เพชรลดา พูลวรลักษณ์ นักสะสมความสุขผ่าน Designer Toys - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Forbes Life
  • People >
  • เพชรลดา พูลวรลักษณ์ นักสะสมความสุขผ่าน Designer Toys

เพชรลดา พูลวรลักษณ์ นักสะสมความสุขผ่าน Designer Toys

Forbes Thailand / Admin
23 Jul 2021 | 7:29 am 484

ของสะสมแต่ละอย่างมีเรื่องราวและเสน่ห์เฉพาะตัว ในโลกของ Designer Toys ทุกชิ้นล้วนมีที่มา และเป็นภาพสะท้อนความทรงจำของนักสะสม ที่บางครั้งมูลค่าหลักแสนหลักล้าน อาจแทนที่ไม่ได้กับความสุขที่เกิดขึ้น

จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากความชื่นชอบ “ไอรอนแมน” ซูเปอร์ฮีโร่ตัวแรกที่นำทางมาสู่อาณาจักรของสะสมสุดรัก จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 10 ปีที่ Designer Toys เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของ เพชรลดา พูลวรลักษณ์ ผู้บริหารหญิงคนเก่งแห่งเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในบทบาทผู้บริหารสร้างยอดขายหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในมุมเล็กๆ ส่วนตัวมีความรักและชื่นชอบการสะสมของเล่นเป็นอย่างมาก

“เริ่มสะสมไอรอนแมนใส่ชุดเกราะสีแดง เพราะดูภาพยนตร์แล้วชอบคาแรกเตอร์ เป็นครั้งแรกในปี 2551 จากนั้นก็เริ่มขยายมาเป็นกัปตันอเมริกา ตามมาด้วย Astro Boy เจ้าหนูอะตอม เพราะเป็นการ์ตูนที่ชอบมาก เป็นความทรงจำตั้งแต่เด็กๆ ปัจจุบันมี Designer Toys ที่สะสมไว้เกือบ 100 ชิ้น” เพชรลดาเล่าถึงความสุขที่เพียงแค่นั่งมอง ก็สามารถยิ้มได้โดยไม่รู้ตัว

หลังจากสะสมไอรอนแมน เพชรลดา เริ่มสนใจสะสมของเล่นในคาแรกเตอร์อื่นๆ ที่ทำให้ย้อนระลึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก โดยทยอยเก็บสะสมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งขณะนี้มี Designer Toys รวมเกือบ 100 ตัว ซึ่งมีหลายตัวที่เป็น Limited Edition จำนวนจำกัดเพียง 200 ตัวในโลก รวมถึงเดินทางเสาะหาเองที่งาน Comic ประเทศญี่ปุ่น และงาน Designer Toys อื่นๆ เช่น Bearbrick ทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่จำนวนมาก

“ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งชอบงานพวกตุ๊กตา การ์ตูนต่างๆ เหมือนย้อนกลับไปวัยเด็ก…หุ่นยนต์สีแดงชื่อ โรโบคอน เป็นอีกตัวที่ชอบมาก เพราะตอนเด็กๆ แม่บังคับให้อ่านหนังสือ แต่เราอยากจะดูหนังในเรื่องที่แม่ไม่อยากให้ดู เพราะมันไร้สาระ ทำให้ใช้วิธีแอบแม่เพื่อจะดูให้ได้ เวลาเห็นเจ้าตัวนี้ทีไร ทำให้นึกถึงโมเมนต์ดีๆ อยู่ตลอด” เพชรลดาย้ำถึงภาพจำดีๆ ในวัยเด็กที่กลายเป็นแรงบันดาลใจของการสะสม

 

  • มากกว่าของสะสม

แม้จะเป็นของสะสมที่มีมูลค่าทางใจ มากกว่าการตีราคา แต่ด้วยความต้องการของตลาดที่มีอยู่มาก ส่งผลให้มี Designer Toys บางตัวราคาพุ่งไปไกลมาก โดยเฉพาะหากเป็นสินค้าที่ผลิตจำนวนจำกัด หรือผลิตเพียงครั้งเดียว ยิ่งทำให้กลายเป็นของสะสมหายาก มูลค่าสูง

“กัปตันอเมริกา ไม่ได้ชอบมากนัก แต่ตัวที่ได้มามีดีเทลที่เจ๋งมากและหาซื้อยากมากในตลาด ทำให้ราคาปรับตัวค่อนข้างสูง เพราะความชอบไม่ได้มองที่ราคาเป็นอย่างแรก ตัวไหนราคาปรับขึ้นก็ถือว่าฟลุกไป แต่ไม่คิดที่จะขายอยู่แล้ว ทำให้เราไม่คอยสนใจเรื่องราคาขายต่อ มีแต่เพื่อนที่ไปเห็นมาจะคอยบอกว่าตัวนี้หายากนะในตลาด”

ขณะเดียวกัน เพชรลดายังยกตัวอย่าง Designer Toys ที่เพิ่มมูลค่าสูงขึ้นอย่าง Balloon Dogs ของ Jeff Koons ซึ่งเธอมีอยู่ในครอบครองเพราะความชอบ โดยไม่ได้มองที่มูลค่าในอนาคต แต่เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 ชิ้น ทำให้ราคาคาดการณ์น่าจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่าจากราคาซื้อขายเริ่มต้นจำนวนแสนต้นๆ แต่ในปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 440,000 บาท และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เราชอบ Balloon Dogs ของ Jeff Koons เพราะตอนนั้นไปมิวเซียมที่ฝรั่งเศส เจอที่เป็นตัวโชว์ขนาดใหญ่ แต่พอเขาปรับมาเป็น Smaller Size ก็รู้สึกว่าสวยดี แล้วเราก็ชอบอะไรที่เป็น Smaller Size อยู่แล้ว ตัวนี้ซื้อมาเพราะน่ารักก่อนมองเรื่องของการลงทุน ไม่ได้คิดอะไรมาก เป็นความสุขความชอบล้วนๆ”

นอกจากนี้ เพชรลดายังกล่าวถึง Designer Toys ราคาแพงที่สุด ซึ่งเธอยกให้กับ “กัปตันอเมริกา” เนื่องจากเป็นตัวที่มี รายละเอียดเครื่องแต่งกายมาก ไม่ว่าจะเป็น เข็มขัด กางเกง รองเท้า หมวก ซึ่งแทบไม่มีแล้วในปัจจุบัน โดยเฉพาะกัปตันอเมริการุ่นวินเทจที่หายากมาก

“Astro Boy บางตัวเป็นงาน Limited มีเพียง 200 ตัวในโลก ตัวที่ได้มาเป็นตัวที่ 58 การที่ Astro Boy ได้รับความสนใจจาก นักสะสม เป็นเพราะมีหลายคาแรกเตอร์ ตัวที่มีอยู่ก็มีรุ่นคนไทย คาแรกเตอร์ยืนไหว้ นอกจากท่าทาง ยังมีหลายขนาดให้เลือก” เพชรลดากล่าวถึง Designer Toys ราคาแพง ที่มีอยู่จะเป็นงานของอาร์ทิสต์ที่มีชื่อเสียงจากเพื่อนที่มอบให้ เพราะรู้ว่าชอบจึงทำให้เป็นพิเศษ

ขณะที่ความยากง่ายในการได้มาไว้เป็นของสะสม โดยรายละเอียดแต่ละตัวจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งเพชรลดายกตัวอย่าง Astro Boy ซึ่งมีชุดที่หลากหลายและจำนวนมากในการสะสม โดยหากเป็นการสะสมครบคอลเล็กชันจะมีทั้งหมด 4 ตัว แต่เพชรลดายังมีเพียงแค่ 2 ตัว

“เราซื้อไม่ทัน เพราะขายออกเร็วมาก ถ้าจะหาซื้อมือ 2 ตอนนี้ก็ไม่มีขาย ตอนนี้อยู่ที่เรามีแค่ 2 ตัว แล้วอีก 2 ตัวที่ไม่มี คือตัวหนึ่งเป็นเสื้อสีเหลือง อีกตัวคือเสื้อกีฬา”

อย่างไรก็ตาม การเป็นนักสะสมทำให้รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้ได้มาครอบครอง เช่น การจองคิวกับเจ้าของสินค้าหรือร้านรับพรีออร์เดอร์ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีร้านนำเข้าของเล่นในประเทศไทยจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะ Bearbrick หรือแม้แต่ Astro Boy ที่กลับมาได้รับความนิยมในกลุ่มนักสะสมเมืองไทยมากขึ้น

“บางครั้งร้านประจำส่งของมาให้ดูทางไลน์ ราคาที่ได้มามีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหลายแสน ตระกูลอเวนเจอร์สเป็นของสะสมที่คนเล่นเยอะ ขายดีมาก ถ้าคิดจะขายต่อก็ได้ราคาดี ซึ่งเรื่องนี้ไม่ค่อยรู้มากเท่าไหร่ ซื้อมาเพราะความชอบ ไม่ได้ซื้อมาเพราะมองเป็นการลงทุน”

เพชรลดาปิดท้ายถึงคุณค่าที่ได้รับทางจิตใจ ด้วยราคาและความยากง่ายกว่าจะได้มาของแต่ละตัวแตกต่างกัน เธอจึงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทำความสะอาดของสะสมเป็นประจำ โดยเฉพาะตัวที่มีราคาสูงจะเก็บไว้ในกล่องก่อนเก็บใส่ตู้โชว์ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและการแตกหักเสียหาย

“เมื่อเรายิ่งโตความสุขยิ่งหายาก เพราะทุกคนยุ่งอยู่กับงาน จึงต้องพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อดึงความทรงจำดีๆ กลับมา โดยในมุมมองของนักสะสม ท้ายที่สุดแล้ว คนจะมองหาอะไรที่ให้ความสุข จับต้องได้ และเตือนตัวเองให้นึกถึงช่วงความสุขในอดีต อย่างหุ่นยนต์สีแดง โรโบคอน เห็นทุกครั้งก็รู้สึกดี เพราะเป็นตัวที่ชอบมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งเรามีความสุขที่ได้เห็นทุกวัน แค่มองก็ยิ้มได้ เวลาทำงานมาเหนื่อยๆ เห็นแล้วก็มีความสุข ตัวที่โชว์เราก็ไม่ค่อยให้ใครจับอยู่แล้ว เราดูแลเอง เก็บเอง”

 

เรื่อง: กัญสุชญา สุวรรณคร ภาพ: กิตติเดช เจริญพร

อ่านเพิ่มเติม:


คลิกอ่านฉบับเต็ม และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับพิเศษประจำเดือนมิถุนายน 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP