ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กับศิลปะแห่งการใช้ชีวิต “Passion” สร้างพลังบวก - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Cover Story
  • People >
  • ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กับศิลปะแห่งการใช้ชีวิต “Passion” สร้างพลังบวก

ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กับศิลปะแห่งการใช้ชีวิต “Passion” สร้างพลังบวก

การบริหารเวลา 24 ชั่วโมงของ ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร นายหญิงแห่งปาร์คนายเลิศในการสานต่อตำนานความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร พร้อมกับสร้างสมดุลการใช้ชีวิตกับไลฟ์สไตล์สุดยูนีกในแบบฉบับ Paris Hilton เมืองไทย ซึ่งสามารถดึงพลังบวกจากความหลงใหลในการเล่นกีฬา แฟชั่น ความงาม อาหาร และการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ผ่านการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก

ภายใต้ความมุ่งมั่นเนรมิตบิ๊กโปรเจ็กต์สุดหรูระดับเวิลด์คลาสใจกลางเมืองในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ด้วยความทุ่มเททำงานกุมบังเหียนอาณาจักรควบคู่การต่อยอดและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอายุมากกว่าศตวรรษของตระกูลนายเลิศ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจ hospitality อย่างร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง (catering) ธุรกิจด้านวัฒนธรรมผ่านพิพิธภัณฑ์บ้านปาร์คนายเลิศ สถานฝึกอบรมการให้บริการบัตเลอร์ รวมถึงธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับโยคะเพื่อสุขภาพ พร้อมทั้งให้ความสำาคัญกับการแบ่งเวลาบาลานซ์ไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตไว้ได้อย่างลงตัว

“เล็กเชื่อว่าคนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันเราต้องบาลานซ์การทำงาน การใช้ชีวิตการออกกำลังกาย การพักผ่อน ด้วยการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเล็กทำงานประมาณ 80% ที่เหลือออกกำลังกาย เพราะชอบทาน เหงื่อออกจะได้ทานได้เต็มที่ รวมทั้งการที่เราออกกำลังกายจะทำให้เกิดพลังบวก เสริมให้เราสามารถใช้เวลาที่เหลือได้จากกีฬาที่ให้พลังงาน”

ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เล่าถึงแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาที่เริ่มต้นจากประสบการณ์ใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงวัย 11 ปี ที่ใช้เวลาว่างในโรงเรียนประจำส่วนใหญ่ไปกับการเล่นแบดมินตันและเทนนิส จนเป็นผู้หญิงเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันโรงเรียนทีมแบดมินตันและเทนนิสช่วงไฮสกูลที่ประเทศอังกฤษ และเป็นตัวแทนแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก

“เมื่อก่อนคุณพ่อคุณแม่ส่งเล็กไปโรงเรียนประจำที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 11 ปี เราพูดภาษาอังกฤษได้แค่ yes, no, ok, thank you ทำให้ตอนนั้นไม่ค่อยมีเพื่อน เราจึงไปเล่นกีฬาอย่างแบดมินตัน เพราะชอบตรงที่เป็นกีฬาที่ใช้ความเร็ว ได้เหงื่อ และเล่นกับเพื่อนคนเดียว จนได้เป็นนักกีฬาโรงเรียนและกัปตันโรงเรียน เพราะเวลาทำอะไรแล้วต้องการทำให้ดีและจริงจัง เราชอบแข่งขันกับตัวเองมากกว่าคนอื่นเราต้องการฝึกฝนทักษะและชอบเล่นกีฬา ซึ่งทุกวันนี้ก็หาเวลา 1 ชั่วโมงออกกำลังกายทุกวัน โดยเน้นความสม่ำเสมอในระยะยาวมากกว่าการออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ทำได้ไม่นาน”

ในปัจจุบันณพาภรณ์ยังคงความเป็นสปอร์ตเกิร์ลสวมรองเท้าผ้าใบออกวิ่งทุกวันหรือแบ่งเวลาเข้าคลาสโยคะที่ “ครี โยคะ” (Kri Yoga) สถาบันโยคะย่านทองหล่อ ซึ่งเธอร่วมเป็นหุ้นส่วนจากความชื่นชอบในการออกกำลังกายที่ผสมผสานทั้งความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกาย พร้อมกับการฝึกฝนสมาธิ และช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดหรือความเหนื่อยล้าด้านจิตใจได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น ช่วงวันหยุดที่มีเวลามากพอณพาภรณ์ยังหาโอกาสเล่นกีฬาสุดเอ็กซ์ตรีมอย่างสกีน้ำ หรือ water skiing เฉลี่ยเดือนละครั้งไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนนทบุรี ทะเลพัทยาและหัวหิน เป็นต้น เนื่องจากเป็นกีฬากลางแจ้งที่ใช้ความเร็วและท้าทายความสามารถในการใช้ทักษะการทรงตัว ตลอดจนความแข็งแรงของร่างกาย ทั้งยังเป็นกิจกรรมทางน้ำที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติโดยตรง รวมถึงเป็นกีฬาที่บิดา (ร.ท. ชุติภัทร โพธิรัตนังกูร) ชื่นชอบและฝึกฝนให้เล่นที่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่วัยเด็ก

“เล็กโดนพ่อถีบลงน้ำให้ว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เด็ก เพราะเล็กมีบ้านอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาและชอบไปทะเล ชอบ extreme sport ชอบความเร็ว แต่ด้วยความที่ต้องมีอุปกรณ์และมีเวลา ส่วนใหญ่เล็กจะวิ่งกับโยคะมากที่สุด เพราะการวิ่งใช้รองเท้าคู่เดียว กีฬาต้องอยู่ที่ความชอบและความสะดวก อย่าทำชีวิตให้เครียด เราต้อง enjoy กับสิ่งที่ทำ ซึ่งการวิ่งจะวิ่งที่ไหนก็ได้ และได้เหงื่อเร็ว โดยได้ total body workout เช่นเดียวกับโยคะ หลังจากลองมาหลายที่จนมาเจอครี โยคะ ซึ่งค่อนข้างเร็ว เหงื่อออก ได้คาร์ดิโอและการยืดหยุ่นครบ เล็กชอบมากจนไปขอซื้อหุ้นบริษัทเขา กลายเป็นพาร์ตเนอร์เปิดมา 10 ปีแล้ว”

 

– นักชิมสตรีตฟู้ดถึงมิชลินสตาร์ –

การสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและศิลปะแห่งรสชาติอาหารไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของปาร์คนายเลิศ ด้วยธุรกิจ hospitality และร้านอาหาร ได้แก่ Ma Maison, Lady L, Caviar Cafe และ Samantao Heritage Coffee ยังสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของณพาภรณ์ที่สนใจเสาะแสวงหาเมนูเด็ดจากทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่อาหารสตรีตฟู้ดจนถึงร้านระดับมิชลินสตาร์ พร้อมต่อยอดสร้างสรรค์เมนูใหม่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับธุรกิจร้านอาหารในอาณาจักรของครอบครัว

“เล็กชอบรับประทานอาหาร และชอบหาอะไรใหม่ๆ เหมือนเปิดประสบการณ์ เพราะเราอยู่ในธุรกิจ hospitality และ F&B ใครเปิดอะไรใหม่ เล็กจะไปลองตั้งแต่ไฮเอนด์ถึงสตรีตฟู้ด คำว่าอร่อยและดีไม่เกี่ยวกับราคาเล็กคิดว่า อาหารทุกจานมีเสน่ห์ในตัวเองและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีได้”

ปาร์คนายเลิศ
ร้าน Ma Maison อาหารต้นตำรับไทยแท้, ร้าน Caviar Cafe เสิร์ฟคาร์เวียร์แท้หลากหลายเมนู, ร้าน Lady L

สำหรับธุรกิจร้านอาหารในบ้านปาร์คนายเลิศนำโดยร้านอาหารไทยต้นตำรับ Ma Maison (มา เมซอง) ได้รับการก่อตั้งในปี 2526 โดย พินิจ สมบัติศิริ สามีของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ นำสูตรอาหารที่ได้รับการคิดค้นและถ่ายทอดจากคุณหญิงสิน ภรรยาของนายเลิศ หรือพระยาภักดีนรเศรษฐ ตั้งแต่ปี 2463 ด้วยเมนูอาหารขึ้นชื่อ ได้แก่ ห่อหมกข้าว ห่อหมกปลา และหมี่ปาร์คนายเลิศ

ส่วนร้าน Lady L (เลดี้ แอล) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ อดีตประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท โรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด บุตรสาวของพระยาภักดี นรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) และคุณหญิงสิน ภักดีนรเศรษฐ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน Lady L นำเสนออาหารเวสเทิร์นที่รวบรวมเมนูอันเป็นที่ชื่นชอบของท่านผู้หญิงฯ และครอบครัว เน้นความเป็นอาหารสไตล์โฮมเมดและสูตรต้นตำรับ โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่หารับประทานได้ยากในกรุงเทพฯ และรังสรรค์จากเชฟฝีมือเยี่ยม

“ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารมิชลินหรือสตรีตฟู้ด เราต้องดูว่าอะไรเปิดใหม่บ้าง โดยเราต้องทำการบ้านว่า ช่วงนี้ประเทศไทยหรือทั่วโลกมีอะไรเปิดใหม่บ้าง เราต้องศึกษาและดูเพื่อเป็นความรู้ เล็กชอบหาประสบการณ์รับประทานอาหารตามร้านต่างๆ”

จากการเดินทางลองลิ้มชิมรสอาหารทั่วโลกได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ณพาภรณ์เริ่มต้นร้าน Caviar Cafe (คาร์เวีย คาเฟ่) ซึ่งเป็นร้านอาหารล่าสุดจากแนวคิดของณพาภรณ์ในการนำวัตถุดิบชั้นเลิศและคาเวียร์แท้นำเข้าจากรัสเซียมารังสรรค์เมนูเสิร์ฟในร้านอาหารที่มีเพียง 9 ที่นั่งเท่านั้น โดยเป็นเพียงร้านเดียวที่ได้รับลิขสิทธิ์การนำเข้าและจัดจำหน่ายคาเวียร์รัสเซียในประเทศไทย (sole distributor) จาก Russian Caviar House ผู้ผลิตคาเวียร์คุณภาพดีที่สุดและรายใหญ่ที่สุดของประเทศรัสเซีย

ปาร์คนายเลิศ
ร้านกาแฟโบราณ สมันเตา ริมสระน้ำร่มรื่นกลางธรรมชาติ

นอกจากนั้น ณพาภรณ์ยังมีไอเดียผสมผสานระหว่างความเป็นไทยโบราณและความร่วมสมัยในร้านกาแฟโบราณ สมันเตา (Samantao Heritage Coffee) ซึ่งให้บริการเครื่องดื่มกาแฟ ชา ขนมปังปิ้ง ขนมปังนึ่ง ปาท่องโก๋ สังขยา และอาหารเช้าแบบดั้งเดิมท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของแมกไม้ในสวนและสถาปัตยกรรมศาลาไทยภาคกลางริมสระน้ำของบ้านปาร์คนายเลิศ เพื่อย้อนเวลาให้คิดถึงวิถีชีวิตคนไทยโบราณที่อยู่อาศัยกันอย่างเรียบง่าย

“อาหารที่ชอบส่วนใหญ่ไม่ค่อย healthy เล็กชอบลองทุกอย่าง แต่ถ้ารับประทานได้ทุกวันคงเป็นอาหารไทย เพราะมีหลายรสชาติครบ 5 รส โดยอาจจะเน้นรสจัดนิดหน่อยแต่ไม่เผ็ด และที่บ้านก็ไม่รับประทานเผ็ด ซึ่งคุณยายเคยบอกว่า อาหารไทยโบราณแท้จะรสจัดแต่ไม่เผ็ด และเมนูโปรดของเล็กค่อนข้างธรรมดามาก เช่น ผัดซีอิ๊ว ผัดกะเพรา ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว เล็กคิดว่าการใช้ชีวิตไม่ต้องสวยหรูทุกวันก็ได้ ไลฟ์สไตล์ของเราขอความง่าย ความสะดวก แต่รสชาติต้องอร่อย”

ไม่เพียงการเล่นกีฬาและเดินทางชิมอาหารทั่วโลก ณพาภรณ์ยังชื่นชอบการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์นำมาปรับใช้กับธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และ hospitality ของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม แฟชั่น ซึ่งล้วนเป็น “passion” ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและความสุขในการทำงานได้ในระยะยาว

“เล็กชอบดูหนัง ฟังเพลง ท่องเที่ยว เราชอบแสวงหาประสบการณ์ชีวิตและหาอะไรใหม่ๆ เราชอบเดินทาง รับประทานอาหารเข้า museum ดูวัฒนธรรมประเทศต่างๆ ชอบความสวยงาม แต่งตัว ช็อปปิ้ง ทั้งหมดคือ passion งานอดิเรกที่ทำให้มีความสุข เล็กเชื่อว่า การที่เราทำอะไรที่มีความสุขจะทำให้เราสามารถทำได้เป็นระยะเวลานานและเรื่อยๆ”

นายหญิงแห่งบ้านปาร์คนายเลิศปิดท้ายถึงการบาลานซ์ไลฟ์สไตล์ ที่ส่งผลถึงความสุขในการใช้ชีวิตและการทำงาน

 

 

ดูคลิปเพิ่มเติม:


คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมกราคม 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP