสเป็นมากกว่าเรื่องของการดูแลสุขภาพ แต่ลงลึกถึงการดูแลสภาวะร่างกายและจิตใจ การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และมีความหมาย

ก้าวสู่ธุรกิจแห่งอนาคตระดับโลก

ส่วนเวทีเสวนาในธีม Global Market ได้ผู้บริหารในองค์กรชั้นนำที่นำพาธุรกิจไทยไปไกลสู่ตลาดโลกได้สำเร็จ มาบอกเล่าบทเรียนที่น่าสนใจ เช่น เส้นทางการเติบโตในวงการแฟชั่นเทคโนโลยีของแบรนด์ “Pomelo” ที่ก้าวสู่การเป็นธุรกิจแบบ Omnichannel อย่างเต็มตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เส้นทางการเติบโตต่อยอดไปได้ไกลทั่วโลกด้วยความมุ่งมั่นที่จะตอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นของกลุ่มดุสิตว่าจะต้องสร้างแบรนด์โรงแรมของไทยให้เป็นที่รู้จักด้วยมาตรฐานสากล

นวัตกรรมใหม่เพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น

และปิดท้ายที่การเสวนาภายใต้ธีม New Innovation ครอบคลุมถึงแนวคิดใหม่ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคมโลกที่ยั่งยืน และส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถสร้างตลาดใหม่ โดยถอดบทเรียนจาก คมสันต์ ลี ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจแฟลช ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์กว่าจะเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของเมืองไทยที่มุ่งมั่นสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบท และ สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Local Alike ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ด้านการท่องเที่ยวที่ต้องทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในวงกว้าง

คมสันต์ ลี ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจแฟลช

“ถึงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน เปลี่ยนวิธีคิด วิถีการทำธุรกิจ ผู้บริโภคต้องให้คุณค่ากับองค์กรท่ำธุรกิจโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน OR มีความพร้อมที่จะรองรับพันธมิตรอย่างเปิดกว้างทุกขนาด ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจขนาดไมโคร (Micro Business) เอสเอ็มอี สตาร์ตอัป ในฐานะ Inclusive Growth Platform ที่พร้อมจะเติบโตร่วมกันในอนาคต” จิราพรกล่าวทิ้งท้าย

 

BACK TO TOP