“Work Hard Play Harder” สไตล์ เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Cover Story
  • People >
  • “Work Hard Play Harder” สไตล์ เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี

“Work Hard Play Harder” สไตล์ เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี

ประโยคฮิตที่หลายคนใช้ว่า work hard play harder ทำงานหนักมามากแล้วเวลาเล่นต้องเล่นให้หนักกว่า! ดูเหมาะสมที่จะเป็นนิยามการใช้ชีวิตของ สไตล์ เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี

เต้-ภูริต เพราะแม้วันนี้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นซีอีโอของบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เทรดดิ้งที่ทำรายได้สูงสุดให้กลุ่มบุญรอด แต่ไลฟ์สไตล์แนวเอ็กซ์ตรีมของเขายังเข้มข้น แม้จะแต่งงานมีครอบครัวและมีบุตร 2 คน แถมพ่วงตำแหน่งผู้บริหารเบอร์ 1 ขององค์กรแล้วก็ตาม ภูริตยังคงใช้ชีวิตในแบบที่ชอบ เปิดหูเปิดตาตัวเองด้วยการเดินทางบ่อยครั้ง และยังคงลงแข่งรถพิสูจน์ความเร็วในสนามแข่งรถระดับประเทศทุกปี และร่วมทริปกับเพื่อนๆ ไปเล่นสกีทุกปี เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ความชื่นชอบในกิจกรรมชกมวยทำให้เขาซ้อมมวยอยู่บ่อยๆ และบางคราก็ชวน บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยคนดังที่บุญรอดให้การสนับสนุนมาเป็นคู่ชกด้วย ภูริตและบัวขาวมีความสนิทสนมกันระดับหนึ่ง ในฐานะที่ภูริตให้การสนับสนุนบัวขาวมาตั้งแต่ต้น

“สิ่งที่อธิบายความเป็นคุณเต้ได้ดีคือ ความมีแนวคิดว่าจะใช้ทุกวันเหมือนเป็นวันสุดท้าย เขามีสิ่งที่อยากทำเยอะ และต้องบริหารจัดการให้ได้ใน 1 วัน และใน 1 ปีมีตารางว่าต้องไปแข่งรถรายการนี้ๆ นัดกับเพื่อนทุกครั้งไปเล่นสกีทุกปี คุณเต้ turn passion เป็นธุรกิจได้

แกจะบอกว่าคอนเนคชั่นที่สำคัญอย่างเวนเจอร์ หรือในการทำงานปัจจุบันบางครั้งมาจากเพื่อนในสนามแข่งรถ เพราะได้เจอคนโน้นคนนี้ มีการพูดคุยกัน เขามีความสุขแบบนั้น เขาอยากทำโน่นนี่เยอะ ก็ต้องบริหารจัดการเวลาให้ได้” เป็นคำบอกเล่าคร่าวๆ จากทีมงานคนใกล้ชิดภูริต

ซึ่งจะเห็นว่าการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจของเขาแทบไม่ต่างจากช่วงก่อนสมัยที่ยังเป็นหนุ่มโสด กิจกรรมแข่งรถ เล่นสกีชกมวย เคยทำอย่างไรก็ยังทำอยู่สม่ำเสมอเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวยได้ เพราะภารกิจงานบริหารที่มากขึ้น มีส่วนทำให้เขาต้องแบ่งสรรเวลาให้ลงตัวไหนจะครอบครัวที่เริ่มต้น ต้องมีเวลาสำหรับลูกอาจทำให้กิจกรรมเอ็กซ์ตรีมลดลงไปบ้าง แต่ไม่ได้ห่างหายไปเสียทีเดียว ยังคงมีประจำทุกปี แต่ความถี่อาจลดลงตามภารกิจที่รัดตัว

กิจกรรมที่เป็นตัวตนของภูริตอีกอย่างคือการเป็นนักร้อง ก่อนหน้านี้เขาเป็นสมาชิกวงดนตรี “กรุงเทพมาราธอน” ตำแหน่งนักร้องนำพร้อมสมาชิกวงอีก 3 คน ได้แก่ ปาย-กอบชัย ข่วงอารินทร์ (กีตาร์), นะ-ธนวิตร พงษ์เจริญ (เบส) และ อู๋-ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ (กลอง) มีผลงานออกมาแล้ว 2 อัลบั้ม คือ The Winner และ 7912 ภายใต้สังกัด สไปร์ซซี่ ดิสก์ (SPICY DISC) และยังมีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักมากมาย เช่น หากความรักฟังอยู่ เพลงประกอบละครบันไดดอกรัก (ปี 2554) เมื่อไหร่จะได้พบเธอ

เพลงประกอบละคร พรพรหมอลเวง (ปี 2556) น้ำตา เพลงที่ภูริตแต่งเนื้อร้องและขับร้องด้วยตัวเอง เพื่อถ่ายทอดจากความรู้สึกต่อการจากไปของเพื่อนรุ่นน้อง ประชาธิป มุสิกพงศ์ (สิงห์) มือกีตาร์วง Sqweez Animal (ปี 2558) เพลง ปลายรุ้ง และเพลงประกอบละคร ตามรักคืนใจ ที่ได้ร้องร่วมกับน้องนิษา-ลูกสาว (ปี 2558)

“ร้องเพลงผมไม่ได้ทำมา 7 ปีแล้ว เพราะเวลาไม่ลงตัว การทำวงดนตรีต้องไปร้องตอนกลางคืนซึ่งทำให้ตอนเช้าไม่พร้อมสำหรับมาทำงานเลยเลิกไป มีทำอยู่บ้างเป็นครั้งคราวในโอกาสพิเศษเท่านั้น” ภูริตบอกเล่าเหตุผลของการตัดสินใจเลิกร้องเพลงในฐานะนักร้องนำ แต่เขาก็ยังรับเชิญไปออกรายงานบ้าง

เช่นล่าสุดเมื่อปี 2560 ได้รับเชิญเป็นหนึ่งในนักร้องปริศนาของรายการ The Mask Singer ซีซั่น 3 ซึ่งเป็นเกมโชว์แสดงการร้องเพลงที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก

ส่วนกีฬาโปรด “แข่งรถ” เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่ฝังใจภูริตมาตั้งแต่เด็ก เขาลงแข่งรถยนต์ในหลายรายการตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน สามารถทำผลงานคว้าแชมป์หลายรายการ อาทิ แชมป์อันดับ 1 ในการแข่งขันรถยนต์ Thailand Grand Touring Championship ประเภททีม Concept Car (ปี 2541), แชมป์อันดับ 1 ของตารางคะแนนรวมตลอดฤดูกาลในการแข่งขันรถยนต์ GT Asia Series รุ่น GTC (ปี 2559), รองแชมป์การแข่งขันรถยนต์ Audi LMS Cup สนามบุรีรัมย์ (ปี 2559)

ล่าสุดกับตำแหน่งแชมป์การแข่งขันรถยนต์รายการ Audi R8 LMS Cup 2017 ที่แข่ง 5 สนามใน 4 ประเทศ ด้วยลีลาการขับรถที่ดุดันเป็นที่ประทับใจของผู้ชม ทาง Audi ผู้จัดการแข่งขันได้ให้ฉายาภูริตว่า “Thai Tornado”

เต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี

กีฬามวย ที่เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ภูริตชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน และยังคงฝึกฝนอยู่จนถึงปัจจุบัน ไม่เพียงแค่ฝึกฝนแต่เขายังเป็นเจ้าของ โรงเรียนมวยไทย RSM Academy เพื่อเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมมากขึ้น

เป็นอีกหนึ่งงานอดิเรกที่รักมาตั้งแต่เด็กผูกพันทั้งเล่นเองและเป็นผู้ให้การสนับสนุน ซึ่งนักมวยดังที่ภูริตสนิทสนมและให้การสนับสนุนมาตั้งแต่แรก คือบัวขาว บัญชาเมฆ เขาสนับสนุนทั้งตัวบัวขาวเอง และสนับสนุนค่ายมวยบัญชาเมฆ เพื่อสร้างนักกีฬามวยไทยรุ่นใหม่สร้างชื่อเสียงให้แก่วงการมวยไทย เป็นอีกฝันจากความชอบที่ซีอีโอหนุ่มผู้นี้ไม่ทอดทิ้ง เขายังคงให้การสนับสนุน ทั้งฝึกฝนเองเล่นเป็นกีฬาโปรด และยังเป็นสปอนเซอร์เต็มตัว

การใช้ชีวิตของนักธุรกิจหนุ่มวัย 43 ปีเต็มไปด้วยสีสันและแรงบันดาลใจ สมกับความตั้งใจที่เขาบอกว่า “ทำทุกวันให้เหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิต แล้วคุณจะได้อะไรที่เต็มที่มากกว่าที่เคยเป็น”

ภาพ: ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี


คลิกอ่านฉบับเต็ม ภูริต ภิรมย์ภักดี สิงห์หนุ่มผู้ทะยานสู่จุดเปลี่ยน ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับกุมภาพันธ์ 2563 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP