โรงแรม ‘อมัน นายเลิศ กรุงเทพ’ เปิดให้บริการอย่างทางการแล้วเรียบร้อยในวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา โดย เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่น 4 ได้สานต่อปณิธานของตระกูล ด้วยการผนึกกำลังร่วมกับเชนโรงแรมแบรนด์ดังระดับโลก พร้อมปักธงให้บริการแก่เหล่านักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนในไลฟ์สไตล์ Luxury สุดหรู เคียงคู่ไปกับการเพลิดเพลินอยู่ในพื้นที่สวนสีเขียวอันร่มรื่น ซึ่งถือเป็นแหล่งโอเอซิสและยังคงเอกลักษณ์ที่ยากจะหาที่ใดเหมือนในย่านใจกลางกรุง
หลังการตัดสินใจแบ่งขายพื้นที่โรงแรมปาร์คนายเลิศออกไปบางส่วนในปี 2559 ด้วยมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ประธานบริหาร นายเลิศ กรุ๊ป ทายาทรุ่น 4 ของตระกูล พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) และท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ก็หวนรำลึกคิดถึงอดีตของธุรกิจโรงแรมที่เธอคุ้นชิน เติบโตมาตั้งแต่เด็ก และยังจำได้ดีถึงถ้อยคำที่คุณยาย (ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์) เคยพูดเอาไว้ว่า...อยากจะให้ปาร์คนายเลิศเป็นสถานที่ที่มีครบถ้วนในทุกๆ ด้าน นับตั้งแต่ เรื่องการ กิน อยู่ หลับ นอน
“เมื่อ 5 ปีก่อน เราได้แบ่งขายพื้นที่โรงแรม ขนาด 15 ไร่ ไปให้กับ น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของธุรกิจโรงพยาบาลและการดูแลสุขภาพในเครือ BDMS ซึ่งเราก็ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่ดูแลไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์, ร้านอาหาร, โรงเรียนสอนศิลปะการทำอาหาร Escole Ducasse - Nai Lert Bangkok Studio และธุรกิจบริการรับจัดเลี้ยงในรูปแบบ Private Service เช่น Nai Lert Butler และ White Bus Catering แต่ยังขาดธุรกิจโรงแรมแบบที่คุณยายเคยพูดไว้ เล็กก็เลยไปปรึกษากับคุณแม่ ท่านก็แนะนำให้เราไปหาเชนโรงแรมที่เหมาะสมกับความเป็นตัวเรา และเหมาะกับการรักษาพื้นที่สีเขียวอันเป็นตำนานของต้นตระกูลเราที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่นัลร้อยปีและยังเปรียบเสมือนเป็นปอดของกรุงเทพฯ ให้ได้มากที่สุด” เล็ก ณพาภรณ์ เริ่มต้นเรื่องราวด้วยการเล่าย้อนอดีตให้ทีมงาน Forbes Thailand ฟัง

อมัน กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจบริหารการโรงแรมชั้นนำระดับโลก ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2531 โดยปัจจุบันได้ขยายธุรกิจครอบคลุมโรงแรม รีสอร์ต และเรสซิเดนซ์ เป็นจำนวน 36 แห่ง ในจุดหมายปลายทาง 20 แห่งทั่วโลก คือ คำตอบที่ณพาภรณ์เลือกไว้ในใจ
เธอให้เหตุผลว่า “เชนโรงแรมชื่อดังแบรนด์ใหญ่ๆ ก็มีมาเปิดในกรุงเทพฯ กันหมดแล้ว แต่มีอยู่ 1 แบรนด์ที่เราเคยไปใช้บริการเมื่อ 15-20 ปีก่อน นั่นก็คือ อมันปุรี จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นที่พักระดับ Exclusive สุดหรูที่ทาง อมัน กรุ๊ป ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งแรก และยังเป็นที่ที่เหล่านักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอนด์จากทั่วโลกนิยมเลือกมาพัก อีกทั้งรูปแบบการบริหารจัดการของเชนโรงแรมแห่งนี้ที่เน้นความใส่ใจและสอดคล้องในแต่ละวัฒธรรมอันโดดเด่นของแต่ละพื้นที่ก็น่าจะเหมาะสมและลงตัวกับเรามากที่สุด”

เมื่อได้คำตอบที่ตรงกับใจแล้วจึงติดต่อไปยัง อมัน กรุ๊ป พร้อมขอนัดพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์ที่เดินทางบินมาถึงเมืองไทย เพื่อแสดงเจตจำนงความต้องการของเธอในทันที ด้วยพื้นที่สีเขียวสวยงามร่มรื่นและยังมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครประกอบกับ Story Telling อันน่าสนใจของอดีตความเป็นมาของผืนที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ แห่งนี้ ยังตรงกับแนวทางคอนเซ็ปต์ของการเลือกบริหารโรงแรมหรือรีสอร์ทแต่ละแห่งของแบรนด์อยู่แล้วด้วย ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องต้องกัน และสามารถตกลงชี้จุดที่จะสร้างให้เกิดเป็นโปรเจกต์ระดับกว่า 6,000 ล้านบาท ขึ้นมาได้ภายในวันเดียว...
อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ตอบโจทย์นักลงทุนและนักเดินทางทั่วโลก
โครงการ อมัน นายเลิศ กรุงเทพ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
1. Resident ที่พักอาศัย ซึ่งเป็นตึก 36 ชั้น มีจำนวนห้อง 34 ยูนิต โดยหลังจากเปิดขายก็ได้รับ feedback ดีมากๆ สามารถ Sold out ได้หมดนับตั้งแต่ปลายปี 2567 ที่ผ่านมา
"โครงการนี้มีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท (Resident + Hotel) เริ่มสร้างขึ้นในช่วงสถานการณ์ Covid-19 ลูกค้าแต่ละคนยังต้องกักตัวล็อกดาวน์ เราขายคอนโด resident ด้วยการพูดคุยกับลูกค้าผ่านออนไลน์พร้อมโชว์เพียงแค่ floor plan ที่ออกแบบเอาไว้ ซึ่งดีเทลรายละเอียดต่างๆ ที่ทำออกมาสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Luxury ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มองหาบ้านหลังที่ 2 โดยจะมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ และให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านจริงๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมาจากความเชื่อมั่นทั้งในแบรนด์ทั้งแบรนด์อมัน x ปาร์คนายเลิศ โดยห้องที่ใหญ่ที่สุดของฝั่ง resident ที่เราขายไป มีขนาดใหญ่ถึง 2,200 ตร.ม." ณพาภรณ์ กล่าว
2. Hotel โรงแรม มีจำนวนทั้งหมด 52 ห้อง และเป็นห้องพักแบบสวีททั้งหมด ซึ่งห้องพักขนาดเล็กสุดจะอยู่ที่ 90 ตร.ม. ส่วนห้องขนาดใหญ่สุดจะมีพื้นที่กว้างขวางถึง 713 ตร.ม. และยังมีส่วนของฟิตเนส สปา ห้องดูหนัง อยู่ภายในห้องสวีทที่ครองพื้นที่ทั้งฟลอร์ ถือเป็นห้องพักสวีทของโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ณ ปัจจุบัน ที่พร้อมเปิดให้บริการแล้วนับตั้งแต่ 2 เมษายน 2568

ผสานเรื่องราวจากบ้านเรือนไทย 110 ปี สู่ดีไซน์อันโดดเด่น
อมัน นายเลิศ กรุงเทพ คือ ผลงานการออกแบบโดย มร. ฌอง-มิเชล กาธีย์ (Jean-Michel Gathy) จากบริษัทสถาปนิกเดนนิสตัน (Denniston) ผู้เป็นพันธมิตรกับทาง อมัน กรุ๊ป มาอย่างยาวนาน เขาได้นำรายละเอียดวัฒนธรรมความเป็นไทยของบ้านปาร์คนายเลิศที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานถึง 110 ปี ผสานเข้ากับองค์ประกอบแบบร่วมสมัยอย่างลงตัว ยกตัวอย่างเช่น งานศิลปะ 'Finger print' ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรอยนิ้วมือของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์, งานประติมากรรมของ 'ต้นจามจุรี' ที่เคยตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนปาร์คนายเลิศ ได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นบริเวณล็อบบี้ ชั้น 9 ของโรงแรม, ต้นสมพงษ์ ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านจากบริเวณสวนชั้นล่าง สูงมาถึงชั้น 9 ตรงบริเวณสระว่ายน้ำ, โคมไฟเปลือกไม้พญารากดำ, จิตรกรรมลูกข่างและบ้านเลขที่ 1 บริเวณ Reception ต่อเนื่องไปถึงเพดานห้อง และพื้นไม้ ซึ่งทุกอย่างล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านไม้เรือนไทยหลังเก่าของ 'นายเลิศ' ได้กลายมาเป็นผลงานศิลปะที่สอดแทรกอยู่ภายในพื้นที่ต่างๆ ของโรงแรมอย่างกลมกลืนเพื่อให้เหล่านักเดินทางผู้มาเยือนได้สัมผัสและชื่นชม
"การนิยามคำว่า Luxury ของแต่ละคนนั้น มีหลายระดับ ไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าจะให้เล็กพูดอธิบายถึงไลฟ์สไตล์ความหรูหราที่ทาง อมัน นายเลิศ พร้อมมอบประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่มาพักนั้น คือ เราไม่จำเป็นจะต้องเอาทองคำมาแปะให้มันดูหรูหรา โดดเด่นแบบตะโกน จนเหลืองทองอร่ามไปทั้งหลัง! แต่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เราเลือกใช้ ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุอย่างดีมีคุณภาพชั้นเลิศในทุกๆ ดีเทล คือ ถ้าเป็นไม้ เราก็จะเลือกใช้ไม้สักทองที่มีคุณภาพดีและคงทนถาวรมากที่สุด เป็นต้น" ทายาทรุ่น 4 ของนายเลิศกล่าวเสริม


บริการระดับ World Class จาก อมัน นายเลิศ กรุงเทพฯ
นอกเหนือจากห้องพักโรงแรมอันสวยงาม มีขนาดพื้นที่กว้างขวางมากกว่าโรงแรมหรูอื่นๆ ทั่วไป และยังตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองที่มีแมกไม้นานาพรรณ พร้อมกับพิพิธภัณฑ์ 'นายเลิศ' อันเก่าแก่ ให้ได้สัมผัสความรื่นรมย์อย่างใกล้ชิด
ทางโรงแรมเอง ยังมีโซนล็อบบี้หรือโถงกลางที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ณ บริเวณชั้น 9 พร้อมด้วยส่วนรีเซปชั่นต้อนรับ, ห้องอาหารอิตาเลียน อาร์วา (Arva) ห้องอาหารซิกเนเจอร์ของอมัน, 1872 เลานจ์บาร์ เสิร์ฟเซ็ตน้ำชายามบ่ายและค็อกเทลยามค่ำคืน, เดอะ พูล (The Pool) บาร์ริมสระน้ำ และสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้
นอกจากนี้ ยังมีบริการ อมัน สปา แอนด์ เวลเนส (Aman Spa & Wellness) ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,500 ตร.ม. ให้บริการเพื่อผ่อนคลายและการบำบัดไปกับ อมัน สปา (Aman Spa) และเมดิคัล เวลเนส ครบครันด้วยอุปกรณ์อันทันสมัยสำหรับวารีบำบัด (Hydrotherapy) ต่อเนื่องไปถึงโซนออกกำลังกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแขกผู้เข้าพักและสมาชิกของ อมัน คลับ ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับ 2 ห้องอาหารญี่ปุ่นอย่าง Hirori Teppanyaki และ Sesui Omakase รวมถึง อมัน เลานจ์ (Aman Lounge) และ ซิการ์ บาร์ (Cigar Bar)


สำหรับสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากนานาประเทศทั่วโลกของ อมัน คลับ สามารถเข้าใช้บริการในคลับ 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในมหานครอันเลื่องชื่อทั้งด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของโลก ได้แก่ อมัน คลับ โตเกียว, นิวยอร์ก และล่าสุดที่ อมัน นายเลิศ กรุงเทพ ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกสุด Exclusive จะต้องได้รับคำเชิญจากเหล่าสมาชิกเท่านั้น โดยผู้ที่ได้รับมอบเอกสิทธิ์สามารถใช้สิทธิพิเศษในการใช้บริการส่วนของโรงแรมและรีสอร์ตในเครืออมัน 36 แห่งทั่วโลกได้ตลอดชีพ ซึ่งเอกสิทธิ์ดังกล่าวยังสามารถสืบทอดไปยังทายาทสายตรงได้อีกด้วย
ไม่ตั้งเป้ารายได้! แต่ตั้งเป้าให้ลูกค้า 'กลับมาใช้บริการซ้ำ'
'นายเลิศ กรุ๊ป' มีพนักงานทั้งสิ้นราว 300 คน และพนักงานของ อมัน นายเลิศ ทั้งหมดอีก 300 คน ด้วยพนักงานจำนวนมาก 'การบริหารคน' ในธุรกิจบริการจึงถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด ณพาภรณ์บอกว่า เธอยึดถือหลัก 'พรหมวิหาร 4' ได้แก่ เมตตา มุทิตา กรุณา และอุเบกขา ตามคำสอนของคุณทวด (พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ) ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งคุณทวดยังได้นำแนวทางดังกล่าวมาออกแบบเป็นโลโก้ 4 ช่องภายในรูปวงกลม คล้ายกับ 'ขนมกง' ซึ่งโลโก้ดังกล่าวก็ถูกนำมาใช้ในทุกธุรกิจภายใต้การดูแลของนายเลิศ กรุ๊ป ในปัจจุบัน
"ถ้าเราบริหารคนไม่เป็น ธุรกิจก็จะก้าวไปสู่ความสำเร็จแบบที่ตั้งใจเอาไว้ไม่ได้ เราทุกคนต่างก็มีปัญหาเหมือนกันหมดแต่จะทำยังไงให้พนักงานของเรารู้สึกแฮปปี้ทำงานได้อย่างมีความสุข ซึ่งในฐานะเจ้านายบางครั้งเล็กก็ดุเพื่อให้งานต่างๆ ออกมาดี ถ้าลูกน้องเข้าใจตรงจุดนี้และมี Mindset ที่ดีงานต่างๆ ก็จะออกมาดีตามไปด้วย ซึ่งเราก็ต้องรู้จักการให้ใจกับลูกน้องด้วย แล้วเขาก็จะให้ใจกับเราตอบกลับมาด้วยเช่นกัน"

เมื่อถามถึงเป้าหมายของรายได้หลังจากโรงแรมเปิดให้บริการอย่างเต็มตัว ทายาทสาวรุ่นที่ 4 ให้ความเห็นว่า "เราไม่ได้ตั้งเป้ารายได้เป็นตัวเลขเลยค่ะ แต่เราตั้งเป้าหมายในเรื่องของการบริการที่ดี ทำอาหารได้อร่อยถูกใจนักท่องเที่ยวที่มาเข้าพัก เราอยากสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในทุกๆ ด้าน จนทำให้เขารู้สึกอย่างกลับมาใช้บริการซ้ำ พื้นฐานเรามาจากตระกูลครอบครัวอันเก่าแก่ที่ทำธุรกิจโรงแรม ดังนั้นเรื่องของมารยาท การให้บริการด้วยการใส่ใจดีเทลรายละเอียดเล็กๆ ต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่โรงแรม อมัน นายเลิศ กรุงเทพ นี้ เรายังใช้เสน่ห์ความเป็นไทยอย่าง การไหว้ การยิ้มแย้ม ความอ่อนน้อม และการไม่ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่หรือแขกผู้มาเยือนในระหว่างการรอ check in ซึ่งทุกๆ บริการของเราจะเน้นความประณีตแบบมืออาชีพ ผสมผสานกับการให้บริการระดับ International ได้อย่างลงตัว"

สำหรับการบริหารธุรกิจโรงแรมใหม่แม้จะมีเชนโรงแรมดังระดับโลกอย่าง อมัน กรุ๊ป เข้ามาช่วยดูแล แต่ทว่าท่ามกลางความภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทั่วโลก ประกอบกับคู่แข่งจากแบรนด์ต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่สร้างความท้าทายให้กับ ผู้บริหารสาวร่างเล็กแต่ปราดเปรียว อย่าง เล็ก ณพาภรณ์ ได้เป็นอย่างดี
"โรงแรมของเราพร้อมให้บริการสิ่งที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการแล้วในวันที่ 2 เมษายน 2568 ซึ่งการดำเนินธุรกิจก็ต้องมีอุปสรรคหรือปัญหาต่างๆ มาสร้างความท้าทายให้เราอยู่เสมอ ดังนั้นสิ่งที่เราจะรับมือได้ดีที่สุด ก็คือ การปรับตัวให้ทันโลกในยุคปัจจุบันและต้องเตรียมพร้อมปรับตัวก้าวไปอีกขั้นสำหรับการแข่งขันในอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้ตลอด"
ทั้งนี้ ณพาภรณ์ยังบอกทิ้งท้ายอีกด้วยว่า ไม่อยากให้กลุ่มธุรกิจโรงแรมต้องมาแข่งขันแย่งลูกค้าด้วยการตัดราคากันเอง เพราะโรงแรมที่พักแต่ละแบรนด์ล้วนมีจุดแข็ง เอกลักษณ์อันโดดเด่นที่แตกต่าง ดังนั้นเธอจะขอเลือกพัฒนาธุรกิจและแข่งขันกับตัวเองมากกว่า พร้อมดูแลธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับพนักงานในองค์กรได้พร้อมๆ กัน
ภาพ : วรัชญ์ แพทยานันท์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 25 ปี 'Divana' ยึดหลัก 'Passion + Professional' พาธุรกิจสปาและเครื่องหอมเติบโต
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine