วิบูลย์ แสงวิทยานนท์ การเติบโตครั้งใหม่ของ WIIK จากท่อน้ำ HDPE สู่ธุรกิจน้ำประปา - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • STRATEGIES >
  • วิบูลย์ แสงวิทยานนท์ การเติบโตครั้งใหม่ของ WIIK จากท่อน้ำ HDPE สู่ธุรกิจน้ำประปา

วิบูลย์ แสงวิทยานนท์ การเติบโตครั้งใหม่ของ WIIK จากท่อน้ำ HDPE สู่ธุรกิจน้ำประปา

เคยสงสัยไหมว่า ท่อส่งน้ำประปาขนาดใหญ่ ท่อระบายน้ำเสีย ท่อลอดใต้ถนน ฯลฯ ที่มีน้ำไหลผ่านปริมาณมาก ด้วยแรงดันสูง ทนทานต่อความร้อน ทำมาจากอะไร ใครเป็นผู้ผลิต

ประเทศไทยได้ทำความรู้จักกับ WH Pipe International บริษัทในกลุ่มของ KWH Pipe Ltd ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับท่อ HDPE (High Density Polyethylene) ทั้งการออกแบบและติดตั้ง รวมทั้งเป็นผู้ผลิตท่อ HDPE รายใหญ่ของโลกในปี 2523 โดยรับเชิญเข้าร่วมประมูลโครงการปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำของการประปานครหลวง บริเวณถนนพระราม 4 ถนนราชดำริ และถนนเจริญกรุง ซึ่งขณะนั้นมีปัญหาว่า ระบบท่อส่งน้ำประปามีอัตราการสูญเสีย 40%

บริษัทจากฟินแลนด์ชนะการประมูลเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทผลิตและติดตั้งท่อ HDPE รายแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อบริษัท วิค แอนด์ ฮุคลันด์ จำกัด ในปี 2526 โดยมี KWH Pipe Ltd เป็นผู้ถือหุ้น 90% และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2539 ต่อมาปี 2558 นักลงทุนไทยได้ซื้อหุ้นทั้งหมดจากฟินแลนด์ แต่ยังคงเป็นพันธมิตรและร่วมมือกันในฐานะคู่ค้า ทำให้บริษัทสามารถผลิตและจำหน่ายท่อวีโฮไลท์ (Weholite) ซึ่งเป็นท่อพีอีชนิดโครงสร้างผนังเบาได้รายเดียวในประเทศไทย

 

– ท่อ HDPE มาตรฐานฟินแลนด์ –

บริษัทผลิตและจำหน่ายท่อและข้อต่อ HDPE โดยแบ่งธุรกิจออกเป็นประเภทต่างๆ ประกอบด้วย

  1. ท่อพอลิเอทิลีนคุณภาพสูงใช้สำหรับเป็นท่อส่งน้ำประปา ท่อระบายน้ำฝน ท่อระบายน้ำเสีย ท่อร้อยสายโทรศัพท์ท่อใต้น้ำ (submarine pipe)
  2. ท่อพอลิเอทิลีน วีโฮไลท์ (Weholite) ใช้สำหรับเป็นท่อระบายน้ำ ท่อรวบรวมน้ำเสีย ท่อน้ำทิ้งลงทะเล ท่อลอดใต้ถนน บ่อพักระบายน้ำ ซึ่งท่อประเภทนี้บริษัทเป็นผู้ผลิตรายเดียวในประเทศไทย
  3. ข้อต่อท่อ HDPE หรืออุปกรณ์ประกอบท่อ (fittings)
  4. การเชื่อมต่อท่อ HDPE
  5. การรับเหมาวางท่อแบบครบวงจรตั้งแต่การติดตั้ง การเชื่อมต่อท่อและข้อต่อการติดตั้งอุปกรณ์ การขุดและฝังท่อ และการก่อสร้างประกอบ รวมถึงการออกแบบระบบ

บมจ. วิค

กลุ่มเป้าหมายมีทั้งหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา อินโดนีเซีย ทั้งนี้ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมางานของหน่วยงานราชการในประเทศ เช่น การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ

ปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายท่อพอลิเอทิลีนคุณภาพสูง แต่ตลาด fitting กำลังเติบโต ทั้งยังมี margin สูง

“ลูกค้าบางรายซื้อท่อจากเราและไปให้เจ้าอื่นทำ fitting แต่มันไม่ดี…ในโรงงานหรือสถานีดับเพลิง บางที fitting มีมูลค่ามากกว่าท่อ หรือโรงไฟฟ้าท่อหนามาก เขาจะมองหา fitting ที่คุณภาพสูง ในโรงไฟฟ้า fitting ของเราถือเป็นอันดับ 1” วิบูลย์ แสงวิทยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วิค จำกัด (มหาชน) กล่าว

บมจ. วิค

บริษัท วิค แอนด์ ฮุคลันด์ จำกัด (มหาชน) หรือ WIIK เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท วิค จำกัด (มหาชน) ในปี 2562 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือประกอบด้วย บจ. วิค วอเตอร์ และ บจ. วิค พีที ทั้งสองบริษัทหลังประกอบธุรกิจบริหารจัดการน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่ง WIIK ขยายไลน์มาลงทุนในปี 2559 เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงภาคอุตสาหกรรมและเกษตรมีความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค

บริษัททำธุรกิจบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร มีทั้งออกแบบ รับจ้างผลิต สัมปทานและจัดจำหน่าย ระบบผลิตน้ำประปาสะอาดและระบบบำบัดน้ำเสีย เฉพาะการผลิตน้ำประปามีการผลิตน้ำประปาจากผิวดินน้ำกร่อย และน้ำรีไซเคิล ซึ่งปัจจุบันมี 3 แห่ง

  1. เขตประกอบการอุตสาหกรรมสยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์ค ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ผลิตและจำหน่ายน้ำประปาด้วยระบบ UF Membrane (Ultrafiltration Membrane) ผลิตขั้นต่ำ 12,000 ลบม.ต่อวัน สัญญา 20 ปี เริ่มดำเนินการวันที่ 1 มิถุนายน 2559
  2. นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ตำบลหอมศีล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา รับจ้างผลิตน้ำประปาด้วยระบบ UF/RO (Ultrafiltration/Reverse Osmosis) ปริมาณขั้นต่ำ 17,000 ลบม. ต่อวัน ระยะเวลา 20 ปี เริ่มดำเนินการวันที่ 5 มิถุนายน 2560 และ
  3. ดำเนินการผลิตหรือจัดหาน้ำดี (RO) ให้แก่เทศบาลเมืองป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ด้วยระบบ UF/RO (Ultrafiltration/Reverse Osmosis) สัญญา 30 ปี (สัญญาลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2555)

นอกจากนี้ ยังรับวางท่อและก่อสร้างระบบผลิตน้ำ ในประเทศฟิลิปปินส์ โดยสร้างโรงกรองน้ำ และวางท่อระยะทาง 20 กม. เพื่อผลิตน้ำจากเทศบาลดาเนา ขายให้กับเทศบาลเซบู มูลค่าโครงการ 429 ล้านเปโซหรือประมาณ 270 ล้านบาท

 

– รุกธุรกิจผลิตน้ำประปา –

วิบูลย์ แสงวิทยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่ามูลค่ารวมของธุรกิจท่อพีอีทั้งตลาดมีประมาณ 4-5 พันล้านบาท ซึ่ง WIIK อยู่ในลำดับที่ 1 หรือ 2 สลับกับบริษัทอีกแห่ง โดยไตรมาส 3 ของปี 2563 รายได้อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท กำไร 78 ล้านบาทเศษ

บมจ. วิค

วิบูลย์จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังเรียนจบ MBA จาก National Institute of Development Administration ได้มาร่วมงานกับ WIIK ในตำแหน่ง Sale Engineer ทำงาน 14 ปี จึงลาออก โดยตำแหน่งสุดท้ายคือ Sale Marketing Manager หลังจากนั้นไปทำงานด้านรับเหมา วางท่อ การผลิตน้ำประปา โดยช่วงที่ทำงาน หจก. ไว-วา (ปัจจุบันคือ บจ. ไว-วา) มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจใหม่ และผู้จัดการโครงการบริหารจัดการน้ำกับการประปาส่วนภูมิภาค รับผิดชอบการบริหารโรงกรองน้ำที่บริษัทได้งานจากการประปาส่วนภูมิภาค

ปี 2555 ผู้บริหาร WIIK ชวนกลับมาให้ร่วมงานในตำแหน่งรองประธานฝ่ายขายและการตลาด และเลื่อนตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารในอีก 3 ปีต่อมา

บมจ. วิค
วิบูลย์ แสงวิทยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิค จำกัด (มหาชน)

วิบูลย์ให้ภาพรวมธุรกิจท่อน้ำในประเทศว่ายังมีโอกาสเติบโตไปได้เรื่อยๆ เพราะรัฐบาลมีเมกะโปรเจ็กต์เพื่อพัฒนาประเทศ เพียงแต่ว่าอาจมีการชะลอบางช่วงเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้การเติบโตไม่สม่ำเสมอ

“เราก็ดูว่าโอกาสทำกำไรกับรายได้มันไม่ยั่งยืน จึงมองหาธุรกิจที่มีศักยภาพ พอผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เข้ามาก็มีความคิดเห็นตรงกันว่าจะไปด้านบริหารจัดการน้ำ ก่อนหน้านั้น ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นฟินแลนด์ก็มองด้านนี้ แต่เขาไม่อยู่เมืองไทย ส่วนกลุ่มคนไทยรู้ความเสี่ยงและคิดว่ารับได้…”

สำหรับการลงทุนทำธุรกิจบริหารจัดการน้ำประปา เน้นทำกับหน่วยงานเอกชนเพื่อไปจำหน่ายให้รายย่อยอีกทอดหนึ่ง ลงทุนเฉลี่ยโครงการละ 100-140 ล้านบาท เมื่อครบสัญญา 20 ปี คาดว่าจะมีรายได้ขั้นต่ำ 1-1.3 พันล้านบาทต่อโครงการ สำหรับสยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์ค และนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์

บริษัทไม่ทำสัญญาระยะสั้น เพราะจะส่งผลต่อราคาขาย ซึ่งผู้บริโภคปลายทางอาจแบกรับไม่ไหว คู่สัญญาเป็นบริษัทเอกชนเนื่องจากมีความคล่องตัวสูงกว่าขณะที่หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถทำสัญญาระยะยาวได้

“ถ้าสัญญา 20 ปี สมมติว่าค่าน้ำราคา 9 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ถ้าสัญญา 5 ปีอาจต้องคิดที่ 18 บาท โดยทั่วไปงานลักษณะนี้สัญญาแค่ 5 ปีจะรับไม่ค่อยได้ ความเสี่ยงสูงหากคิดตัวเลขตามตารางโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ต้อง 10 ปีขึ้นไปถึงจะ commercial ได้ การประปาไปขายต่อให้นิคมอุตสาหกรรมๆ เอาไปขายต่อโรงงาน…เราไม่ขายรายย่อยเพราะต้องเผื่อความเสี่ยงการสูญเสียตามท่อ หรือเก็บเงินไม่ได้ เราดีลกับเอกชนหรือราชการเป็นหลัก”

บมจ. วิค

สำหรับการทำธุรกิจน้ำประปา บริษัทเสนอทางเลือกให้ลูกค้า 2 แบบคือ 1. ซื้อขาดโดยออกแบบก่อสร้างให้ 2. รับซื้อน้ำจากบริษัทระยะยาว ซึ่งคู่สัญญาคำนวณได้ว่าบริษัทจะได้กำไรเท่าไร แต่คู่สัญญาทั้ง 3 แห่งเลือกการซื้อน้ำระยะยาว เพราะต้องการนำเงินไปลงทุนธุรกิจอื่นที่มีผลตอบแทนดีกว่า

“เราหาแหล่งน้ำดิบ ผลิต และส่งขายให้ผู้ใช้น้ำ เพียงแต่อายุโปรเจ็กต์ต้องหลายปีจึงจะได้ราคาที่เหมาะสม ภาครัฐไม่ค่อยให้สัมปทาน 10-20 ปี มันเลยไม่วิ่ง จึงค่อยๆ แก้ปัญหา การประปาภูมิภาคก็ไม่อยากออกสัมปทานเพราะติดปัญหาเรื่องกฎหมาย (ธุรกิจ) จึงไม่บูมพรวดพราด หากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ธุรกิจจะไปได้เร็ว” และว่า ตอนนี้คนไม่กลัวเรื่องวิธีการผลิตน้ำ แต่มีปัญหาด้านวัตถุดิบ เช่น ภัยแล้ง ทำให้น้ำต้นทุนไม่เพียงพอ การผลิตจากน้ำกร่อยอาจช่วยได้บ้าง หากใช้น้ำทะเลต้นทุนก็แพงอีกระดับหนึ่ง

“น้ำเสียเป็นน้ำที่ผ่านการ retreat มาแล้วสามารถระบายลงแม่น้ำลำคลองได้ เอามากรองเป็นน้ำดิบ ถ้าปล่อยลงคลองและสูบมาใหม่ก็เหมือนน้ำประปา แล้วแต่ว่าจะบำบัดระดับไหน ถ้าขั้นต้นกรองเป็นน้ำใช้ต้นทุนระดับหนึ่ง ถ้ากรองเป็นน้ำดื่มต้นทุนมากเป็นอีกระดับหนึ่ง…ถ้านำน้ำทะเลมาเป็นน้ำใช้ ต้นทุนแพงกว่า เพราะค่าก่อสร้างแพงต้องวางท่อลงทะเล ดูดน้ำเข้ามา กรอง และ feeding ลงทะเล การผลิตต้องใช้แรงดันสูงกว่า membrane แพงกว่า”

“ผมมองว่าแนวโน้มระยะยาวของไทยหนีไม่พ้นการรีไซเคิลจากน้ำเสีย หลายประเทศใช้เป็นเรื่องปกติ หรือนำน้ำทะเลมาผลิตด้วยเทคโนโลยี RO ซึ่งถูกลงเรื่อยๆ การผลิตจากน้ำเสียจะถูกกว่า RO แต่แพงในด้านจิตวิทยา เพราะคนไม่กล้าใช้…ตอนนี้มีนิคมอุตสาหกรรมบางแห่งใช้น้ำประปารีไซเคิลแล้ว ผลิตเสร็จก็ feed เข้าท่อน้ำประปาหลักให้โรงงานใช้ ค่านิยมจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเมื่อเจอวิกฤตเรื่อยๆ”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า ในอนาคตจะนำ บริษัท วิค วอเตอร์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai แต่ทั้งนี้ต้องมีโครงการผลิตน้ำประปาอีก 3-4 แห่ง เพื่อให้บริษัทมีผลประกอบการที่มั่นคง

 

 

อ่านเพิ่มเติม:


คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP