ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ปั้น “สตาร์ทอัพไทย” ให้ถึงดวงดาว เบื้องหลัง VC พันล้าน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • 30 under 30
  • People >
  • ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ปั้น “สตาร์ทอัพไทย” ให้ถึงดวงดาว เบื้องหลัง VC พันล้าน

ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ปั้น “สตาร์ทอัพไทย” ให้ถึงดวงดาว เบื้องหลัง VC พันล้าน

เอกรัตน์ สาธุธรรม

หญิงเก่งแห่งวงการสตาร์ทอัพ เธอเรียกตัวเองว่า venture capitalist สั่งสมประสบการณ์ entrepreneur ตั้งแต่เมื่อครั้งเรียนที่อังกฤษ กระทั่งก้าวสู่วงการธุรกิจ และได้รับความไว้วางใจเป็นผู้อำนวยการดูแลกองทุน 500 TukTuks (พาร์ทหนึ่งของ 500 Startups กองทุนชื่อดังในสหรัฐอเมริกา) เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างนักลงทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพที่มีแววโต และเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของสตาร์ทอัพดังๆ ของไทย

“การมาอยู่จุดนี้ คือการ follow passion ทุกคนในวงการสตาร์ทอัพต่างมี passion ของตัวเองมีความมุ่งมั่น ทุกคนช่วยเหลือกันเพื่อให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน เหมือน one big family ส่วนเราจะรู้สึกภูมิใจมากที่เป็นฟันเฟืองหนึ่งให้เขาประสบความสำเร็จ” เป็นคำตอบของคำถามที่ว่าอะไรทำให้ ปารดา ทรัพย์ประเสริฐ ผู้อำนวยการ 500 TukTuks สาวดีกรีนักเรียนนอกด้าน Innovation Entrepreneur จากอังกฤษหลงใหลใน ecosystem นี้ จนเป็นเบื้องหลังความสำเร็จให้กับสตาร์ทอัพไทยหลายราย

วันนี้ 500 TukTuks คือหนึ่งในกองทุนที่ลงทุนในสตาร์ทอัพมากที่สุดในประเทศไทย มีเงินลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท เน้นนำเงินจากนักลงทุนมาบริหารและลงทุนในสตาร์ทอัพ แบ่งเป็นกองทุนแรกกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 500 ล้านบาท และกองทุนล่าสุดที่แยกออกมาอีก 20 ล้านเหรียญ หรือกว่า 600 ล้านบาท โดยใช้โมเดลความร่วมมือ 3 ด้าน คือ สตาร์ทอัพ กลุ่มเวนเจอร์ แคปปิตัล (VC) และบริษัทขนาดใหญ่ในไทย ได้แก่ กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัทสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัทวัชรพล และบริษัทอาคเนย์ประกันภัย โฟกัสการลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพที่ทำตลาดในไทย และขยายไปยังกลุ่มประเทศ CLMV โดยพร้อมลงทุนตั้งแต่ในรอบ Seed จนถึง Series A

นักลงทุนของ 500 TukTuks ประกอบไปด้วยบริษัทชั้นนำหลายแห่งของไทยและมหาเศรษฐีซึ่งสนใจในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี วันนี้ 500 TukTuks ลงทุนกับสตาร์ทอัพไปแล้วมากกว่า 50 บริษัท มีแผนลงทุนในสตาร์ทอัพเพิ่มขึ้นเป็น 100-200 บริษัทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เป็นกองทุนเบื้องหลังที่ปั้นฝันให้สตาร์ทอัพไทยโลดแล่นได้ในระดับอินเตอร์

500 TukTuks พยายามสร้างชุมชนสอนทำสตาร์ทอัพให้ผู้ประกอบการที่มีแวว มีฝีมือ พร้อมลุยมีผู้คอยให้คำปรึกษาดูโครงสร้างความร่วมมือขณะที่นักลงทุนที่สนใจให้เงินทุนสตาร์ทอัพในพอร์ตของ 500 TukTuks ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่ต้องใช่นักลงทุนที่ให้ “added value” กับสตาร์ทอัพได้จริง

3 หัวเรือใหญ่แห่ง 500 TukTuks: หมู อุ๊คบี, ปารดา, กระทิง พูนผล

“เราไม่ใช่แค่กองทุนแต่เป็น VC-backed ecosystem เป็นเครื่องจักรพัฒนาประเทศให้เกิดการจ้างงานเหมือนสหรัฐอเมริกา ที่จ้างงานเป็นแสนๆ ตำแหน่งมี digital talent เพิ่มขึ้นให้ประเทศ”

หลักคิดของปารดาคือเน้นให้สตาร์ทอัพที่อยู่ในพอร์ตโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เธอใช้คำว่าต้อง turn green หรือ มี positive cash flow “ปัญหาส่วนใหญ่ของสตาร์ทอัพคือจะเบิร์นเงินเยอะ เราไม่สนับสนุนแบบนั้น ควรเติบโตอย่างยั่งยืน จึงต้องดูอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันต้องหา strategic partner ให้ในเวลาที่เหมาะสม สตาร์ทอัพที่อยู่กับเรามีทุกประเภท ทั้งฟินเทค ทราเวลเทคพรอพเพอร์ตี้เทค เอ็ดดูเคชั่นเทค รวมถึงเฮลธ์เทค”

“วงการสตาร์ทอัพไทยอยู่ในช่วงเริ่มต้น ต้องทำให้เขามีโอกาสคิกออฟขึ้นมาให้ได้ อย่างน้อยใน 2 ปีนี้ เทียบเคียงเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ที่มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นมูลค่าเกิน 1 พันล้านเหรียญแล้ว เราอยากเห็นยูนิคอร์นตัวแรกของไทยไม่เกิน 3-5 ปีจากนี้”

500TukTuks Family

ชีวิตช่วงแรกใน 500 TukTuks ที่ถือว่ายังเป็นกองทุนใหม่ คนภายนอกไม่เข้าใจสตาร์ทอัพ เธอ พยายามหาคนที่ช่วย educate ว่าสตาร์ทอัพต่างจากเอสเอ็มอีอย่างไร มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโลก หรือต่อประเทศไทยอย่างไร และทำไมต้องสนับสนุนความโดดเด่นของสตาร์ทอัพเมืองไทยที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ คือเรื่อง customer behavior ความเข้าใจลูกค้า เธอว่าวันนี้ภาพรวมสตาร์ทอัพในไทยมีพัฒนาการดีขึ้น แต่ความเสี่ยงก็ยังมีถ้านักลงทุนไม่มีความรู้เรื่องสตาร์ทอัพ ขณะที่สตาร์ทอัพต้องรู้ valuation ของตัวเองว่าอยู่ตรงไหน หาความรู้ให้มากก่อนที่จะระดมทุน และลุ้นว่าสักวันสตาร์ทอัพไทยจะเป็นได้เหมือน Facebook, Alibaba หรือ Amazon ที่ทำได้มาแล้ว

“สตาร์ทอัพอาจดูเป็นอาชีพหรือธุรกิจที่เท่ แต่จริงๆ เหนื่อยและยาก ทำทุกตำแหน่งไม่มีวันหยุดทำได้ทุกเวลา ถ้าไม่มี passion จะอยู่กับมันไม่ได้แต่ถ้าวันหนึ่งธุรกิจสำเร็จ เราจะรู้สึกภูมิใจที่ได้สร้างสิ่งที่คนใช้ได้จริงๆ หรือสร้างสิ่งที่ทำให้ประเทศเปลี่ยนไป”

 

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร

อ่านเพิ่มเติม: 

พลภัทร ทรงธัมจิตติ และ Djoann Fal นำทัพ GetLinks คิดสูตรหางาน Digital Talent เปลี่ยนโลก 


คลิกอ่านเรื่องราวฉบับเต็มของ “500 TukTuks ” ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ กรกฎาคม 2561 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP