ยุทธชัย จรณะจิตต์ บาลานซ์ความต่าง “อิตัลไทย” ยกระดับก่อสร้าง-ไลฟ์สไตล์ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Cover Story
  • People >
  • ยุทธชัย จรณะจิตต์ บาลานซ์ความต่าง “อิตัลไทย” ยกระดับก่อสร้าง-ไลฟ์สไตล์

ยุทธชัย จรณะจิตต์ บาลานซ์ความต่าง “อิตัลไทย” ยกระดับก่อสร้าง-ไลฟ์สไตล์

พรพรรณ ปัญญาภิรมย์

จากขุนพลสู่ผู้ครองบัลลังก์สั่งการยกเครื่องอาณาจักรครอบครัวก้าวข้ามโอกาสและความท้าทาย พร้อมสานต่อรอยทางแห่งความสำเร็จในธุรกิจก่อสร้าง ประกาศเดินเกมรุกธุรกิจบริการ ไลฟ์สไตล์ โรงแรม ผงาดทั่วเอเชียเสริมทัพความแข็งแกร่งอิตัลไทยทะยาน 1.7 หมื่นล้าน

“เราสามารถทำให้อิตัลไทยมีภาพของความกระตือรือร้น และการผสมผสานทีมงานคนไทยกับคนต่างประเทศ จากเดิมบริษัทมี backbone หรือกระดูกที่แข็งแรงอยู่แล้วเราเพียงทำให้เครื่องร้อนขึ้น ด้วยการหาคนมีความรู้ความสามารถเข้ามาขับเคลื่อนกลุ่มบริษัท” ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อิตัลไทย จำกัด เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Forbes Thailand ฉบับปฐมฤกษ์ ในเดือนมิถุนายน 2556

หลังจากเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรและจัดทัพปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อลดความซับซ้อนในการทำธุรกิจให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับสากลตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีที่ยุทธชัยแสดงฝีมือยกเครื่ององค์กรให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง จากผลการดำเนินงานอันโดดเด่นโดยเฉพาะธุรกิจอุตสาหกรรมบริการและไลฟ์สไตล์ (hospitality & lifestyle) ซึ่งเป็นผลจากความเพียรพยายามปั้นแบรนด์และขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการโรงแรมขนาดกลางที่ดีที่สุดในเอเชีย

“เมื่อสิบปีที่แล้วไม่มีใครรู้ว่าแบรนด์อมารีเป็นของใครและเน้นราคาถูก ไม่พรีเมียม ซึ่งผมมองว่าในระยะยาวคงไปไม่ได้ไกล เราจึงตั้งทีมครีเอทแบรนด์แต่ละกลุ่ม โดยเน้น 3-4 ดาว และปรับโครงสร้างบริษัท ผมเปลี่ยนซีอีโอใหม่ (เปลี่ยน) กระบวนการทำงานและดีไซน์ภาพลักษณ์ให้ตอบโจทย์ รวมถึงจ้างบุคลากรมืออาชีพเข้ามาเสริมทัพให้องค์กร”

ยุทธชัย อธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่เกิดขึ้นในอิตัลไทยรุ่นสามไม่เพียงการพลิกโฉมธุรกิจโรงแรมในช่วงเริ่มต้น ผู้กุมบังเหียนอาณาจักรยังใช้เวลาราว 5 ปีคลุกคลีในกลุ่มธุรกิจเครื่องจักรกลหนักและรับเหมาก่อสร้างครบวงจร โดยทุ่มเทให้กับการลงพื้นที่สำรวจความต้องการตลาดและการใช้งานจริงในโครงการเพื่อให้เข้าใจธุรกิจและมองเห็นโอกาสสร้างการเติบโตในอนาคต และเพื่อให้องค์กรสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วในลักษณะที่มีความเป็นมืออาชีพ ยุทธชัยจัดตั้งสำนักบริหารหรือ “corporate office” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารธุรกิจในเครือโดยบริษัทย่อย 5 แห่งต้องรายงานผลการปฏิบัติงานและแผนกลยุทธ์ผ่านการประชุมร่วมกันทุกเดือน

“corporate office เริ่มมาราว 1 ปีผมเชื่อว่า เราควรมีทีมที่มองจากภายนอกหรือ outside-in และเป็นมืออาชีพ ซึ่งcorporate office เหมือน ‘think tank’ ที่ทีมงานร่วมกันระดมสมอง หรือคล้ายกับสำนักนายก โดยแต่ละบริษัทเป็นกระทรวงช่วยกันพัฒนาองค์กร เราประชุมกันเดือนละครั้ง โดยคุณแม่ยังเป็นประธานร่วมประชุมในขณะที่ผมดำเนินงานบริหารธุรกิจ”

ผลจากความเพียรพยายามของยุทธชัยทำให้อิตัลไทยมีแนวทางการเติบโตในแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างชัดเจน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและบริการด้านวิศวกรรมภายใต้ บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด (ITI) ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและให้บริการหลังการขยายเครื่องจักรกลหนักหลากหลายแบรนด์ระดับโลก ตลอดจนขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สปป.ลาว ในชื่อ อิตัลไทยเซ็นเตอร์ (Italthai Center)

ส่วนในด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร ยุทธชัยบริหารงานภายใต้ บริษัทอิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด (ITE) ดำเนินธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าและสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงทั้งภายในและต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจอุตสาหกรรมบริการและไลฟ์สไตล์ บริษัทได้ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 บริษัทที่สำคัญ ได้แก่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มุ่งเน้นการขยายสาขาโรงแรมและเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ทั้งในรูปแบบเจ้าของและรับจ้างบริหารจัดการ โดยมีเครือข่ายเปิดให้บริการแล้ว 42 แห่ง รวมห้องพักจำนวน 6,622 ห้องใน 7 ประเทศ ซึ่งครอบคลุมประเทศไทย จีน ฮ่องกง ศรีลังกา มัลดีฟส์ บังคลาเทศ และกาตาร์ ทั้งยังมีโครงการที่อยู่อาศัยระหว่างการพัฒนาอีก 25 แห่ง “จากจำนวน 12 โรงแรมในรุ่นคุณตาและคุณพ่อสร้าง เพิ่มเป็น 42 โรงแรมในปัจจุบัน ผมวาดฝันขยายสาขาโรงแรมมากกว่า 50 โรงแรม และสร้างแบรนด์ออนิกซ์ รวมถึงแบรนด์ย่อยอื่นๆ”

นอกจากนั้น ยุทธชัยยังเดินหน้าธุรกิจไลฟ์สไตล์อย่างจริงจัง ภายใต้ บริษัท อิตัลไทย ฮอสพิทาลิตี้ จำกัด จำหน่ายเครื่องดื่มและไวน์พรีเมียมจากหลากหลายประเทศทั่วโลกได้แก่ น้ำแร่เปอริเอ (Perrier) น้ำแร่วิทเทล (Vittel) แชมเปญดูวาล-เลอรัว (Duval Leroy) และเป็นผู้บริหารธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์ชาทีดับเบิลยูจี ที (TWG Tea) เพียงผู้เดียวในประเทศไทย รวมถึงธุรกิจศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้แบงค็อก (River City Bangkok) ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการร่วมทุนกันระหว่างกลุ่มอิตัลไทยและกลุ่มแมนดาริน โอเรียนเต็ลสำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

ยุทธชัยสามารถบริหารพอร์ตรายได้ให้เติบโตในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ด้วยรายได้รวมในปี 2559 จำนวน 1.48 หมื่นล้านบาทและคาดการณ์เพิ่มขึ้น 16% เป็น 1.72 หมื่นล้านบาทในปีนี้ แบ่งเป็นรายได้อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลหนักและรับเหมาก่อสร้างครบวงจร 9.72 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 56% และกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมบริการและไลฟ์สไตล์ 7.48 พันล้านบาทหรือคิดเป็น 44% จากการรุกขยายฐานต่อเนื่องทั้งในไทยและประเทศต่างๆ ในเอเชีย รวมถึงศักยภาพและแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

“กว่าจะเติบโตถึงวันนี้ ปัญหาเกิดขึ้นทุกวันถ้าองค์กรไม่มีปัญหาแสดงว่าองค์กรไม่ปกติซึ่งอิตัลไทยสามารถก้าวข้ามปัญหาและเติบโตได้จากการทำงานเป็นทีม ทุกคนช่วยกันคิดและระดมสมอง โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่าน
มาเราได้รับผลกระทบจากปัจจัยในประเทศค่อนข้างมาก ซึ่งในอนาคตเราวางเป้าหมายขยายธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้นคิดเป็นสัดส่วนรวมกัน 20%”

หลังยกเครื่องอิตัลไทยให้เป็นองค์กรรุ่นใหม่ที่มีการขับเคลื่อนธุรกิจในระดับมืออาชีพยุทธชัยพร้อมกรีฑาทัพสู่เอเชีย ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์แกร่งในมือขวาและมือซ้ายโดยมั่นใจในเป้าหมายรายได้ 3 หมื่นล้านบาทใน 5 ปี โดยเฉพาะธุรกิจบริการและไลฟ์สไตล์ที่มีโอกาสและช่องว่างสร้างการเติบโตมหาศาล เพื่อเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการโรงแรมขนาดกลางที่ดีที่สุดในเอเชียยุทธชัยเชื่อมั่นในการเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ “Delivering Success” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นขยายเครือข่ายไปยังประเทศต่างๆ ไม่น้อยกว่า 99 แห่งภายในปี 2567 พร้อมรุกตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมคาดการณ์การปรับสัดส่วนจำนวนเครือข่ายระหว่างในประเทศและต่างประเทศที่มีเท่ากันในปัจจุบัน เป็นในประเทศ 30% และต่างประเทศ 70% โดยสัดส่วนรายได้หลักในปีนี้มาจากโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิส อะพาร์ตเมนต์ในประเทศ 70% ซึ่งมากกว่าในต่างประเทศที่มีสัดส่วนเพียง 30% โดยเขาวางเป้าหมายปี 2561 ว่าบริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 40% และในประเทศ 60%

“ถ้าบริษัทอยู่เฉพาะในไทย เราคงไม่เติบโตเราจึงขยายธุรกิจโรงแรมในลักษณะ ‘banana map’ โดยประเทศไทยอยู่ตรงกลาง และเลี้ยวไปตะวันออกกลาง ก่อนจะลงมาประเทศจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมถึงอินเดีย ศรีลังกา มัลดีฟส์ และอาจจะไปออสเตรเลียในอนาคต เราโฟกัสการสร้างคลัสเตอร์กลุ่มโรงแรมในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียเหนือ และอินเดียนโอเชียน”

ปรับโฟกัสรับเทรนด์ก่อสร้าง

นอกจากการรุกขยายฐานธุรกิจในอุตสาหกรรมบริการและไลฟ์สไตล์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยุทธชัยยังให้ความสำคัญกับการจัดกระบวนทัพด้านอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลหนัก และรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร ซึ่งมีโอกาสสร้างการเติบโตตามเทรนด์นโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกระแสการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่อิตัลไทยมีความเชี่ยวชาญและความพร้อมด้านเทคโนโลยี

“เราไม่เน้นงานรับเหมาที่ใช้แรงงานเป็นหลัก เช่น อาคารสำนักงานหรือสนามบินที่อิตาเลียนไทยทำ เราเน้นงานระบบ และงานรับเหมาที่ใช้เทคโนโลยีสูง รวมถึงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ซึ่งเราน่าจะเป็นผู้รับเหมาโซลาร์ฟาร์มและวินด์ฟาร์มอันดับต้นๆ ของไทย และกำลังจะขยายไปเมียนมาเนื่องจากมีความต้องการงานสาธารณูปโภคและงานระบบในอาคารจำนวนมาก” ยุทธชัย กล่าวถึงความมั่นใจในการขยายธุรกิจและการลงทุนในเมียนมาที่มีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติและจำนวนประชากร รวมทั้งการเปิดประเทศที่เปิดโอกาสทางธุรกิจ

ทั้งยังมีโครงการในประเทศที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน 7 โครงการใหญ่ ซึ่งน่าจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นราว 5.3 พันล้านบาท “ITE เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 20% ตามดีมานด์ระบบไฟฟ้า สาธารณูปโภค ซึ่งต้องการผู้รับเหมารายใหญ่ที่ไว้ใจได้ ขณะที่ไฟฟ้าพลังงานทดแทน และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (solar panel) เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม

“ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้ธุรกิจเครื่องจักรกลหนักแกว่งมาก เราเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนซีอีโอของ ITI และจัดกลยุทธ์ใหม่ จากที่เคยโฟกัสลูกค้ารายย่อยซึ่งการแข่งขันสูงมาก เราหันมาเน้นโฟกัสเฉพาะกลุ่มเน้นการขายและบริการหลังการขาย”

นอกจากนั้น อิตัลไทยยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจในลักษณะเป็นพันธมิตรกับลูกค้า พร้อมจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ Customer Assistance Center (CAC) ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมบริการในด้านบริการหลังการขายและให้ข้อมูลลูกค้าตลอดกระบวนการดังนั้น ในปีนี้ยุทธชัยจึงมั่นใจในเป้าหมายรายได้ 4.3 พันล้านบาท จากความไว้วางใจของพันธมิตรและคู่ค้าทางธุรกิจที่บริษัทได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจำนวนมาก

“เมื่อ 3 ปีที่แล้วผมให้สัมภาษณ์กับ Forbes จนถึงวันนี้ ผมยังมีความฝันให้อิตัลไทยเป็นบริษัทตัวอย่างให้บริษัทที่กำลังจะพัฒนาขึ้นเป็นบริษัทข้ามชาติเรียนรู้จากเรา ซึ่งการทำงานอาจจะถูกบ้าง ผิดบ้าง เราลองถูกลองผิดได้ ผมก็เคยตัดสินใจผิดหลายครั้งแต่ต้องไม่ให้บริษัทเสียหาย ถ้าผมอายุ 60 ตัดสินใจผิด ต้นทุนความผิดพลาดจะสูงกว่าคนอายุ 30” ยุทธชัยปิดท้ายถึงเป้าหมายสูงสุดที่ต้องการเป็นผู้นำที่ดีของอิตัลไทย และพัฒนาให้บริษัทเป็นแรงบันดาลใจของเด็กรุ่นใหม่เดินตามรอยพัฒนาตัวเองและประเทศให้เจริญก้าวหน้าขึ้น

คลิ๊กอ่านเพิ่มเติม:
เมล็ดพันธุ์แห่งกรรณสูต 


คลิกอ่าน “ยุทธชัย จรณะจิตต์ บาลานซ์ความต่าง “อิตัลไทย” ยกระดับก่อสร้าง-ไลฟ์สไตล์” ฉบับเต็ม ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ พฤษภาคม 2560 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP