“มหัศจรรย์” แบบ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Cover Story
  • People >
  • “มหัศจรรย์” แบบ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล

“มหัศจรรย์” แบบ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
27 May 2016 | 3:50 pm 5358

นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสิบล้านคนที่เดินทางเข้าเมืองไทย คือโอกาสทองของครอบครัว “อิงคะกุล” ที่ทุ่มงบหลายพันล้านบาทรุกธุรกิจในสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง พร้อมปั้นโรงแรมใหม่รองรับอุตสาหกรรมไมซ์ ทั้งหมดมี ลักษมีกานต์ เป็นหนึ่งในผู้นำทัพ

ประกายแห่งความสุขเปล่งออกมาทางแววตาของ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล วัย 29 ปี ยามพูดถึงธุรกิจโรงแรมที่เธอคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่อายุ 12 ปี แต่ปิดเทอมเมื่อไร ลูกสาวคนเดียวของ ดร.อัศวิน ผู้ก่อร่างสร้างอาณาจักร Miracle Group ให้เติบใหญ่ ก็มักขอพ่อกลับมาฝึกงานที่โรงแรม Miracle Grand Convention อยู่เสมอ พนักงานที่นั่นจึงได้เห็นหญิงสาวเข้าครัวหั่นผัก แกะสลักดอกไม้ บางคราวก็ไปประจำที่ฟรอนท์ หรือไม่ก็เป็นบริกรคอยดูแลลูกค้า

หลังจบปริญญาตรี 2 หลักสูตรด้านการบริหารธุรกิจและการจัดการโรงแรมที่ Hotel Institute Montreux สวิตเซอร์แลนด์ ลักษมีกานต์ ในวัย 20 ปีก็กลับเมืองไทย เพื่อมาช่วยสานต่อธุรกิจแบบเต็มตัว ทุกวันนี้ เธอคือ Group Director of Operations บริหารจัดการด้านปฏิบัติการ การขายและการตลาด รวมถึงภาพลักษณ์ของธุรกิจทั้งหมดในกลุ่ม ส่วนอนัคพล พี่ชายที่อายุห่างกัน 1 ปี รับผิดชอบงานในตำแหน่ง Executive Director ดูแลด้านการเงิน การลงทุน และการพัฒนาโครงการของ Miracle Group ในพื้นที่สนามบิน

“เพิร์ลลี่โชคดีที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ซึ่งสิ่งที่รักก็คือสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้” หญิงสาวท่าทางกระฉับกระเฉง ผู้แทนตัวเองด้วยชื่อเล่น ส่งยิ้มกว้างให้ Forbes Thailand

แม้เศรษฐกิจของไทยจะอยู่ในสภาวะชะลอตัว แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ Miracle Group ขยายธุรกิจแบบเต็มสูบ โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยาน ซึ่งเปรียบดังประตูที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว จากเดิมที่มี Miracle Lounge อยู่ 6 แห่งภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปีที่แล้ว Miracle Group ทุ่มงบเกือบ 200 ล้านบาท สร้างเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่งบนพื้นที่ชั้นเดียวเกือบ 3,000 ตารางเมตร ที่อาคารเทียบเครื่องบิน D คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้กลางปีนี้ “เราต้องการเป็นเลาจน์ที่ดีที่สุดในโลก เพราะตอนนี้ได้รางวัลระดับเอเชียแปซิฟิคมา 3 ปีซ้อนแล้ว ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย” ลักษมีกานต์บอก ขณะเดียวกันก็ปรับปรุง Louis’ Tavern Transit Hotel ให้ทันสมัย และเปลี่ยนชื่อเป็น Miracle Transit Hotel เพื่อให้ภาพลักษณ์สอดคล้องกันทั้งหมด

ด้านท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติใช้บริการมากขึ้น Miracle Group ก็ไม่พลาดเข้าไปลงทุนอีกครั้ง หลังจากเคยเข้าไปทำธุรกิจ transit hotel ในปี 2539 ก่อนจะย้ายไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยครั้งนี้จัดงบราว 500 ล้านบาท พัฒนาหลายโครงการในพื้นที่ อาทิ ฟู้ดคอร์ทและมินิมาร์ท ซึ่งอยู่ใต้ร่ม Magic Food Group (MFG) ร้านอาหาร เลาจน์ โรงแรม ที่มีทั้ง Miracle Transit Hotel Don Mueang International Airport และ Sleep Box by Miracle ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไปของนักท่องเที่ยว รวมถึงสร้าง Co-working Space by Miracleให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการพื้นที่ทำงานแม้ในช่วงเวลาการเดินทาง ซึ่งผู้บริหารสาวคาดว่าตัวโรงแรมและ co-working space จะพร้อมเปิดได้ทันในปีนี้

“เราไม่ได้สายแข็งหรอกค่ะ เรียกว่าเขาให้โอกาสเราเข้าไปทำงานในสนามบินทั้ง 2 แห่งดีกว่า” ลักษมีกานต์เอ่ยถึงการที่ Miracle Group ชนะการประมูลการบริหารพื้นที่ภายในสนามบิน เหนือบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งอื่น

อีกหนึ่งสิ่งที่หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือจะรุกตลาดให้ได้ คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมทั้งระดับองค์กรและนานาชาติ และการจัดแสดงสินค้านานาชาติ หรือที่เรียกโดยรวมว่าอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งทำรายได้ไม่น้อยให้ประเทศ

การสร้างฐานลูกค้ากลุ่มไมซ์ระดับนานาชาติ และรองรับชุมชนเมืองที่ขยายตัว ทั้งศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะที่เตรียมปักหมุดโครงการใหม่มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ที่พักอาศัยซึ่งผุดขึ้นราวดอกเห็ด รถไฟฟ้าที่กำลังจะเชื่อมต่อการเดินทางของคนเมืองให้สะดวกขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ผลักให้ Miracle Group ตัดสินใจลงทุนราว 2 พันล้านบาท สร้างโรงแรมแห่งใหม่ ใช้ชื่อว่า Mahasawin Convention Hotel ขึ้นบนพื้นที่ 9 ไร่ ริมถนนวิภาวดี ห่างจากโรงแรม Miracle Grand Convention เพียงร้อยเมตร และอยู่ห่างจากท่าอากาศยานดอนเมืองเพียงอึดใจ

ตามแผนงานมีการสร้าง 3 อาคาร คือ อาคารห้องประชุมที่จุได้ราว 3 พันคนในหนึ่งห้อง พร้อมสร้างห้องพักระดับลักชัวรีราว 50 ห้องในอาคารเดียวกัน อาคารห้องพักจำนวนเกือบ 200 ห้อง และอาคารจอดรถ 1 พันคัน คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดได้ในปี 2561 วางสัดส่วนลูกค้าคนไทย 60% และกลุ่มไมซ์นานาชาติ 40% ซึ่งจากนี้ไป ลักษมีกานต์จะเดินทางไปเปิดตลาดต่างประเทศมากขึ้น เธอไม่หวั่นว่าในพื้นที่ใกล้กันมีอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นผู้นำด้านสถานที่จัดประชุมและศูนย์แสดงสินค้าอยู่แล้ว เพราะเห็นว่าอุตสาหกรรมไมซ์ยังเติบโตได้อีกมาก และการมีพื้นที่จัดงานมากขึ้นก็จะเป็นโอกาสดีในการนำรายได้เข้าประเทศ

Miracle Group ยังแตกหน่อธุรกิจไปยังการบริหารพื้นที่จัดประชุมในอาคารสำนักงาน ชิมลางด้วย The SPACE Convention Center ตั้งอยู่บนชั้น 12 ของ The 9th Tower ย่านพระรามเก้า เปิดตัวไปเมื่อราว 2 ปีก่อน สร้างห้องประชุมทันสมัย และเปิดให้บริษัทต่างๆ เข้ามาเช่าพื้นที่จัดประชุมหรือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ดี ลักษมีกานต์ขอดูกระแสตอบรับอีกสักระยะ หากผลดำเนินงานดีอย่างต่อเนื่อง ก็จะขยายให้ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจในกรุงเทพฯ มากขึ้น

“เพิร์ลลี่คิด พูด และทำ มีทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว แต่เมื่อล้มเหลวก็ลุกขึ้นใหม่ และไปขอความรู้จากคนที่เก่งกว่า ทุกสิ่งที่ทำมานั้นไม่เคยคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะมีเรื่องให้เรียนรู้อยู่ตลอด”

 

รื่อง: สุทธาสินี จิตรกรรมไทย ภาพ: ชัยสิทธิ์ จุนเจือดี


คลิ๊กอ่าน “มหัศจรรย์ แบบ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล” ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ APRIL 2016 ในรูปแบบ E-Magazine

BACK TO TOP