ปิดฉากการโปรโมตแบบเดิมๆ ททท. เร่งเครื่องสู่ Platform Economy ดึง AirAsia MOVE ร่วมแชร์ Big Data จากฐานผู้ใช้กว่า 17 ล้านรายต่อเดือน เจาะอินไซต์นักท่องเที่ยวแบบตรงจุด หวังกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นและเมืองรอง พร้อมยกระดับ SMEs ไทยให้อยู่รอดและเติบโตในเวทีโลก
ทิศทางความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สอดรับกับวิสัยทัศน์ “Amazing 5 Economy” ของ ททท. โดยเฉพาะในมิติของ Platform Economy ที่ไม่ได้มองแพลตฟอร์มเป็นเพียงช่องทางการจองตั๋วหรือที่พัก แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ที่จะเชื่อมโยงประสบการณ์ออฟไลน์และออนไลน์ของนักท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
นรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ฉายภาพว่า ททท. กำลังอยู่ในช่วงผ่าตัดองค์กรเพื่อยกระดับการใช้ข้อมูล จากในอดีตที่ทำได้เพียงแค่การอธิบายว่าใครมาเที่ยวช่วงไหน สู่การเป็นองค์กรที่สามารถคาดการณ์อนาคต และนำเสนอแนวทางเชิงรุกได้อย่างแม่นยำ
“ทุกครั้งที่ ททท. พูดถึง value over volume เราไม่ได้พูดแค่ให้เป็นคำสวยหรู แต่เรากำลังขับเคลื่อนไปทิศทางนั้นจริงๆ ซึ่งการจะทำ hyper-personalization เพื่อเจาะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวรายบุคคลได้ เราจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง AirAsia MOVE เข้ามาช่วยวิเคราะห์และต่อจิ๊กซอว์ข้อมูลเหล่านี้ให้สมบูรณ์” นรินทร์ กล่าว

ปลดล็อกขุมทรัพย์ข้อมูล 25 ปี แห่งอาเซียน
เพื่อตอบโจทย์การวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา Head, Country Representative (Thailand) ของ AirAsia MOVE ในฐานะพันธมิตรหลัก ระบุว่า จุดแข็งที่ปฏิเสธไม่ได้ของแอปพลิเคชันคือฐานผู้ใช้งานที่มากกว่า 17 ล้านรายต่อเดือน และการสะสมข้อมูลพฤติกรรมนักเดินทางในระดับภูมิภาคมาอย่างยาวนาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนความต้องการให้กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่จับต้องได้
ดังนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการแชร์ข้อมูลเชิงลึกระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับ Ecosystem ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้แข็งแกร่งขึ้น เพราะเมื่อเรานำข้อมูลมาถอดรหัสความสนใจขั้นพื้นฐานของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ อาหาร หรือจุดหมายปลายทาง สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ทั้ง ททท. และผู้ประกอบการสามารถออกแบบแคมเปญได้ตรงใจและตอบสนองได้ทันทีแบบเรียลไทม์
และเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า Data เหล่านี้จะถูกนำมาใช้ต่อยอดแคมเปญได้อย่างไร ภายในงานแถลงข่าว “TAT x MOVE: Seamless Journey, Amazing Thailand” AirAsia MOVE ได้กางอินไซต์ล่าสุดที่เจาะลึกพฤติกรรมนักเดินทางในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งเผยให้เห็นถึง 7 โอกาสทองที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปคว้าโอกาสได้ทันที ประกอบด้วย
1. เอเชียยังเป็นขุมกำลังหลัก : ตลาดมาเลเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย ยังคงครองแชมป์ตลาดนักท่องเที่ยวหลักที่มีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
2. Millennials และ Gen Z กำหนดเทรนด์ : กลุ่มวัย 30-39 ปี คือกำลังซื้อหลักที่โหยหาประสบการณ์เฉพาะตัว ทั้งการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย วัฒนธรรม อาหาร และการสัมผัสวิถีโลคอลอย่างลึกซึ้ง
3. ยุคทองของนักเดินทางอิสระ (FIT) : กลุ่ม Solo Traveler ครองสัดส่วนพุ่งสูงถึง 59.57% สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านจากกรุ๊ปทัวร์ สู่การออกแบบการเดินทางด้วยตนเอง (Free & Easy Travel)
4. อินเดีย ตลาดเป้าหมายทรงพลัง : โดดเด่นด้วยกลุ่มครอบครัวและกรุ๊ปใหญ่ สัดส่วนกว่า 43% นิยมพำนักยาว 7-15 วัน ที่สำคัญคือมียอดใช้จ่ายต่อการจองสูงที่สุดบนแพลตฟอร์ม
5. Brand Loyalty ดันอินโดนีเซียเติบโต : แม้กลุ่มคู่รักจะครองสัดส่วน 24.71% แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ยอดจองที่นั่งกว่า 73.4% มาจากสมาชิก AirAsia Members สะท้อนอัตราการเดินทางซ้ำสูง ถือเป็นโอกาสทองของเมืองท่องเที่ยวอย่างกระบี่ เชียงใหม่ และสมุย ในการดึงดูดกลุ่มที่เน้นธรรมชาติและเวลเนส
6. สหรัฐอเมริกา ตลาด Long-haul มูลค่าสูง : กลุ่มวัย 50 ปีขึ้นไปครองสัดส่วนสูงสุดถึง 32% เน้นพำนักระยะยาว มีอัตราจองแบบไป-กลับสูงถึง 77% โดยใช้ไทยเป็นฮับเชื่อมโยงสู่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
7. เอเชียตะวันออก สายเปย์ทริปสั้น : จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน กว่า 70% นิยมทริปสั้น 1-5 วัน แต่มีกำลังซื้อสูงปรี๊ด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปั้นแพ็กเกจพรีเมียม หรืออีเวนต์พิเศษระยะสั้น

ปั้นเมืองรอง-ดัน SMEs สู่สมรภูมิระดับโลก
ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไม่เพียงชี้ให้เห็นโอกาส แต่ยังถูกนำมาเป็นสารตั้งต้นในการแก้โจทย์ใหญ่ระดับประเทศ นั่นคือ "การกระจุกตัว" ของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก โดย ททท. เตรียมใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาเป็นตัวนำทางและชี้เป้าแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง หรือเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ให้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความแออัด แต่ยังเพิ่มระยะเวลาพำนัก (Length of Stay) และสร้างการกระจายรายได้ให้หมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจระดับชุมชนอย่างแท้จริง
ตัวอย่างความสำเร็จจากการใช้แพลตฟอร์มและข้อมูลเพื่อเจาะตลาดศักยภาพใหม่นั้น นรินทร์ ได้ยกกรณีของ “คาซัคสถาน” ที่ ททท. เล็งเห็นโอกาส และ AirAsia สามารถตอบสนองด้วยการเปิดเส้นทางบินตรง จนสร้างการเติบโตในตลาดนี้ได้ถึง 80% สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการนำสินค้าใหม่ในตลาดใหม่มาผสานกับ Data และ Accessibility อย่างลงตัว
เมื่อมีทั้งเครื่องมือ ข้อมูล และตลาดที่เปิดกว้าง ททท. ยังมองไกลไปถึงการสร้างเกราะป้องกันทางธุรกิจให้ SMEs ไทย กว่า 10,000 ราย ที่เคยเข้าร่วมโครงการของ ททท. ให้สามารถออนบอร์ดขึ้นมาเปิดหน้าร้านบนแพลตฟอร์มนี้ได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และสร้างระบบนิเวศน์แบบ Regenerative Tourism ที่ฟื้นฟูและหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน
ด้วยแผนงานทั้งหมดนี้ ก้าวต่อไปในอีก 3 ปีข้างหน้าของ ททท. และ AirAsia MOVE จึงไม่ใช่แค่การกระตุ้นยอดจองตั๋วหรือที่พัก แต่คือการวาง Blueprint ระดับภูมิภาค ที่ใช้เทคโนโลยีและดาต้าเป็นหัวหอก ดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทวงคืนตำแหน่ง Top 5 ประเทศที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดของโลกอีกครั้ง

ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พลัง “ลิซ่า” ดันคนแห่เที่ยวไทย! Traveloka เผยยอดจองที่พักพุ่ง 30% เมืองรอง อุดรธานี-ระยองก็รับอานิสงส์
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


