AWC เปิดตัวเมกะโปรเจ็กต์ “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เชื่อมเอเชียทีคกับโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่บนที่ดิน 20 ไร่ ฝั่งเจริญนคร ที่เตรียมพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ “MONA Bangkok” โรงแรม และรีเทล คาดใช้เวลาก่อสร้างราว 3 ปี
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ประกาศแผนพัฒนาโครงการแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ผ่าน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” และ “MONA Bangkok” พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิมเมอร์ซีฟรูปแบบใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับ MONA (Museum of Old and New Art) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
AWC วางแผนพัฒนาเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สู่การเป็น world-class sustainable tourism and lifestyle destination โดยมีโครงการเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และ MONA Bangkok เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา
สำหรับเคเบิ้ลคาร์ ถือเป็นเคเบิ้ลคาร์ข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลกที่พัฒนาภายใต้แนวคิดความยั่งยืน และจะไม่มีเสารับกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเชื่อมเอเชียทีคฝั่งถนนเจริญกรุงเข้ากับโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ของ AWC บนถนนเจริญนคร เขตคลองสาน ได้อย่างไร้รอยต่อ
ตัวเคเบิ้ลคาร์ได้รับการออกแบบให้เป็นศิลปะเคลื่อนไหว เปลี่ยนการเดินทางข้ามแม่น้ำให้กลายเป็นประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟที่ผสานศิลปะ แสง สี เสียง เทคโนโลยี ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกัน
โครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของ AWC ในการสร้างเดสติเนชั่นที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย พร้อมสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ชุมชน เศรษฐกิจ และประเทศ ภายใต้พันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” (Building Better Future)

ทุ่ม 2 พันล้าน เคเบิ้ลคาร์เชื่อมเจริญกรุง-เจริญนคร
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า AWC มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้พันธกิจสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า ด้วยการพัฒนาเดสติเนชั่นที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่การท่องเที่ยว ชุมชน และประเทศ
โครงการเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และ MONA Bangkok จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว ผ่านการสร้างประสบการณ์ระดับโลกที่ผสานนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับคุณค่าและความหมายของพื้นที่
ทั้งนี้ วัลลภา เปิดเผยว่า เฉพาะโครงการเคเบิ้ลคาร์จะมีมูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท โดยจะพัฒนาในรูปแบบ sustainable architecture ใช้เทคโนโลยีล่าสุด พร้อมเป็นโมเดลที่ช่วยส่งเสริมคุณค่าศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวยั่งยืน
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเปรียบเทียบราคาจากผู้ผลิตหลายราย โดยคำนึงถึงความยั่งยืนและมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ก่อนเริ่มพัฒนาพื้นที่บริเวณลานจอดรถเดิม และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี โดยเคเบิ้ลคาร์จะมีความสูงประมาณ 50 เมตร เพื่อไม่ให้กระทบการสัญจรทางน้ำ
สำหรับรูปแบบเคเบิ้ลคาร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาทั้งหมด 4 รูปแบบ ซึ่งอาจไม่ได้เป็นเคเบิ้ลคาร์แบบทั่วไป แต่อาจมีแพลตฟอร์มซิปไลน์ หรือรูปแบบห้อยขา เพื่อเปิดประสบการณ์ชมทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยา และสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีให้บริการมากกว่า 1 รูปแบบ

ส่วนพื้นที่ฝั่งคลองสานตรงข้ามเอเชียทีค เป็นที่ดินขนาดประมาณ 20 ไร่ อยู่ระหว่างการออกแบบเช่นกัน นอกจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะ MONA Bangkok แล้ว ยังมีแผนพัฒนาโรงแรมและพื้นที่รีเทลในอนาคต
“เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และ MONA Bangkok จะร่วมกันสร้างแลนด์มาร์กระดับโลกแห่งใหม่ให้กรุงเทพมหานคร พร้อมกำหนดมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านศิลปะร่วมสมัยและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” วัลลภากล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันเอเชียทีคมีมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 8,000 ล้านบาท หากรวมการลงทุนเคเบิ้ลคาร์กว่า 2,000 ล้านบาท และการพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติมอีก 4,000 ล้านบาทในอนาคต จะทำให้มูลค่าการลงทุนรวมเกิน 10,000 ล้านบาท ขณะที่พื้นที่ขายปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 40,000 ตารางเมตร และมีแผนขยายเป็น 224,000 ตารางเมตร ผ่านการทยอยเปิดโครงการในระยะต่อไป

ปั้น MONA Bangkok ศูนย์กลางศิลปะระดับโลกริมเจ้าพระยา
สำหรับ MONA Bangkok จะได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือระหว่าง AWC และ MONA จากเมืองโฮบาร์ต รัฐแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย เพื่อสร้างศูนย์กลางศิลปะ วัฒนธรรม และประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟระดับโลก
MONA Bangkok จะนำจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมาสู่บริบทของประเทศไทย
โดยไม่ได้มุ่งถ่ายทอดหรือจำลองพิพิธภัณฑ์จากเมืองโฮบาร์ตมายังกรุงเทพฯ หากจะสร้างสรรค์พื้นที่ใหม่ที่สะท้อนคุณค่าศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศไทยและกรุงเทพฯ ผ่านการมีส่วนร่วมของศิลปิน เรื่องราว ผู้ชม วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของไทย ภายใต้แนวคิดการเป็นแพลตฟอร์มแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
MONA Bangkok ยังจะเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยและศิลปินจากทั่วโลกได้ร่วมสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานสู่เวทีนานาชาติ พร้อมมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและต่อยอดวงการศิลปะของกรุงเทพฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภาพ : AWC
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : AWC ดึง “Avatar” บุกไทย! เนรมิตโลก Pandora กลางเอเชียทีค ปลุกแลนด์มาร์กใหม่ริมเจ้าพระยา หวังดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


