จาก “ทุนไทยบุกเวียดนาม” ถึงคราว “ทุนเวียดนามบุกไทย” เมื่อ KIM LONG MOTOR บิ๊กรถยนต์เชิงพาณิชย์จากเวียดนาม จับมือ “กิจเศรษฐี” นำเข้ารถบัส-มินิบัส รุกตลาดไทย ตั้งเป้าขายปีแรก 300 คัน ก่อนขยับสู่ตั้งโรงงานผลิตและประกอบในไทย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนามมักถูกพูดถึงในมุมบริษัทไทยที่เข้าไปขยายธุรกิจในเวียดนาม ตั้งแต่ค้าปลีก อาหาร ท่องเที่ยว ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม แต่ขณะเดียวกันเริ่มเห็นผู้ประกอบการเวียดนามขยับเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น
หนึ่งในนั้นคือ KIM LONG MOTOR ผู้ผลิตรถเชิงพาณิชย์จากเวียดนาม ที่เดินหน้าขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดรถบัสและมินิบัสไทยอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมวางแผนต่อยอดจากการนำเข้าไปสู่การสร้างโรงงานผลิตและประกอบรถในประเทศ
การรุกตลาดไทยของ KIM LONG MOTOR ดำเนินการผ่าน บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ KIJSETTHI MOBILITY โดยทั้งสองบริษัทเริ่มความร่วมมือกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 จากข้อตกลงนำเข้ารถบัสและมินิบัสของ KIM LONG ซึ่งผลิตและประกอบที่ประเทศเวียดนาม เข้ามาทำตลาดในไทยรวม 1,000 คัน ครอบคลุมทั้งรถเครื่องยนต์สันดาปและรถพลังงานไฟฟ้า
ก่อนที่เดือนเมษายน 2569 กิจเศรษฐีจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมตั้งเป้ายอดขายในปีแรกที่ 300 คัน
ชลากร เศรษฐบัณทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีประสบการณ์ในตลาดรถบัสไทยมาราว 30 ปี ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์หลายแบรนด์ และมองหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ กระทั่งได้พบกับ KIM LONG จึงเกิดเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในครั้งนี้
ภายใต้ความร่วมมือนี้ กิจเศรษฐีจะรับผิดชอบการพัฒนาตลาดในประเทศไทย การสร้างเครือข่ายพันธมิตรการขาย การประเมินรูปแบบการใช้งานของลูกค้า ตลอดจนการปรับรายละเอียดและสเปกรถให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง ข้อกำหนดทางเทคนิค และลักษณะการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม

ในด้านบริการหลังการขาย บริษัทเตรียมความพร้อมทั้งระบบจัดหาอะไหล่ ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ การฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคนิค การซ่อมบำรุง และการให้คำปรึกษาตลอดอายุการใช้งาน พร้อมทยอยขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและจุดบริการตามการเติบโตของฐานลูกค้า เพื่อให้การขยายตลาดดำเนินไปควบคู่กับคุณภาพบริการและความพร้อมใช้งานของรถ
“เรามีฐานลูกค้าเดิมในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์อยู่ ในช่วง 1-2 ปีแรก เราตั้งเป้าว่าจะเน้นการสร้างแบรนด์ ควบคู่กับการยกระดับบริการหลังการขาย พร้อมใช้โซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้า” ชลากรกล่าว และว่า เบื้องต้นในส่วนของการดูแลหลังการขาย กิจเศรษฐีมี service partner ในไทยประมาณ 22 แห่งทั่วประเทศ ทั้งศูนย์บริการของบริษัทเองที่ จ.สุพรรณบุรี และพันธมิตรที่มีประสบการณ์ในธุรกิจรถบัสโดยเฉพาะ เพื่อรองรับลูกค้าและสร้างความมั่นใจในการใช้งาน
สำหรับไลน์อัปที่นำเสนอในช่วงแรกของการทำตลาด ประกอบด้วย รถบัสและมินิบัส 4 รุ่น ได้แก่ KIM LONG 99N43, KIM LONG 99N44, KIM LONG 99N42 WC และ KIM LONG 19N21 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่หลากหลาย ราคา 2.3-4.5 ล้านบาท เป็นรถเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมด ปัจจุบันมียอดขายเบื้องต้นแล้วประมาณ 40 คัน โดยกลุ่มที่ได้รับการตอบรับที่ดีคือกลุ่มรถบัสขนาด 12 เมตร สะท้อนความต้องการของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่

สำหรับรถบัสขนาด 12 เมตรในตระกูล KIM LONG 99 ใช้โครงสร้างตัวถังแบบ full monocoque ติดตั้งเครื่องยนต์ YUCHAI K11 มาตรฐาน Euro 5 และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 19-21 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายครอบคลุมธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร การท่องเที่ยว รถรับส่งพนักงาน และระบบขนส่งในเมือง
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเปิดรับคำสั่งซื้อรถบัส EV ในประเทศไทย และคาดว่าจะเริ่มนำเข้ารถล็อตแรกได้ภายในช่วงปลายปี 2569
ด้าน Dao Viet Anh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KIM LONG MOTOR กล่าวว่า บริษัทเลือก KIJSETTHI MOBILITY เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทยจากประสบการณ์ในตลาด ฐานลูกค้า เครือข่ายธุรกิจ รวมถึงความสามารถด้านบริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และการจัดหาอะไหล่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์ KIM LONG เข้าถึงผู้ประกอบการไทย
“การขยายตลาดของ KIM LONG MOTOR จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำรถบัสจากเวียดนามเข้ามาจำหน่ายในไทย แต่กำลังวางโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่เครือข่ายบริการ ฐานลูกค้า ไปจนถึงการนำเข้า EV และแผนประกอบรถในประเทศ หากตลาดตอบรับตามเป้าหมาย ซึ่งอาจทำให้ไทยกลายเป็นอีกหนึ่งฐานสำคัญของ KIM LONG MOTOR ในการขยายธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ในภูมิภาค” ซีอีโอ KIM LONG MOTOR กล่าว

เขายังระบุด้วยว่า ทิศทางการดำเนินงานทั้งสองบริษัทวางโรดแมปความร่วมมือเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกจะมุ่งสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ KIM LONG ผ่านการพัฒนาตลาด เครือข่ายจำหน่าย บริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และระบบอะไหล่ พร้อมนำข้อมูลจากการใช้งานจริงของลูกค้าไทยไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดมากยิ่งขึ้น
ในระยะถัดไป KIM LONG MOTOR ตั้งเป้าศึกษาการเปลี่ยนจากการส่งออกรถสำเร็จรูป หรือ Completely Built Units: CBU ไปสู่การผลิตและประกอบแบบ Completely Knocked Down: CKD ในประเทศไทย ซึ่งการสร้างโรงงานนี้จะเป็นการร่วมทุนกับกิจเศรษฐีในรูปแบบ joint venture
โดยมีเป้าหมายใช้ชิ้นส่วนในประเทศตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ภายใต้กรอบการดำเนินงานช่วงปี 2570-2573 เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ของ KIM LONG MOTOR ในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และการสร้างโอกาสด้านการจ้างงานในประเทศไทย
ในฐานะผู้ผลิตจากอาเซียน ผลิตภัณฑ์ของ KIM LONG ที่ผ่านหลักเกณฑ์ด้านถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA ยังมีโอกาสใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษีตามข้อกำหนด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

สำหรับ KIM LONG MOTOR หรือ KIM LONG MOTOR Hue เป็นผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติเวียดนามที่เน้นรถเพื่อการพาณิชย์ ทั้งรถบัส รถบรรทุก และรถยนต์พลังงานใหม่ ขนาดธุรกิจของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากเมือง Hue ระบุว่าในปี 2568 KIM LONG MOTOR มียอดขายรถรวมทุกประเภทราว 4,000 คัน ซึ่งหนึ่งในจุดแข็งคือการมี FUTA Bus Lines ผู้ให้บริการรถบัสระหว่างเมืองในเวียดนาม เป็นพันธมิตรและลูกค้ารายสำคัญ
บริษัทเป็นผู้ลงทุนโครงการ KIM LONG MOTOR Automobile Manufacturing & Assembly Industrial Park ในเมือง Hue ซึ่งมีพื้นที่ตามแผนระยะแรกมากกว่า 600 เฮกตาร์ และตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนของภูมิภาค พร้อมเพิ่มสัดส่วนการผลิตในประเทศเวียดนามเป็น 80-90%
ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าสร้าง ecosystem รถไฟฟ้าด้วยการร่วมมือกับ BYD พัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถเชิงพาณิชย์ในเมือง Hue มูลค่า 130 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่บริษัทมองว่าจะช่วยสนับสนุนซัพพลายเชนสำหรับการขยายธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์และ EV ในไทยและภูมิภาค
การรุกไทยของ KIM LONG MOTOR จึงสะท้อนทิศทางใหม่ของทุนเวียดนามที่ไม่ได้มองไทยเพียงตลาดปลายทาง แต่กำลังวางไทยเป็นฐานธุรกิจ ตั้งแต่ขายรถบัส รุก EV ไปจนถึงแผนผลิตแบบ CKD และต่อยอดสู่การส่งออกในภูมิภาค
ภาพ: กิจเศรษฐี และ กนกวรรณ มากเมฆ
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : รอความชัดเจนภาษี EV “XPENG” ศึกษาตั้งโรงงานในไทย หลังส่งมอบรถกว่า 1 หมื่นคันใน 2 ปี เดินหน้าสต็อกอะไหล่-ขยายเครือข่ายทั่วประเทศ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


