"อมราพร เจียง" ปั้น "เอเชีย กรุ๊ป" เสริมแกร่งอู่เสรีชัยเมืองชล - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Entrepreneurs
  • People >
  • “อมราพร เจียง” ปั้น “เอเชีย กรุ๊ป” เสริมแกร่งอู่เสรีชัยเมืองชล

“อมราพร เจียง” ปั้น “เอเชีย กรุ๊ป” เสริมแกร่งอู่เสรีชัยเมืองชล

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
26 Feb 2020 | 8:10 pm 3901

“อมราพร เจียง” ทายาทคนโตของบริษัท อู่เสรีชัย จำกัด ผู้ประกอบและจําหน่ายตัวถังรถเพื่อการพาณิชย์แห่งชลบุรี เปิดประตูท้าทายความเชื่อว่า “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” เดินหน้าสร้างการเติบโตบนเส้นทางธุรกิจใหม่ พร้อมต่อจิ๊กซอว์อาณาจักรครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 25 ปี ปักธงรายได้ทะลุพันล้าน

แม้จะได้รับการวางตัวให้เป็นทายาทสานต่อธุรกิจ “อู่เสรีชัย” ของครอบครัว ซึ่งเป็นโรงงานประกอบตัวถังรถหลายรูปแบบ ทั้งรถบรรทุก รถเทรลเลอร์ รถมิกเซอร์ รถโดยสาร รองรับตลาดในประเทศและส่งออก เช่น รถโดยสารของนครชัยแอร์ หรือรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แต่ อมราพร เจียง ก็ไม่เคยทิ้งความฝันการเป็นผู้บุกเบิกสร้างทางธุรกิจของตัวเอง ทั้งยังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานจากกิจการของครอบครัวที่คลุกคลีตั้งแต่วัยเด็ก

“อู่เสรีชัยเป็นธุรกิจของครอบครัวที่เราคลุกคลีและเห็นการทำงานของคุณพ่อมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งเราก็มีช่วยงานท่านบ้างเล็กๆ น้อยๆ กระทั่งเรียนจบ จึงเริ่มเข้ามาช่วยอย่างเต็มตัว และด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานก็เลยฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็ตั้งใจไว้ว่า ธุรกิจที่อยากจะทำขึ้นมาใหม่ต้องไม่แตกไลน์ไปจากธุรกิจเดิมของที่บ้าน เพราะก็ยังอยากช่วยพัฒนาธุรกิจของครอบครัวอยู่”

อมราพรเล่าย้อนถึงช่วงเริ่มต้นการทำงานในอู่เสรีชัยหลังสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคอินเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเข้ามาช่วยดูแลด้านการนำเข้าครื่องยนต์ โช้คอัพ และอะไหล่ต่าง ๆ จากต่างประเทศเพื่อนำมาประกอบกับตัวถังรถให้สมบูรณ์

อมราพร เจียง

ระหว่างทางการทำงานที่ต้องค้นหาข้อมูลสินค้า ทำให้อมราพรได้รู้จักกับแบรนด์เอฟเอดับบลิว (FAW) แบรนด์อันดับหนึ่งของรถบรรทุกและรถโดยสารในจีน ซึ่งขณะนั้น ยังไม่มีการนำเข้ามาหรือทำตลาดในไทย เพราะตลาดไทยมีแบรนด์ที่นิยมและรู้จักกันดี อย่างฮีโน่ (Hino) จากญี่ปุ่น หรือแบรนด์จากทางฝั่งยุโรป

แม้จะเล็งเห็นโอกาสสร้างธุรกิจของตนเอง ซึ่งอยู่ในไลน์ใกล้เคียงกับธุรกิจครอบครัวที่ทำอยู่ แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ด้วยวัยเพียง 29 ปีในขณะนั้น และครอบครัวไม่มีเงินทุนมากพอที่จะสนับสนุนการลงทุนนำเข้ารถบรรทุก เนื่องจากเพิ่งผ่านช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ส่งผลให้มีแต่คำทัดทานรอบด้าน เพราะไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นไปได้ และเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินความสามารถของเธอ

“เรายังไม่มีประสบการณ์ ไม่มีชื่อเสี่ยง แต่ใช้ความตั้งมั่น และบอกกับทางแบรนด์ว่า เราอาจจะไม่ได้ทำให้เอฟเอดับบลิวขึ้นเป็นแบรนด์รถบรรทุกและรถโดยสารอันดับ 1 ในไทย แต่จะขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของรถจีนในไทยให้ดู จึงได้เป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่าย (Distributor) รถเอฟเอดับบลิว 1 ใน 2 ของไทย” อมราพรกล่าวถึงความมุ่งมั่น และความกล้า ด้วยการลงมือพิสูจน์ให้เห็นความเป็นไปได้ โดยการเดินทางไปเจรจาขอเป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายรถเอฟเอดับบลิว จนสามารถก้าวผ่านความท้าทายเริ่มต้นธุรกิจและนั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเซีย วีฮีเคล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งช่วยส่งเสริมธุรกิจครอบครัวได้เป็นอย่างดี

 

สร้างอาณาจักร “เอเชีย กรุ๊ป”

จากวันนั้นถึงวันนี้ อมราพรคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงธุรกิจก่อสร้างและโลจิสติกส์ย่างเข้าสู่ปีที่ 9 รวมมูลค่ายอดขายรถมากกว่า 2 พันล้านบาท ด้วยความทุ่มเทลงพื้นที่ไซต์งานของลูกค้า ทำให้เธอค้นพบโอกาสขยายธุรกิจจากความต้องการของผู้ใช้งาน โดยการนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องจักรก่อสร้างซานทุย (SHANTUI) และเซนต้า (SENTA) ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำของจีนเข้ามาทำตลาดในไทยด้วย รวมทั้ง ได้จัดตั้ง บริษัท คิว แคร์ริเออร์ จํากัด ให้บริการเกี่ยวกับการขนส่งคอนกรีต ผลิตภัณฑ์คอนกรีต คอนกรีตผสมเสร็จ มีรถให้บริการทั่วประเทศกว่า 200 คัน และมีบริการโมบายแพลนต์ แพลนต์คอนกรีตเคลื่อนที่สามารถย้ายไปติดตั้งได้ตามพื้นที่ไซต์งาน ใช้เวลาติดตั้งเพียง 2 วัน จากเดิมต้องใช้เวลาถึง 1 เดือน

ขณะที่กลยุทธ์สำคัญทางธุรกิจการลงทุนรถบรรทุกหรือเครื่องจักรที่ใช้เงินลงทุนสูง และต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอยู่ที่การบริหารหลังการขาย (After Sale Service) ทั้งการซ่อมบำรุง บริการอะไหล่เครื่องยนต์และเครื่องจักรก่อสร้าง ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด และการให้บริการยอดสถานที่ (Onsite Service) ด้วยการต่อยอดจัดตั้ง บริษัท เหว่ยฉาย พาร์ทแอนด์เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องยนต์และอะไหล่แท้ของแบรนด์เหว่ยฉาย ที่ใช้ในทั้งเครื่องรถบรรทุก รถเครน เครื่องเรือ เครื่องปั่นไฟ เป็นต้น

“ช่วงเวลา 7-8 ปีที่ผ่านมา มียอดขายรถเติบโตต่อเนื่อง มูลค่ารวมมากกว่า 2,000 ล้านบาท พิสูจน์แล้วว่า เราทำสำเร็จ Mission Complete” อมราพรกล่าวถึงการขยายธุรกิจเกี่ยวเนื่องเสริมทัพการเติบโตให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และดำเนินการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ พร้อมวางเป้าหมายการก้าวต่อไปยังการจัดตั้ง Holding Company ภายใต้ “เอเชีย กรุ๊ป” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเป็นหมวกใหญ่คุมธุรกิจในเครือทั้งหมด และแบ่งหน้าที่ช่วยกันดูแลกับน้องชายอีก 2 คน

 

เติมเต็มพอร์ต โลจิสติกส์-ก่อสร้าง

ก้าวสำคัญที่ทำให้จิ๊กซอว์ธุรกิจ “เอเชีย กรุ๊ป” สมบูรณ์มากขึ้น หลังจากบริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนและผู้จัดจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่ในไทยเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้กุมบังเหียนในตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่ ของ บริษัท ฮีโน่ เอเชีย จำกัด ด้วยการฉายภาพให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของธุรกิจ คือการบริการและความใส่ใจ พร้อมทั้งพรีเซนต์ให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจในอนาคตราวกับจับวาง ทำให้เธอสามารถเอาชนะใจผู้บริหารฮีโน่จากญี่ปุ่นได้

“การเข้ามาของฮีโน่ จะช่วยเสริมการเติบโตรายได้ของเอเชีย กรุ๊ป ที่อยู่ระดับประมาณ 400-500 ล้านบาท ให้ขึ้นไปแตะระดับพันล้านบาทในปีนี้ ซึ่งจะเป็นบันทึกสถิติใหม่สูงสุดของเอเชีย กรุ๊ป” อมราพรกล่าวถึงฮีโน่ที่สามารถเข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจที่เน้นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมก่อสร้างให้ขยายไปในหลากหลายธุรกิจมากขึ้น เพราะมีรถหลายขนาด เช่น รถสิบล้อ รถหกล้อ ที่มีการใช้บริการในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มทำการตลาดรถฮีโน่แล้วและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยฮีโน่เอเชียได้วางเป้าหมายรายได้ในปีนี้ 600 ล้านบาท และกำไรเติบโต 10-15%

สำนักงานขายและศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจรของฮีโน่ ที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี พื้นที่กว่า 5 ไร่ ลงทุนราว 300 ล้านบาท

สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงเดือนเมษายนนี้ บริษัทได้เตรียมเปิดสำนักงานขายและศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจรของฮีโน่ ให้บริการ 24 ชั่วโมง โดยเลือกทำเลประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี พื้นที่กว่า 5 ไร่ ลงทุนราว 300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นศูนย์บริการแห่งที่สองของเอเชีย กรุ๊ป ถัดจากแห่งแรกที่เป็นศูนย์บริการของรถเอฟเอดับบลิว เครื่องจักรและอะไหล่ ตั้งอยู่ที่ประตูสู่ภาคตะวันออกในชลบุรี

หลังจากสามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในประเทศได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง อมราพรวาดภาพธุรกิจ “เอเชีย กรุ๊ป” ที่ใหญ่ขึ้น นอกจากการส่งออกตัวถังรถที่ทำอยู่แล้ว บริษัทยังมีแผนจะร่วมลงทุนธุรกิจประกอบและต่อตัวถังรถกับพันธมิตรจากอินโดนีเซียที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดด้านการร่วมลงทุน สิทธิประโยชน์การลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนและมีการลงทุนเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีนี้ เพื่อเข้าไปรองรับตลาดอินโดนีเซียที่มีการขยายตัวของธุรกิจก่อสร้างและโลจิสติกส์อย่างมาก

“แม้ เอเชีย กรุ๊ป อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง แต่การที่ได้เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้โครงสร้างโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศสำเร็จลุล่วงได้ และทุกคนได้ใช้ประโยชน์ ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง” อมราพรกล่าวถึงความภูมิใจในการเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นทั้งโลจิสติกส์-ก่อสร้าง ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

โดยมีส่วนร่วมในโครงการสำคัญ เช่น สถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางระบบขนส่งทางราง ที่หากแล้วเสร็จจะเป็นสถานีรถไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน รวมทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 345 และโครงการเขื่อนไซยะบุรี ใน สปป.ลาว

นอกจากนั้น ในปัจจุบันบริษัทยังได้รับการยอมรับในแวดวงธุรกิจก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีลูกค้าที่ใช้บริการทั้งผู้รับเหมารายใหญ่ของประเทศไม่ว่าจะเป็น บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นต้น รวมทั้งผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป

“ตัวตนของเราเป็นนักสู้ เป็นไฟเตอร์ พร้อมสู้และแสวงหาโอกาส โดยมีครอบครัวให้การสนับสนุน” อมราพรกล่าวถึงหลักในการบริหารธุรกิจที่มีบิดา (ประพจน์ เจียง) เป็นต้นแบบนักสู้ทางธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์จนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัว และขยายธุรกิจได้จนถึงวันนี้ พร้อมเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ โดยยึดหลักการไม่สร้างหนี้ และทำธุรกิจด้วยเงินสดตามแนวทางของบิดาที่เคยใช้เป็นอาวุธฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้ว

ส่วนหลักการบริหารงานและบุคลากรในฐานะผู้นำองค์กรที่มีพนักงานกว่า 400 คน อมราพรเชื่อมั่นในศักยภาพและความตั้งใจของพนักงานทุกคน โดยหน้าที่ของเธออยู่ที่การพยายามดึงศักยภาพของพนักงานออกมาและเน้นการลงมือทำ รวมทั้งการร่วมมือกันช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อให้ธุรกิจสามารถสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

“เราสามารถเปลี่ยนกลยุทธ์หรือการทำงานได้ตลอดเวลา ซึ่งงานที่ทำทุกงานมีความท้าทาย จะบอกว่ายากหรือง่ายขึ้นกับนิยาม คำว่ายากเพราะเราไม่รู้ ไม่มีประสบการณ์ แต่ถ้าเรารู้ เราเข้าใจ และเคยมีประสบการณ์ผ่านมาแล้ว ต่อไปเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“โดยการทำธุรกิจทุกวันนี้ต้องปรับตัวให้เร็ว เพราะมีทั้งการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลง ถ้าธุรกิจถูก disrupt วิธีการและรูปแบบเดิมๆ ในการทำธุรกิจก็ใช้ไม่ได้ การทำงานต้องเร็ว ต้องลดต้นทุน ต้องเข้าใจลูกค้า แต่โอกาสในธุรกิจก่อสร้างของไทยที่ยังขยายตัวต่อเนื่องและการให้ความสำคัญด้านบริการของบริษัท เรามั่นใจว่ารายได้ของเอเชีย กรุ๊ป จะสามารถเติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20% ได้ในอนาคตแน่นอน” อมราพรกล่าวปิดท้ายอย่างมั่นใจ

 

 

เรื่อง: ธิติ สิริสวาสด์


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP