ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ข้ามยุคหุ้นสู่การบริหารความมั่งคั่ง - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • Power Women >
  • ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ข้ามยุคหุ้นสู่การบริหารความมั่งคั่ง

ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ข้ามยุคหุ้นสู่การบริหารความมั่งคั่ง

คนที่อยู่ในแวดวงการลงทุนในธุรกิจหลักทรัพย์ต้องรู้จักผู้บริหารหญิงคนนี้ เพราะนอกจากเธอจะเป็นซีอีโอในบริษัทหลักทรัพย์ข้ามชาติชื่อดังมานานถึง 18 ปี (จากปี 2544-ปัจจุบัน) ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

เธอยังมีบทบาทสำคัญในหลายหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจในตลาดทุน ทั้งการเป็นนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยต่อเนื่องถึง 2 สมัย เป็นรองประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย รองประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Forbes Thailand มีโอกาสได้พูดคุยกับซีอีโอหญิงแกร่งที่ได้รับฉายาว่าเป็น “เจ้าแม่ตลาดหุ้น” ซึ่งเธอไม่ยินดีกับสมญานามนี้นัก

แม้จะยังคงปักหลักทำงานให้กับแวดวงการลงทุนอย่างเต็มตัวก็ตาม ปัจจุบันภัทธีราเป็นผู้บริหารหญิงเบอร์ 1 ในธุรกิจด้านการลงทุนของดีบีเอส วิคเคอร์ส บริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการแนะนำการลงทุนในกลุ่มธนาคารดีบีเอส (DBS Bank) ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการลงทุนในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ด้วยบริการปรึกษาการลงทุนรอบด้านให้กับบรรดามหาเศรษฐีที่ต้องการผลตอบแทนการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่เรียกว่างาน “บริหารความมั่งคั่ง” หรือ wealth management ที่นิยมแพร่หลายในหมู่ผู้มีฐานะที่ต้องการต่อยอดทรัพย์สินด้วยการลงทุนให้สินทรัพย์เพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

“อยู่ในวงการมาเกือบ 30 ปี ทำงานกับบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศมาตั้งแต่แรกด้วยการเป็นนักวิเคราะห์ ทำให้เข้าใจเรื่องการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น” เป็นการแนะนำตัวแบบรวบรัดของภัทธีรา ผู้หญิงแถวหน้าในแวดวงตลาดทุนที่หลายคนรู้จักเธอในบทบาทบริหารการลงทุนที่ทำมานานเกือบ 3 ทศวรรษ เติบโตและต่อสู้มาพร้อมกับพัฒนาการที่เกิดขึ้นในตลาดทุน จากวันที่การลงทุนส่วนบุคคลกว่า 60% ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาวันนี้เหลือเพียง 30% โดยนักลงทุนจำนวนหนึ่งหันไปสู่การลงทุนใหม่ๆ กระจายพอร์ตทั้งในและต่างประเทศ

วันนี้การลงทุนของคนเปลี่ยนไป ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนอย่างบริษัทหลักทรัพย์มีขอบข่ายงานให้บริการที่กว้างขึ้น มีสินค้าด้านการลงทุนให้ลูกค้าเลือกมากขึ้น และบริหารความเสี่ยงในการลงทุนได้ดีขึ้น

จากลงทุนสู่ “บริหารความมั่งคั่ง”

“Wealth management ยังไงก็ต้องมาเพราะตอบโจทย์การลงทุน และยังมีช่องว่างที่จะโตได้อีกมาก แต่มีทั้งขึ้นและลงเพราะถ้าบริการไม่ดีคนก็ไม่เลือก ที่ผ่านมาคนไทยไม่ใส่ใจบริหารจัดการเงินเท่าไร ฝากธนาคารกันเยอะ ตอนหลังดีขึ้น ซื้อกองทุนรวมมากขึ้นตอนนี้มีแอปที่ช่วยบริหารจัดการเงินเยอะมากออมอย่างไร คำานวณการลงทุนอย่างไรมีหลายหน่วยงานทำทั้งขอ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็มี ทุกคนมีหมด”

แม่ทัพหญิงแห่งดีบีเอส วิคเคอร์ส บอกว่าทุกวันนี้คนที่ตื่นตัวในเรื่องการลงทุนมี 2 กลุ่มหลัก คือ วัยเริ่มทำงาน และวัยใกล้เกษียณ จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ทุกคนหันมาโฟกัสกัสที่กลุ่มคนเริ่มทำงานและเริ่มเก็บเงินเพราะเป็นกลุ่มอนาคต ซึ่งหากวางพื้นฐานดีจะสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้ดี ส่วนกลุ่มคนใกล้เกษียณก็มี โปรแกรมดูแลเงินที่มีอยู่ให้ดีขึ้นคน 2 กลุ่มนี้ตื่นตัวอย่างเห็นได้ชัด และยังขยายไปถึงคนที่ทำงานไปแล้วสักพักด้วยเป้าหมายสร้างอนาคต

“ตลาดตื่นตัวเรื่องการลงทุนด้วยรูปแบบที่สม่ำเสมอและยั่งยืนมากขึ้น ตอนนี้เป็นยุคลงทุนอย่างยั่งยืนไม่ใช่ฉาบฉวย” เรียกว่าเป็นพัฒนาการของตลาด คนสนใจเรื่องการลงทุนแต่ไม่บุ่มบ่าม ที่เคยทุ่มลงทุนโดยขาดข้อมูล ก็ปรับสู่การลงทุนที่ระมัดระวังและรอบคอบมากขึ้น

ปั้นทีมแกร่ง “พร้อมบริการ”

“เวลาเราทำอะไร ต้องทำสิ่งที่ยากที่สุดให้ได้ก่อน จะทำให้มีความเข้าใจ หลังจากนั้น ทุกอย่างจะไม่ยาก ที่เหลือก็จะไปเร็ว” เป็นหลักคิดของผู้นำหญิงแห่งดีบีเอส วิคเคอร์สซึ่งนำมาใช้กับการทำงานตลอด 30 ปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาทุกรอบก็ใช้หลักคิดนี้ในการฝ่าฟัน และแน่นอนไม่เพียงตัวเองเท่านั้น แต่เธอยังปลูกฝังวิธีคิดและการทำงานแบบนี้ให้กับทีมงาน ทำให้ทุกคนตื่นตัว ตื่นรู้ และพร้อมจะเริ่มต้นกับงานที่ยากก่อน เป็นการกรุยทางเพื่อทำให้ทุกอย่างเดินหน้าได้โดยง่ายในเวลาต่อมา”

ภัทธีราบอกว่า ดีบีเอส วิคเคอร์สอยู่ในประเทศไทยมากว่า 20 ปี แต่เพิ่งให้บริการ wealth management อย่างจริงจังมาได้เพียง 5 ปี เพราะตลาดเพิ่งเปิด ซึ่งหากถามเรื่องบริหารความมั่งคั่งก่อนหน้านี้ คงไม่มีใครใช้ ในอดีตต้องยอมรับว่าตลาดทุนเมืองไทยเน้นแต่เรื่องหุ้น ซึ่งดีบีเอส วิคเคอร์สก็ให้บริการเรื่องหุ้นมาตลอดจากอดีตถึงปัจจุบันมีลูกค้าทั้งที่เป็นบุคคลและนิติบุคคลรวมกันราว 3 หมื่นราย

“สายเวลธ์ลูกค้าไม่เยอะ แต่ไซซ์ใหญ่กว่าและเป็นธุรกิจเพิ่งเกิด ก็ค่อยๆ สร้างไป ที่บอกว่าเพิ่งเปิดสายนี้มา 5 ปี อันที่จริงมันเป็นช่วงของการพัฒนา แต่เพิ่งเปิดเต็มรูปแบบจริงจังเพียง 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง เพราะไม่ใช่ใครจะทำได้ง่าย ต้องขออนุญาต มีการวางระบบ จัดอบรมให้พร้อมบริการ”

 

เปิดโลกการลงทุน

ภัทธีราบอกว่า งานบริหารความมั่งคั่งมีกระบวนการที่ลึกมาก และล่าสุดดีบีเอสวิคเคอร์สเพิ่งเปิดให้บริการระดับสูงสุดด้วยผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนจำนวนมาก ซึ่งเป็นความร่วมมือกับธนาคารดีบีเอสโดยมีฐานลูกค้าที่เรียกว่า high-net-worth เครือข่ายผู้มั่งคั่งที่พร้อมจะลงทุน คนกลุ่มนี้ตามข้อมูลที่สำรวจกันในประเทศไทยมีกว่า 1.22 แสนราย มูลค่าความมั่งคั่งสูงพอสมควร พวกเขาต้องการการลงทุนเพื่อเพิ่มพูนสินทรัพย์ บริษัทบริหารการลงทุนมีหน้าที่ต้องดูแลให้การลงทุนเป็นไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่า ยั่งยืน และกระจายความเสี่ยงที่ดี

“เราอยากจะเป็น wealth management house เต็มรูปแบบจริงๆ ไม่ใช่โฟกัสเฉพาะไฮเอนด์อย่างเดียว” ภัทธีราย้ำและว่า การจะทำได้ดีต้องรู้จักตลาดไฮเอนด์เป็นอย่างดีดิจิทัลมาแน่นอน เปิดใช้บริการในวงกว้างทำให้ขยายเร็วขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาขายต้องพร้อมให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ลูกค้าต้องเข้าถึงได้ตลอดเวลา รับรู้ความเคลื่อนไหว และต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้

ภาพ: จันทร์กลาง กันทอง

View this post on Instagram

ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารหญิงแห่งธุรกิจด้านหลักทรัพย์และการลงทุน ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 18 ปี ในวงการนี้ทำให้เธอได้รับฉายา “เจ้าแม่ตลาดหุ้น” ถึงแม้เธอจะไม่ยินดีนักแต่ผลงานการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพที่ผ่านมาเป็นเครื่องบ่งบอกได้เป็นอย่างดี และนี่คืออีกหนึ่งแนวคิดจากเธอ #ForbesThailand #PowerWoman #DBS

A post shared by Forbes Thailand Magazine (@forbesthailand) on


คลิกอ่านฉบับเต็ม “ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ข้ามยุคหุ้นสู่การบริหารความมั่งคั่ง” ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2562 ได้ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP