2 For 1 แม่ทัพหญิงแห่ง Gourmet One - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

2 For 1 แม่ทัพหญิงแห่ง Gourmet One

พรพรรณ ปัญญาภิรมย์

สองสาวพี่น้อง “เหมอังกูร” ผนึกกำลัง ผสานศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน ต่อยอดความสำเร็จจากผู้นำซัพพลายเออร์อาหารบนเรือสำราญ สู่ยักษ์ใหญ่ 1 ใน 3 บริษัทนำเข้าอาหารพรีเมียมป้อนโรงแรมหรูทั่วประเทศ ภายใต้หลัก Everything’s possible!

เบื้องหลังอาหารชั้นเลิศ ไม่ได้มีแค่ฝีมือของเชพระดับโลกเท่านั้น วัตถุดิบที่นำมาปรุงย่อมมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวด ในวันนี้โรงแรมหรูในประเทศไทยไม่มีแห่งใดไม่รู้จัก Gourmet One หรือบริษัทกูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายอาหารระดับพรีเมียมจากต่างประเทศ ที่มียอดสั่งซื้อติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ ภายใต้การนำของสองแม่ทัพหญิงผู้บุกเบิก นันทิยา (เจี๊ยบ) และพัชรินทร์ (จ้อ) เหมอังกูร

สองพี่น้องเริ่มสั่งสมประสบการณ์จากธุรกิจส่งออกวัตถุดิบอาหารให้กับเรือสำราญตั้งแต่ปี 2541 ในชื่อบริษัท J & G International โดยมีเรือ Star Cruise เป็นลูกค้ารายแรก จนกระทั่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศในเวลานั้น ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 80%  ซึ่งต่อมาได้เป็นใบเบิกทางให้ทั้งคู่เดินทางศีกษาดูงานทั้งในเอเชียและยุโรป จนมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบอหารพรีเมียม และเครื่องดื่มจากต่างประเทศ

ในปี 2546 เส้นทางธุรกิจของ Gourmet One เปลี่ยนจากส่งออกเป็นนำเข้าอย่างเต็มตัว ประเดิมด้วยวัตถุดิบจากฝรั่งเศส ไม่ว่าจะฟัวกรา ไข่ปลาคาเวียร์ กุ้งล็อบเตอร์ ปลา ชีส ผัก ผลไม้ และช๊อกโกแลต ส่งให้กับโรงแรมระดับห้าดาว ซึ่งเป็นที่ประจำการของเชฟชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่ รวมทั้งสำรวจความต้องการอาหารโดยตรงจากเชฟ โรงแรม และร้านอาหาร เพื่อให้สามารถนำเข้าวัตถุดิบอาหารได้ตรงตามความต้องการ

เมื่อตั้งใจแล้วจะสร้างธุรกิจเช่นนี้ สองพี่น้องได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามถนัดอย่างลงตัว นันทิยาดูแลในฝั่งลูกค้าและการขาย ส่วนพัชรินทร์ดูแลด้านปฏิบัติการและซัพพลายเออร์  เป็นความแตกต่างที่เติมเต็มกันและกันได้อย่างลงตัว เหมือนขาสองข้างที่ต้องก้าวเดินไปด้วยกัน

“จ้อเป็นคนเก่งเลขและการจัดการ ส่วนแราได้เรื่องภาษา เมื่อวิทย์กับศิลป์มาเจอกันก็กลายเป็นความพอดี” นันทิยาเสริม

หัวใจความสำเร็จที่ทั้งคู่ยึดเป็นหลักการทำงานทั้งในฝั่งลูกค้าและฝั่งซัพพลายเออร์ นั่นคือ Everything’s possible! หรือ “ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ต้องได้” ทุกการปฏิบัติต้องมีแผนสำรอง และต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับรักษาคำสัญญาต่อลูกค้าและซัพพลายเออร์ทุกราย ให้พวกเขาได้รับประโยชน์สูงสุด

BACK TO TOP