บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนเล็กภารกิจใหญ่ปั้นพอร์ตอสังหาฯ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • Talented 20s >
  • บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนเล็กภารกิจใหญ่ปั้นพอร์ตอสังหาฯ

บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนเล็กภารกิจใหญ่ปั้นพอร์ตอสังหาฯ

“บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ทายาทคนเล็กของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ อาจทำให้หลายคนนึกถึงไทยซัมมิทกรุ๊ปและบางคนอาจนึกไปถึงนักการเมือง แต่คงมีคนไม่มากนักจะนึกถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบครัวนี้คาดหวังให้เป็นพอร์ตธุรกิจใหญ่ในอนาคต โดยฝากความหวังไว้กับเขา

หนุ่มน้อยหน้าตาดีบุคลิกเงียบขรึม พูดน้อยแต่ยิ้มเก่ง และดูเป็นกันเองกับแขกผู้มาเยือน ปัจจุบันเขาเป็นผู้บริหารเบอร์ 1 ของบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด อีกธุรกิจของตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่เริ่มก่อร่างสร้างตัวจนมีพอร์ตการลงทุนไปแล้ว 1.8 หมื่นล้านบาท

พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาแล้ว 14 โครงการ ใช้เวลาในการพัฒนามา 8 ปี (เริ่มต้นปี 2554) เดิมทีผู้บริหารเรียลแอสเสทฯ คือ สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ บุตรชายคนรองของ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ

แต่มาปัจจุบันโครงสร้างการวางตัวทายาทธุรกิจของกลุ่มเปลี่ยนไป เมื่อบุตรชายคนโต-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เคยบริหารไทยซัมมิทกรุ๊ปผันตัวไปเล่นการเมืองทำให้ สกุลธร-บุตรชายคนรองต้องเข้าไปบริหารไทยซัมมิทกรุ๊ป

เรียลแอสเสทฯ ที่สกุลธรเคยดูแลจึงกลายมาเป็นภารกิจของ บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือเบอร์ดี้ บุตรชายคนเล็กของครอบครัว เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เต็มตัวตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งตอนนั้นเขาอายุเพียง 24 ปี ปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นซีอีโออายุน้อยเพียง 26 ปีเท่านั้น

“ครอบครัวผมมี 5 คน มีพี่ชาย 2 คน พี่สาว 2 คน และผมเป็นคนเล็ก” บดินทร์ธร เริ่มบทสนทนากับ Forbes Thailand ด้วยการลำาดับพี่น้องตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ทายาทเจ้าแม่ชิ้นส่วนยานยนต์ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ

บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนเล็กภารกิจใหญ่ปั้นพอร์ตอสังหาฯ
โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ของเรียลแอสเสทฯ ส่วนใหญ่เน้นตลาดกลางค้อนข้างบน กับจุดเด่นด้านการออกแบบสไตล์โมเดิร์น

เพราะครอบครัวเริ่มรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเป็นรูปธรรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นธุรกิจในความคาดหวังที่ต้องการให้มีพอร์ตรายได้ที่ใหญ่ขึ้น อาจไม่เท่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ที่เริ่มมีความไม่แน่นอน แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีความสำคัญมากขึ้นเพราะย่อมดีกว่าหาก “จึงรุ่งเรืองกิจ” สามารถขยายธุรกิจอื่นขึ้นมาเป็นสัดส่วนที่น่าพอใจ เพื่อกระจายความเสี่ยงควบคู่ไปกับการปรับตัวของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์

ความท้าทายช่วงตลาดชะลอตัว

เมื่อต้องเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดในบริษัทน้องใหม่ที่คาดหวังการเติบโตให้เป็นพอร์ตใหญ่อีกธุรกิจของครอบครัว คนทั่วไปอาจมองว่า นี่คือแรงกดดันลึกๆ จากภารกิจที่ต้องสร้างการเติบโตแต่บดินทร์ธรกลับไม่ได้กังวลในข้อนี้

“ไม่คิดว่าเป็นภาระ คิดว่าเป็นโอกาสมากกว่า แล้วก็ทำให้เราได้มาลองอะไรใหม่ๆ และเป็นการท้าทายตัวเอง ทุกธุรกิจทุกเจ้าของกิจการก็อยากทำให้ธุรกิจมันโตอยู่แล้ว เป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ แต่ตอนนี้โดยเฉพาะปี 2562 อย่างที่ทราบกันวงการอสังหาฯ อาจไม่ได้เติบโตมากนักจากปีก่อนเราก็คิดว่าจะพยายามรักษาการเติบโตให้ได้อย่างน้อยก็เท่าเดิม ซึ่งโปรไฟล์ที่ผ่านมาของบริษัทถือว่าเรามาไกลพอสมควร”

นอกจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามปกติแล้ว เรียลแอสเสทฯ ยังพยายามทำโครงการของบริษัทให้ยั่งยืนและเติบโตไปเรื่อยๆ โดยเผยว่าใน 1-2 ปีนี้อาจจะเพิ่มการลงทุนโครงการที่สร้างรายได้ประจำ (recurring income) เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น แต่ที่เห็นพัฒนาเพิ่มขึ้นเพราะบริษัทยังไม่ค่อยมีพอร์ตนี้มากนัก

ที่ผ่านมาเพิ่งมีเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ที่เอกมัย โครงการปาร์ค 19 เรสซิเด้นท์ ซึ่งถือว่าสัดส่วนยังน้อยเมื่อเทียบกับอสังหาริมทรัพย์ที่เรียลแอสเสทฯ พัฒนามาทั้งหมดทยอยปั้นพอร์ตรายได้ประจำ

“เป้าหมายของครอบครัวแค่ทำโครงการอะไรแล้วขายออกไป แต่เราอยากเก็บแอสเสทให้ด้วยในอนาคต โครงการขายเสร็จก็กำไรจบไปในโครงการ แต่ในอนาคตอยากทำให้แอสเสทของครอบครัวยั่งยืน โดยโครงการที่น่าจะได้เห็นในอีก 2 ปีข้างหน้า คือจะเริ่มพัฒนาโรงแรม ที่กำลังดูอยู่ คือ แอร์พอร์ตโฮเทล สุวรรณภูมิ ใกล้สนามบิน”

 

บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ คนเล็กภารกิจใหญ่ปั้นพอร์ตอสังหาฯ

ทั้งนี้บดินทร์ธรเผยถึงความยากของซีอีโอเจนวายไม่ใช่การบริหารแต่เขามองว่าเรื่องที่ยากคือการที่ต้องดูตลาดต้องอ่านให้ออก เพราะบางทำเลยังคงไปได้แต่อาจไม่ตรงกับความต้องการที่ตลาดมีกำลังซื้อไม่ถึง

“ถ้าให้ดูภาพรวมคิดว่าเนื่องจากราคาที่ดินค่อนข้างสูงแล้ว กำลังซื้อในบางทำเลโดยเฉพาะใจกลางเมืองอาจเรียกว่าไปตามไม่ทัน”

นี่ต่างหากคือความยากที่ว่าจะพัฒนาสินค้าออกมาอย่างไรให้ตรงกับความต้องการและกำลังซื้อที่ตลาดรับได้ซึ่งปัจจัยเรื่องที่ดินนี้เองทำให้ผู้ประกอบการหลายราย กระจายไปตามทำเลรอบๆ เมืองมากขึ้น แต่ถึงแม้จะยากและดูเหมือนกำลังซื้อปรับตัวไม่ทัน แต่บดินทร์ธรก็ยืนยันว่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของครอบครัว

“เราลงทุนและทุ่มเวลากับธุรกิจนี้พอสมควร ต่อไปเราก็คิดว่าพยายามให้อสังหาฯ ของครอบครัวยั่งยืนเติบโตต่อไปเรื่อยๆ”

 

ก่อนจบการพูดคุยในวันนั้น ซีอีโอคนสุดท้องของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจบอกว่า นอกเหนือจากความสำเร็จและการเติบโตด้านรายได้เขายังรู้สึกภูมิใจในมิติของการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คือ

“การที่เราสามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยให้คนหลายร้อยคนมาอยู่ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุด นับจากที่เราเริ่มไปดูที่ดินซึ่งอาจจะรกร้างหรือเป็นตึกเก่าๆ มาถึงวันที่สร้างเสร็จ เราออกแบบมาเป็นหน้าตาที่เราวางแผนไว้ เสร็จแล้วได้เห็นคนที่เข้ามาอยู่อาศัย เรามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก”

นั่นคือความรู้สึกลึกๆ ของบดินทร์ธร กับ 2 ปีในฐานะผู้นำเรียลแอสเสทฯ เขายังสนุกกับงานและมีความสุขกับผลลัพธ์ที่ได้ นับจากนี้ไปเขายืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาธุรกิจที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และเปิดกว้างมากขึ้นพร้อมเผยว่า

ขณะนี้บริษัทกำลังมีการเจรจาเรื่องการขยายธุรกิจทั้งโรงแรม และคอนโดมิเนียม โดยคาดว่ามีโอกาสที่ต่างชาติจะเข้ามาร่วมทุนด้วย ซึ่งอาจเป็นกลุ่มทุนจากญี่ปุ่น และอาจได้เห็นการร่วมธุรกิจกันภายใน 2 ปีข้างหน้านี้

ภาพ: บจ.เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์


คลิกเพื่อติดตามบทความทางด้านเศรษฐกิจและธุรกิจอื่นๆ ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับกุมภาพันธ์ 2563 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP